หน้าแรก Hot Topic Pic Post หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype หาเพื่อน Facebook เว็บบอร์ด พูดคุย ถาม-ตอบ คลิป Video ตรวจหวย หาเพื่อน Skype หาเพื่อน Facebook ผลบอล เกมส์ Quiz Play ไดอารี่ อัลบั้มโหวต คำคม แต่งรูป กริตเตอร์ (รูปวิบวับ) คำนวณ สเปซ Page
ดูรายการโปรด เพิ่มเป็นรายการโปรด

Crisis of The Future

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560

นี้เป็นนวนิยายวิทยาศาสตร์ไซไฟที่เขียนเป็นเรื่องแรกในชีวิต  Crisis of The Future ฝ่าวิกฤตโลกอนาคต

เนื้อเรื่องจะเกี่ยวกับการต่อสู้ระหว่างมนุษย์โลกกับ New tyne สิ่งมีชีวิตที่มนุษย์เป็นคนสร้างขึ้นมา แต่เพราะมีหนึ่งในทีมวิจัยแอบตัดแต่งพันธุกรรมให้ New Tyne ใหม่ ทำให้พวกมันมีโครโมโซมมากกว่ามนุษย์ เลยทำให้พวกมันฉลาดกว่ามนุษย์ที่สร้างมันขึ้นมา  ต่อมาได้เกิดความผิดพลาดขึ้นบนสถานีวิจัย New tyne หลุดจากการควบคุม  แล้วสร้างโลกของตัวเองขึ้นมาบน Orion ได้  ที่โลกโดยมีการตั้งทีมปฎิบัติการพิเศษชื่อทีมDeltaขึ้นมา เพื่อทำภารกิจช่วยโลกมนุษย์ที่ Orion โดยสมาชิกในทีมมี 5 คน  

Thomas อดีตนาวิกโยธิน สหพันธ์รัฐตะวันตก ปัจจุบันเป็นเจ้าหน้าที่ขับยานขนส่งประจำสหพันธ์เดินทางและการขนส่งทางอวกาศ

Jake เจ้าหน้าที่พิเศษจาก C.I.S สำนักงานความมั่นคง ดินแดนโพ้นทะเล เมรีเซีย

Jacob เด็กหนุ่มที่เก่งด้านไอทีและการเจาะระบบคอมพิวเตอร์จากโลกมนุษย์ ได้ลาออกจากการเรียนในมหาวิทยาลัยแล้วเดินทางมาที่ Orion เพื่อตามหาพี่สาวที่หายตัวไป

Alice สายลับจาก AI7 หน่วยต่อต้านการก่อการร้ายสากล สมาพันธ์รัฐตะวันออก 

Scarlette เธอเป็นต้นแบบหุ่นยนต์Android แอบขึ้นยานทีมDeltaมาเป็นสมาชิกคนที่5 ตามคำสั่งของ Dr.William

สามารถแนะนำติชมได้ค่ะ ^^

 

                HD Sci Fi Wallpapers

        ค.ศ.2345 เทคโนโลยีของมนุษย์ได้เดินทางมาถึงจุดสูงสุด ในตอนนี้มนุษย์มีความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการส่งจดหมาย ส่งอาหาร เก็บขยะ และอื่นๆอีกมากมาย ที่ไม่ต้องใช้แรงงานจากมนุษย์อีกต่อไป  เพราะตอนนี้มีหุ่นยนต์เข้ามาทำหน้าที่แทนแล้ว ในเรื่องกีฬามนุษย์ทำหน้าที่เพียงแค่ควบคุมเพียงอย่างเดียว  ในด้านการแพทย์ก็สามารถโคลนนิ่งอวัยวะภายในร่างกายขึ้นมาแทนของเดิมได้ ทำให้มนุษย์ในยุคนี้มีอายุยืนนับร้อยปี 

โลกในยุคนี้แบ่งออกเป็น 3 Sector หรือเรียกสั้นๆว่าสหพันธ์โลก  

รายชื่อทั้ง 3 Sector

1.สมาพันธรัฐตะวันออก

2.สหพันธรัฐตะวันตก

3.ดินแดนโพ้นทะเลเมรีเซีย

ปีค.ศ.2365 ทั้ง 3 Sector ได้จับมือกันจัดตั้ง ProjectSpirit ขึ้นมา โดยมีเป้าหมายคือการสร้างสิ่งมีชีวิตที่มีรูปร่างที่เหมือนกับมนุษย์ขึ้นมา เพื่อจุดประสงค์ในด้านการทหาร  ผ่านไป5ปีหลังจากการทดลองที่ล้มเหลวมาหลายครั้ง พวกเขาก็ทำสำเร็จ แล้วได้ตั้งชื่อให้กับสิ่งมีชีวิตที่พวกเขาร่วมกันสร้างขึ้นมานี้ว่า New Tyne

ต่อมาพวกเขาได้ตัดสินใจส่ง New Tyne ไปยัง Orion ดาวเคราะห์ที่เหมือนกับโลกมนุษย์ ดาวเคราะห์ที่ค้นพบโดยทีมสำรวจ สมาพันธรัฐตะวันออก

 

Image result for sci-fi city

                                                              Metropolis เมืองหลวง New Tyne

        ค.ศ.2375 ในเวลาแค่10ปี New Tyne พัฒนาตัวเองจนมีร่างกายที่เหมือนกับมนุษย์ พร้อมกับมีพัฒนาการด้านต่างๆที่เร็วมาก จนในที่สุด New Tyne ก็มีสติปัญญาที่เหมือนกับมนุษย์ที่สร้างมัน ทำให้พวกมันสามารถสร้างสิ่งต่างๆได้ด้วยตัวเอง จนสามารถสร้างอารยธรรม ที่มีภาษาพูด ตัวอักษรและวัฒนธรรมของตัวเองบน Orion ได้  

        ต่อมาได้เกิดข้อผิดพลาดขึ้นที่สถาบันวิจัยบนOrion  หัวหน้าทีมวิจัย Dr.Vincnet Valentine ก่อนที่เขาจะเสียชีวิต เขาได้ส่งข้อความไปถึงโลกมนุษย์ ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นบนสถาบันวิจัย  

  

                                                                           New Tyne  โจมตีโลกมนุษย์

                               (4) Tumblr:

         

                               personal work2013:

                  Mechaddiction:

                  applibot - galaxy saga by Reza-ilyasa.deviantart.com on @deviantART:

                  Recon squad, Daryl Mandryk on ArtStation at <a href=  

                  imagenes de halo 5 para fondo de pantalla con movimiento - Buscar con Google:

                  Cool Sci-Fi Machines, Walker. #robot #machines [<a href=

ArtStation - battle concept, J.C Park:

Futuristic Cityscape Scifi

Commission - Human Resistance by Shimmering-Sword

                                                                                

 

              สหพันธโลกทำการตอบโต้ ด้วยการส่งหุ่นรบอาร์มสเลสและกองทัพเข้าโจมตี Orion

 

Cenários de fantasia e batalhas de ficção científica nas ilustrações de Jae Cheol Park a.k.a. Paperblue:

ミディアム・レア(@medium_rare04)さん | Twitter:

Cool Sci-Fi Machines, Walker #robot #machines [<a href=

ArtStation - Naomi, War Machine, by Evan LeeMore robots here.:

Concept Art by Atey Ghailan:

The Last Human:

Patrick_Faulwetter_Concept_Art_Illustration_n01

Patrick_Faulwetter_Concept_Art_Illustration_n02

Image result for sci-fi war

Image result for sci-fi

                                                

 

                                   Image result for sci-fi a meeting

Image result for sci-fi a meeting

      หลังจากได้รับข้อความ ทั้ง 3 Sector ได้จัดตั้งทีมปฏิบัติการพิเศษขึ้นมา  ทำหน้าที่สืบหาข้อมูลที่ Orion โดยสมาชิกทั้งหมดมาจากทั้ง 3 Sector ในชือทีมDelta

 ————————————————-

 

 

 

             Image result for spy sci-fi           

     หลักจากโลกได้รับข้อความก็ส่ง Alice สายลับจาก AI7. (หน่วยต่อต้านการก่อการร้ายสากล สมาพันธ์รัฐตะวันออก) เดินทางมาที่สถาบันวิจัยบน Orion เพื่อทำการกู้ข้อมูลที่เหลืออยู่ เธอมาถึงสถาบันวิจัย เธอพยายามถอดรหัสแต่ก็ทำไม่สำเร็จ สุดท้าย Alice ก็ไม่สามารถถอดรหัสเพื่อเข้าไปถึงฐานข้อมูลของสถาบันวิจัยได้ ในที่สุดเธอก็ถูกเรียกตัวกลับ

————————-

 

เวลาผ่านไป10ปี New Tyne ร่ำรวยขึ้นและมีกองทหารที่เข้มแข็ง ในที่สุดก็ทำสงครามกับโลกมนุษย์  ในขณะนั้นเองได้มีการปรากฏตัวของบุคคลลึกลับ ชื่อของเขาคือ Jack เจ้าหน้าที่พิเศษ C.I.S ดินแดนโพ้นทะเล เมรีเซีย ( รัฐอิสระบนทวีปอาร์เคเดีย ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของขั้วโลกเหนือ มีเมืองหลวงชื่อ MallVista ) เขาถูกส่งมาเพื่อสืบถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในOrion

————————-

 

 

Image result for sci-fi

                                                                         ย่านดาว์นทาว์นใน Metropolis

 

Related image

Dr.William วิศวะกรหุ่นยนต์จากสหพันธรัฐตะวันตก ในขนาดที่เขากำลังเดินอยู่ในสวนสาธารณะ เขาได้บังเอิญไปเจอกับเด็กหนุ่มคนหนึ่งเข้า  และได้ร่วมเดินทางไปด้วยกัน พวกเขาไปที่ย่านดาว์นทาว์นในเมโทรโพลิส Dr.William ได้ถามว่าเขาชื่ออะไร เด็กหนุ่มคนนั้นตอบว่าชื่อ Jacob  Dr.William ถามต่ออีกว่ามาที่นี้ทำมั้ย Jacob ได้บอกว่าเขาลาออกจากมหาวิทยาลัย แล้วเดินทางมาที่นี้ เพื่อตามหาพี่สาวของเขา หายตัวเมื่อ10ปีที่แล้ว แต่ก็ยังหาไม่พบ

————————-

 

What do you guys think of his for like one of the DNA cloning research labs??:

ต่อมา Dr.William ได้รับข้อความจาก S.I.T ให้ช่วยไปกู้ข้อมูลเท่าที่จะทำได้ ที่สถาบันวิจัยที่เคยเกิดเรื่องขึ้น เขาและ Jacob ได้เดินทางมายังสถาบันวิจัยแห่งที่2 (ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของ Metropolis ) Dr.William พยายามอย่างเต็มที่เพื่อหาให้ได้ว่า สถาบันวิจัยแห่งที่2 มีข้อมูลอะไรเหลืออยู่บ้าง และในขณะที่ตัวเขากำลังจะบอกตำแหน่งที่ตั้งของสถาบันวิจัย ทหาร New Tyne ก็มาจับตัว Dr.William และ Jacob ไปซะก่อน

————————-

 

 Related image

Jack ที่ตามมาทีหลังได้เข้าไปในสถาบันฯเพื่อหาของมูลต่อจากสองคนที่ถูกจับไป และในที่สุดเขาก็รู้ถึงจุดอ่อนของNew Tyne

————————-

 

Image result for sci-fi spaceships

   ผมค่อยๆดึงคันโยกเพื่อบังคับยานหมายเลข4 ให้มันขึ้นจากพื้นผิว พยายามเอนมันช้ายขวาให้ลอดผ่านบรรดาทางด่วนลอยฟ้าต่างๆที่ผาดผ่านระโยงระยาง วกเวียนเป็นรูปไชน์อินฟินนิตี้  ยานค่อยๆลอยขึ้นอย่างช้าๆ เนื่องจากน้ำหนักบรรทุกของยานเกือบเต็มพิกัดและเมื่อยานบินสูงขึ้น จนถึงระดับโทรโพสเฟียร์  ความเร็วของยานจึงถูกเพิ่มขึ้นให้มีความเร็ว40,000 กม./ชม เพื่อหนีแรงโน้มถ่วงและเมื่อถึงสุดเขตของชั้นบรรยากาศสตราโตสเฟียร์ “ สตราโทพอส ” อ๊อกซิเจนก็เบาบาง น้ำหนักบรรยากาศเหลือเพียงร้อยละ0.1ความกดอากาศและบรรยากาศเพื่อการหายใจภายในยานได้ถูกปรับโดยอัตโนมัติ พร้อมกับความโล่งในอกของผมก็เกิดขึ้น  
 
 
“ CQ CQ จากยานหมายเลข4ถึงศูนย์นำทาง  ”
 
“ เชิญค่ะ  นี่ศูนย์นำทาง ”
 
“ ขอใช้เส้นทาง SpeedFore และระบบ NOS ด้วยครับ ”
 
“ บอกสัญชาติของยานและหมายเลขของคุณมาค่ะ ”
 
“ นี่ Amelia เธอรู้เปล่า ในอดีตหลังสงครามที่อาร์เคเดีย มีรัฐอิสระรัฐใดเกิดขึ้นมา ”
 
“ เก็บเรื่องเล่าของคุณไว้เถอะค่ะ  อีกครั้ง  โปรดบอกสัญชาติของยานและหมายเลขของคุณมา  ”
 
“ จากสหพันธรัฐตะวันตก หมายเลข 0110 ”
 
“ อีกแล้วนะค่ะ Thomas  เมื่อไรจะใช้เลขนีโมนิกสากลเสียที  ”
 
“ ก็เดิมคุณให้ผมใช้แต่เลขฐาน2นี่ ต้องเปลื่ยนเป็นฐาน4ใช่ไหม อื่มเดี๋ยวนึกดูก่อน เอาผมคียลงไปแล้ว ”
 
“ โอเค แล้วคุณจะไปไหนค่ะ ”
 
“ Orion ”
 
“ อืม.... นั้นมันอยู่ห่างจากโลก49ล้านปีแสงเชี่ยวน่ะ  ”
 
“ ใช่ ห่างจากโลก49ล้านปีแสง ” 
 
“ Amelia จะมากับผมเหรอ ”
 
“ ขอบคุณค่ะ แต่ไม่เอาด้วยดีกว่า ”
 
“ ขอให้คุณปลดล็อคเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณด้วย แล้วให้เริ่มดาวโหลดโปรแกรมของศูนย์ภายใน5วินาทีต่อจากนั้นค่ะ ”
 
ผมปฎิบัติตาม เพราะเป็นกฎของสหพันธ์เดินทางและการขนส่งทางอวกาศ ยานทุกลำหากมาใช้เส้นทาง SpeedFore แล้วจะต้องอัพโหลดOS โปรแกมตรวจสภาพและริบสมรรถนะ จากศูนย์ควบคุมของสหพันธ์ฯ โปรแกรมนี้นอกจากมันจะชี้และช่วยนำทางได้แล้ว ยังสามารถตรวจเช็ดทุกระบบของยานอวกาศและแจ้งข้อมูลให้ศูนย์รู้ หากยานลำใดติดตั้งหรือมีอุปกรณ์ที่เป็นอันตรายต่อการสัญจรหรือดาวในระบบสุริยะ ผมไม่ชอบมันก็เพราะว่ามันสามารถบังคับความเร็วและทิศทางของยานได้ด้วยในกรณีที่จำเป็น
 
 ระบบเส้นทาง SpeedFore เป็นการพัฒนามาจากระบบอินเตอร์เพนเนทเทอรี ซูปเปอร์ไฮเวย์ขององค์การนาซ่า   ในต้นศตวรรษที่21  โดยใช้พื้นฐานทฤษฏีของนักคำนวณชาวฝรั่งเศลที่พยายามหาวงโคจรที่ใช้เชื้อเพลิงประหยัดที่สุดในการเดินทาง วัตถุกลางอวกาศไม่ว่าจะเป็นดาวฤกษ์ ดาวเคราะห์หรือดวงจันทร์ ถูกกำหนดตำแหน่งไว้5จุด  ที่เรียกว่าจุดลาเกรนจ ที่ซึ่งแรงโน้มถ่วงของเคหะวัตถุหนึ่งจะสมดุลย์กับแรงโน้มถ่วงของอีกเคหะวัตถุหนึ่ง ในอดีตที่ผ่านมาการออกแบบเส้นทางโคจรของยานอวกาศส่วนใหญ่ ออกแบบเส้นทางตามแรงโน้มถ่วงที่ดึงยานอวกาศที่มันถูกแรงจากหลายๆทิศหลายทางเกือบจะหักล้างกันเอง แล้วคงเหลือไว้ซึ่งเส้นทางตลอดสนามแรงโน้มถ่วงที่ยานอวกาศเดินทางได้ พวกเขาได้เขียนแผนที่เส้นทางการบินโคจรที่เป็นไปได้ผ่านระหว่างจุดลาแกรนจ เมื่อเส้นทางที่เปลื่ยนไปยานอวกาศจะต้องเพิ่มหรือลดความเร็วด้วย ในอดีตทฤษฎีของเขาไม่รับประกันว่าจะสามารถใช้ได้กับทุกเส้นทางในระบบสุริยะ แต่มาตอนนี้ ระบบเส้นทางซูปเปอร์สปีด มันใช้ได้ตลอดทุกเส้นทางในระบบสุริยะเรียบร้อยแล้ว
 
————————-
 
 
 
Image result for sci-fi planet
 
         ดาวสีน้ำเงินที่อยู่เบื้องหน้าทำให้ชายผู้เดินทางมาจากโลกตกตะลึงในความงาม มันงดงามยิ่งกว่าดาวดวงทุกดวงที่เขาเคยได้พบมา มันมีขนานใหญ่ขึ้นเมื่อยานบินเข้าไปใกล้ๆ สีน้ำเงิน สีเขียว สีแดงและสีขาวของหมู่เมฆระบายเหนือมหาสมุทรเบื้องล่าง มันสวยงามอย่างน่าอัศจรรย์เหมือนภาพวาดนามธรรมของศิลปินผู้ยิ่งใหญ่

Orion เป็นดาวที่เหมือนกับโลกมากที่สุด จากบันทึกเล่าว่า มนุษย์ได้สร้างสิ่งมีชีวิตรูปแบบหนึ่งขึ้นมา แล้วได้ค้นหาดวงดาวที่พอจะอาศัยอยู่ได้และพาพวกมันไปอยู่ที่นั่น ต่อมาพวกเขาก็ค้นพบดาวดวงหนึ่งในแกแล็คซี่แอนโดรเมด้า พวกเขาตั้งชื่อให้ดาวดวงนี้ว่า Orion

ถึงแม้ดาวดวงใหม่จะมีชั้นบรรยากาศ มีออกซิเจนให้หายใจได้ แต่ก็ไม่สามารถเทียบเคียงกับดาวโลกได้เลย  ดาวดวงนี้มีสีแค่สองสีคือน้ำเงินของน้ำ ท้องฟ้า และสีขาวของหมู่เมฆ ดาวดวงใหม่เป็นดาวเคราะห์มหาสมุทร องค์ประกอบของดวงดาวมีแต่น้ำทะเล และมีความลึกนับร้อยกิโลเมตร ชายหนุ่มเห็นแต่น้ำและดวงดาวบนท้องฟ้าเท่านั้น

การพาสิ่งมีชีวิตที่คิดค้นได้ครั้งนั้นมาที่นี้ คือการย้ายสิ่งมีชีวิตครั้งแรกของโลก เพื่อทำการทดลองว่า Orion นั้นมนุษย์สามารถอยู่อาศัยได้หรือไม่ 

สิ่งมีชีวิตที่ถูกส่งมาผ่านการตัดแต่งพันธุกรรมจาก S.I.T ( สถาบันวิจัยอาวุธชีวภาพ สหพันธรัฐตะวันตก )  โดยมีจุดประสงค์ที่แท้จริงก็เพื่อการทหาร หลังค้นพบ Orion การอพยพ New Tyne สู่ดาวดวงใหม่จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

แม้ว่าจะห่างจากโลกถึง49ล้านปีแสง ดาวดวงใหม่ก็มีแผ่นดินจำลอง โดยการดึงเอาอุกกาบาตมาบดสร้างเป็นแผ่นดินลอยน้ำ และนำเมล็ดพันธุ์พืชนานาชนิดมาเพาะปลูก นักวิทยาศาสตร์เพาะพันธุ์สิ่งมีชีวิตจำนวนมาก โดยเฉพาะพันธุ์สัตว์น้ำนานาชนิด พวกเขาตัดแต่งพันธุกรรมพวกมันให้อาศัยอยู่ในดาวเคราะห์ดวงใหม่ และอาศัยเป็นอาหาร เพื่อสร้างดาวดวงใหม่ให้เหมือนดาวโลกต้นแบบให้มากที่สุด 

" คงต้องส่งข้อความกลับไปที่ศูนย์นำทาง บอกพวกเขาให้รู้แล้วว่าพวกเราเดินทางมาถึง Orion แล้ว "

" ไม่รู้เหมือนกันว่าทำมั้ยพวกเขาถึงออกกฏห้ามเดินทางมาดาวดวงนี้ "

Thomas ก้มมองเครื่องคอมพิวเตอร์ติดต่อสื่อสารที่ติดบนข้อมือขนาดเล็ก มีไฟสีฟ้ากระพริบถี่ๆเป็นสัญญาณเตือนว่ามีข้อความใหม่ส่งมาถึงเขา

" พ่อส่งข้อความมาบอกว่าทั้ง 3 Sector พวกเขาประชุมกันแล้ว ได้ข้อสรุปว่า โลกจะกลับมาทำสงครามกับ New Tyne อีกครั้ง และเตือนให้ระวังตัวให้ดี และขอให้การเดินทางมา Orion ครั้งนี้เป็นความลับที่สุด เมื่อได้ข้อมูลแล้วให้รีบแจ้งกลับไปทันที เพื่อพวกเขาจะรู้ว่าควรทำอย่างไรต่อไป"

ยานพุ่งผ่านชั้นบรรยากาศของ Orion อย่างรวดเร็ว ประกายไฟจากการเสียดสีของชั้นบรรยากาศทำให้การร่อนลงสู่พื้นเหมือนดาวตก เขาบังคับยานให้ร่อนลงจอดริมชายหาด ตำแหน่งในแผนที่บอกว่าบริเวณนี้เป็นเขต Sentry 

สภาพแวดล้อมของ Orion งดงามมากกว่าที่คิด ภาพธรรมชาติของท้องทะเลสวยงาม ท้องฟ้าสีคราม หมู่เมฆสีขาวประดับบนท้องฟ้า ทำให้พวกเขามั่นใจว่า Orion มนุษย์สามารถอพยพมาอยู่ได้แล้ว

น่าอัศจรรย์ ที่ Orion สิ่งมีชีวิตอยู่เต็มไปหมด บนจอคอมพิวเตอร์ควบคุมยาน ปรากฏสัญญาณสิ่งมีชีวิตในท้องทะเล แต่เขายังไม่สามารถแยกแยะได้ว่าสัญญาณที่ปรากฏบนจอเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดใดบ้าง แต่เขาก็มั่นใจว่า Orion เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตอย่างแน่นอน

เมื่อประตูยานเปิดออก ถึงแม้ว่าภายในชุดอวกาศจะถูกปรับอากาศให้เย็นสบาย แต่อากาศอบอุ่นจากแสงแดดส่องทะลุกระจกป้องกันรังสีเข้ามาสัมผัสร่างกายที่ซ่อนอยู่ภายใต้ที่หนา เขามุ่งหน้าสู่เป้าหมายไปบนถนน ขณะที่เดินไปตามทางเขาก็เตะกับแผ่นเหล็กเข้า แต่ทันใดนั้น ชายหนุ่มก็รู้สึกเจ็บที่ต้นคอ และสิ่งมีชีวิตคล้ายมนุษย์วิ่งเข้ามาใช้อุปกรณ์ประหลาดจี้ตัวเขา 

แสงสว่างส่องมาที่ตาเขา  เสียงที่ได้ยินไม่ใช่ภาษาที่เขาคุ้นเคย ร่างกายของเขาขยับไม่ได้ ดูเหมือนเขาจะนอนเปลือย เขารู้สึกหนาวไปถึงกระดูก แม้สมองยังมึนงงแต่จิตสำนึกฟ้องให้เขารู้สึกอับอายต่อการถูกจับเปลือยกายในขณะที่ไม่มีสติ

สายตาของเขาถูกปรับให้เห็นอย่างชัดเจน สติของเขากลับมาทำงานอย่างสมบูรณ์ด้วยภาพที่เห็น Thomas รู้สึกเจ็บไปหมด เขากำลังจะหมดความรู้สึกอีกครั้ง 

————————-

 

 Image result for sci-fi prison

Thomas นั่งมองออกไปนอกห้องขัง แสงไฟกระพริบไปทั่วห้อง มันเป็นห้องที่ใหญ่มาก พวกนักวิทยาศาสตร์ของ New Tyne ลากเอายานอวกาศที่มากับเขามาเก็บไว้ในห้องนี้ เหล่านักวิทยาศาสตร์ของ New Tyne หลายคนกำลังรื้อค้นยานออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ที่ยานในตอนนี้เหลือแต่ซาก

ดูเหมือนพวกนักวิทยาศาสตร์ New Tyne จะแยกชิ้นส่วนจนไม่เหลืออะไรให้แยกแล้วทันใดนั้นสายตาของเขาก็เห็นแสงกระพริบสีฟ้ามันกระพริบสม่ำเสมอจากอุปกรณ์ชิ้นหนึ่ง ขนาดของมันเล็กเท่าฝ่ามือวางอยู่บนโต๊ะริมทางเดิน มันคืออุปกรณ์สื่อสารที่เคยติดบนชุดอวกาศของเขานั่นเอง โทมัสได้แอบส่งข้อความขอความช่วยเหลือไปยังโลก ต่อมาโทมัสได้ถูกนำตัวไปยังอีกห้องขัง ที่นั้นเขาได้เจอ Dr.William และ Jacob

" Dr.William.. "

" Thomas! นายมาที่ Orion ทำมั้ย "

" ผมมาเพื่อทำการสำรวจ ยังไม่ทันได้สำรวจ ก็มาถูกพวกนี้จับได้ซะก่อน แล้วด็อกเตอร์ล่ะ มาที่Orionทำมั้ย "

" ก็ตั้งใจไว้ว่าจะมาพักผ่อน แต่ได้รับข้อความจาก S.I.T ให้ไปกู้ข้อมูลที่สถาบันวิจัย เลยโดยจับได้ระหว่างกำลังกู้ข้อมูล "

" แล้วเด็กหนุ่มคนนั้นล่ะ โดนจับมาพร้อมด็อกเตอร์เหรอครับ แล้วเขามีชื่อว่าอะไร "

" ชื่อ Jacob มาที่นี้เพื่อตามหาพี่สาว "

ที่เมโทรโพลิสฝ่าย New Tyne ได้มีการก่อตั้งหน่วยงานพิเศษขึ้นมา เพื่อเป็นศูนย์รวม New Tyne ที่มีพลังจิต ในชื่อทีม Avenger โดยมีจุดประสงค์เพื่อทำสงครามกับโลกมนุษย์โดยเฉพาะ 

————————-

 

Dr.Joseph เขากำลังยืนที่ตรงหน้าหน้ากระจกใสบานใหญ่ จ้องมองสิ่งมีชีวิตที่เขาสร้างมันขึ้นมา พี่ชายของเขา Dr.William คือหนึ่งในทีมวิจัยที่ปลุกชีพพวกมันขึ้นมาด้วยเทคโนโลยีล้ำหน้าของโลก พวกมันถูกหมายมั่นให้เป็นความหวังสุดท้ายของมนุษยชาติ 

ผู้ที่ยืนอยู่ข้างในห้องทดลองคือนักวิทยาศาสตร์พันธุวิศวกรรมจากสหพันธรัฐตะวันตก เขาคือผู้ที่มีหน้าควบคุมดูแลสิ่งมีชีวิตในห้องทดลองนี้ก่อนจะเกิดสงครามล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์

“ท่านจะให้เวลาผมอีกนานแค่ไหน” ชายคนนั้นหันไปถามผู้นำระดับสูงของสหพันธรัฐตะวันตก

“จนถึงอาทิตย์หน้า” ชายคนนั้นตอบเสียงเข้ม   “เราเสียเวลามามากพอแล้ว บางทีสิ่งที่คุณสร้างขึ้นมามันอาจจะเป็นเพียงฝันลมๆแล้งๆที่ผลาญเวลาไปอย่างเปล่าประโยชน์ก็ได้นะ”

 Dr.Joseph ไม่ต่อปากต่อคำ ดวงตายังคงมองทะลุกระจกใสไปยังภาพสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในหลอดแก้ว เขาเงียบไปชั่วอึดใจก่อนจะพูดออกมาว่า “ผมอยากจะลองดูอีกสักหน่อย ถ้าเราล้มเหลวจริงๆ ผมจะทำลายพวกมันทิ้งทั้งหมด”

นักวิทยาศาสตร์ผู้เก่งกาจไม่เคยคิดยอมแพ้ต่อโชคชะตา เขาเชื่อว่าการที่มีร่างกายที่แข็งแรงไม่ใช่เรื่องในตำนาน แต่มันเป็นสิ่งที่เคยเกิดขึ้น

เมื่อสามเดือนก่อนหน้านั้น

เจ้าหุ่นอัลฟ่าวันซึ่งเป็นหุ่นยนต์ในคลาสการค้นหา ได้ออกปฎิบัติการค้นหาสิ่งที่ Dr.Joseph ต้องการ หลังจากที่เขาตรวจพบคลื่นสัญญาณขนาดเล็กดังมาจากใต้ดินลึกลงไปราว1ไมล์ เขาเชื่อว่าสิ่งที่กำลังส่งสัญญาณนั้นเป็นสิ่งที่เขาเพียรพยายามตามหามานาน จากข้อมูลยังไม่เคยมีชาวโลกคนไหนค้นพบมาก่อน

บริเวณที่ตรวจพบสัญญาณเป็นพื้นที่รกร้าง ปราศจากสิ่งมีชีวิต มันเป็นพื้นที่ที่ถูกทิ้งเพราะมีแต่ซากปรักหักพังของตึกรามบ้านช่องในยุคสมัยช่วงที่เกิดสงครามอาร์เคเดีย บริเวณนี้มีแต่กัมมันตภาพรังสีปกคลุมอย่างหนาแน่น

ในที่สุดสิ่งที่อยู่ใต้ดินก็ถูกนำขึ้นมาโดยเจ้าหุ่นอัลฟ่าวันและหุ่นตัวอื่นๆที่ทำหน้าที่ขุดเจาะลงไปใต้พื้นดิน สิ่งที่พวกเขาค้นพบคือเครื่องจักรกลอิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่พอๆกับห้องเล็กๆห้องหนึ่ง เครื่องจักรดังกล่าวถูกซ่อนเอาไว้ในห้องนิรภัยที่ฝังในใต้ดินลึกลงเกือบ1ไมล์ไปโดยฝีมือใครสักคน ก่อนที่จะเกิดสงครามอาร์เคเดีย ที่สำคัญเขายังพบร่างของสิ่งมีชีวิตหลายสิบร่างบรรจุอยู่ในโลงแก้วสุญญากาศอีกด้วย

“นอกจากสิ่งเหล่านี้แล้ว แกเจออะไรอีกบ้าง เช่นพวกสิ่งมีชีวิตหรือเอกสารอย่างอื่น” Dr.Joseph หันไปถามเจ้าหุ่นอัลฟ่าวันขณะที่กำลังยืนตรงหน้าเครื่องจักรรูปทรงลูกบาศก์ขนาดใหญ่ ตอนนี้มันถูกเคลื่อนย้ายนำมาเก็บไว้ในห้องทดลองซึ่งเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ของS.I.T รวมไปถึงซากของสิ่งมีชีวิตพวกนั้นด้วย

“ผมไม่พบอะไรอย่างอื่นเลยครับ นอกจากสิ่งที่ผมนำมาให้” เจ้าหุ่นตอบ มันมองไปที่เครื่องจักรลูกบาศก์ ซึ่งแต่ละด้านหากกะด้วยสายตาจะยาวด้านละประมาณ5เมตร

“ผมพบว่าสัญญาณที่ตรวจจับได้ส่งออกมาจากในวัตถุชิ้นนี้ ผมแนะนำให้เราใช้ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์เจาะเข้าไปในลูกบาศก์เพื่อดูว่ามีอะไรอยู่ในนั้น”

“ฉันเห็นด้วย เราจะเปิดมันออกดู ถ้าการคาดคะแนของฉันไม่ผิดพลาด ในนั้นจะมีสิ่งที่เราตามหา ซึ่งอาจจะเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงกับบันทึกของ ProjectSpirit ลองดูที่ผนังทั้งสี่ด้านซิ มันมีรูปลวดลายของภาพสิ่งมีชีวิตที่ตรงกับรูปในบันทึกหรือป่าว เจ้าสิ่งนี้ต้องเกี่ยวข้องด้วยแน่ๆ” Dr.Joseph บอกด้วยความหวังพลางใช้มือรูปไปบนลวดลายบนพื้นผิวภายนอกของเครื่องจักร

ก่อนหน้านั้นเป็นเวลาหลายปีมาแล้ว ที่เขาได้ข้อมูลมาจากบันทึกของ ProjectSpirit ซึ่งกล่าวถึงสิ่งมีชีวิตที่เหมือนกับมนุษย์ ก่อนที่พวกมันจะพัฒนาตัวเองได้จนมันฉลาดเหมือนมนุษย์  และนำไปสู่สงครามล้างเผ่าพันธุ์มนุษย์  ทีมวิจัยจาก ProjectSpirit ไม่มีใครรอดชีวิต  New Tyne อาศัยวิทยาการที่ยังเหลืออยู่จากทีมวิจัยสร้าง Orion ขึ้นมา

Dr.Joseph จัดการเชื่อมต่อเครื่องมือเข้ากับเครื่องจักรลูกบาศก์ที่เขานำขึ้นมาจากใต้ดิน ด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง เขาเจาะเข้าไปในลูกบาศก์ ก่อนจะพบว่าในนั้นมีระบบคอมพิวเตอร์ที่เก็บข้อมูลบางอย่างเอาไว้ ทันทีที่หน้าจอแสดงให้เห็นถึงข้อมูลที่ถูกดึงออกมา สิ่งที่ปรากฎต่อสายตาของเขาทำให้เขาตื่นเต้นอย่างยิ่ง เขาสั่งให้เจ้าหุ่นอัลฟ่าวันตามตัวนายพลHarrison มาอย่างเร่งด่วน เขามีข่าวดีที่ต้องรายงานให้ทราบ

“ คุณกำลังจะบอกว่าคุณเจอสิ่งที่คุณตามหาแล้วเหรอ ” นายพลHarrison มองภาพที่ปรากฎบนจอคอมพิวเตอร์

“ แล้วสิ่งนี้จะมีประโยชน์อะไรกับพวกเรา ”

“ มีประโยชน์แน่ๆครับท่าน ” Dr.Joseph กำลังจะอธิบาย

“ นี่คือข้อมูลต้นแบบของสิ่งมีชีวิตที่ ProjectSpirit วิจัยแล้วคิดที่จะสร้างแต่ไม่สำเร็จ ในช่วงก่อนที่จะเกิดสงครามอาร์เคเดีย ถ้าเราสร้างพวกเขาขึ้นมาอีกครั้ง ผมหวังว่าจะได้ใช้ประโยชน์จากร่างกายที่สมบูรณ์แบบนี้ นอกจากนั้นแล้วเรายังพบสิ่งที่เชื่อว่าเป็นส่วนที่ใช้ควบคุมร่างกายของพวกเขา แล้วเรายังขุดเจอร่างกายจริงๆที่ถูกรักษาให้เสื่อมสลายน้อยที่สุดในหลอดแก้ว ถึงแม้สภาพร่างกายจะไม่สมบูรณ์100% เพราะเนื่องจากระยะเวลาที่ผ่านมานาน แต่เราสามารถถอดรหัสพันธุกรรมเนื้อเยื่อเพื่อสร้างมันขึ้นมาใหม่ได้ครับ ”

“ เทคโนโลยีที่มีอยู่ของเราสามารถทำอย่างนั้นได้เหรอ ”

“ ถูกต้องแล้วครับ เทคโนโลยีของเราในตอนนี้ก้าวหน้าไปไกลมาก จนสามารถปลูกและสร้างเนื้อเยื่อขึ้นมาใหม่ได้ ขอเพียงเรามีพิมพ์เขียวที่สมบูรณ์แบบเท่านั้น หรือว่ามีชิ้นส่วนเซลล์ของอะไรก็ตาม เราสามารถดึงออกมาจากลูกบาศก์นั่นแล้ว ผมคิดว่าคนที่ฝังมันเอาไว้อาจจะรอให้เรามาค้นพบ เพื่อต้องการให้เราสร้างมันขึ้นมาอีกครั้ง ”

————————-

 

Image result for sci-fi lab

วิศวกรรมเนื้อเยื่อและระบบประสาทขั้นสูงสร้างสิ่งที่ทีมวิจัยจาก ProjectSpirit ทำไม่สำเร็จให้สำเร็จได้ สิ่งนี้เรียกว่า Prototype มันถูกสร้างขึ้นมาจากพิมพ์เขียวของ ProjectSpirit ที่ Dr.Joseph มี รวมถึงเนื้อเยื่อจากร่างกายและสิ่งที่ถูกคาดว่าใช้สำหรับควบคุมร่างกาย ตอนนี้ ร่างหลายพันร่างนอนอยู่ในหลอดแก้วขนาดใหญ่ที่มีของเหลวเป็นสารควบคุมอุณหภูมิของร่างกายและเพราะเลี้ยงเซลล์เนื้อเยื่อ รอเวลาที่จะถูกปลุกชีพอีกครั้ง

“ โชคดีที่ข้อมูลในเครื่องจักรที่เราค้นพบบอกทุกอย่างไว้เกี่ยวกับองค์ประกอบของ Prototype ที่เราจะสร้างขึ้นมาใหม่ เราจึงสามารถใช้เทคโนโลยีในปัจจุบันปลูกเนื้อเยื่อและสร้างส่วนที่ควบคุมร่างกายได้”

Dr.Joseph หันไปบอกนายพลHarrison ที่กำลังยืนมองดูร่างที่นอนนิ่งในหลอดแก้ว เขากำลังคิดว่า ถ้าร่างนั้นสามารถเป็นต้นแบบได้จริง มันจะเป็นอะไรที่สมบูรณ์แบบ แต่ถ้าไม่เป็นไปอย่างที่คิด อะไรขึ้นจะเกิด

“ สิ่งมีชีวิตที่อยู่ตรงหน้าดูมันแข็งแรงมาก น่าเสียดายที่ทีมวิจัยจาก ProjectSpirit ทำไม่สำเร็จ ”

“ แต่เราก็ได้สร้างพวกมันขึ้นมาอีกครั้ง เราหวังว่าจะได้ใช้ประโยชน์จากพวกมันเพื่อกองทัพของเรา ” ในตอนนี้Dr.Joseph เขารู้สึกภูมิใจในความสำเร็จ

“ Dr.Joseph คุณพูดถูก เราไม่เคยสร้างสิ่งมีชีวิตที่สามารถเอาชนะพวก New Tyne ได้  สงครามกำลังจะเกิดขึ้น เราคงได้ใช้พวกมันแน่นอน ทีมวิจัยจากProjectSpirit เขาฉลาดพอที่จะเก็บรักษาข้อมูลเอาไว้ เพื่อนำไปใช้เป็นเซลล์ต้นแบบเมื่อมีผู้ค้นพบ ในยุคสมัยที่เทคโนโลยีสามารถสร้างพวกมันขึ้นมาอีกครั้ง ”

“ แล้วหลังจากนี้ คุณจะทำอย่างไรต่อไป ”

“ ผมจะสร้าง Prototype ขึ้นมาอีกครั้ง และเฝ้าดูพฤติกรรมของพวกมันก่อนจะตัดสินใจขั้นสุดท้ายครับ ”

————————-

 

I feel like if the scientists could get their hands on them again, they might keep and study some of the beasts their predecessors made.:

บรรดาแรงงานหุ่นยนต์ถูกเกณฑ์มาเพื่อสร้าง Prototype จนในที่สุดก็มี Prototype เกิดขึ้นมา แต่ว่ากลับไม่เป็นไปอย่างที่คิด เมื่อเหล่า Prototype ถูกปลุกให้ตื่นขึ้น เรื่องเลวร้ายก็เกิดขึ้น พวกมันกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่ดุร้าย บรรดา Prototype เข้าต่อสู้กับหุ่นยนต์และนักวิทยาศาสตร์ในโครงการก็ถูกฆ่าตาย ซ้ำร้ายไปกว่านั้น พวกมันยังทำร้ายพวกเดียวกันเองด้วย 

นายพลHarrison จึงประกาศกฎอัยการศึกให้กองกำลังทหารหุ่นยนต์คลาสจู่โจมจับตัว Prototype ไปกักขังไว้ ณ สถานที่ที่ถูกออกแบบให้มีความแข็งแรงอย่างแน่นหนา มันเป็นลานกว้างที่ล้อมรอบด้วยเครื่องปล่อยกระไฟฟ้าแรงสูง รวมถึงเสริมความแข็งแกร่งด้วยเหล็กกล้าที่ไม่สามารถถูกทำลายได้ง่ายๆ

Dr.Joseph รู้สึกสับสนจนหัวแทบระเบิด เขาไม่อยากทำลายผลงานที่เขาสร้างขึ้นมา มีความคิดบางอย่างเกิดขึ้นซึ่งอาจจะเปลี่ยนสถานการณ์ที่เลวร้ายให้กลายเป็นดี

“ ผมจับ Prototype ทั้งหมดมากักขังไว้ที่เดียวกันในลานโล่งข้างล่างนั่น ” Dr.Joseph บอกกับนายพลHarrison

“ เราจะให้พวกมันต่อสู้กันเองเพื่อเอาชีวิตรอดให้ได้ ตัวที่แข็งแกร่งที่สุดจะถูกคัดเลือกออกมาโดยผลการต่อสู้  ตัวสุดท้ายที่รอดชีวิตจะเป็นร่างที่เราจะนำมาศึกษา ”

เขายืนมองภาพเหตุการณ์ที่สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า Prototype ต่อสู้กัน มีอาวุธหลากชนิดซึ่งถูกโยนให้ลงไปในลานต่อสู้ พวกมันจับอาวุธมาสู้กัน บางตัวล้มตาย บางตัวก็บาดเจ็บ สู้กันไปเรื่อยๆ และในที่สุดก็เหลือรอดแค่ร่างเดียว 

กองทหารหุ่นยนต์พา Prototype ร่างสุดท้ายที่รอดชีวิตมาที่ห้องทดลองของสถาบันวิจัยอาวุธชีวะภาพ มันถูกทำให้สลบและถูกจับตรวจสอบร่างกายอย่างละเอียด

Dr.Joseph มองร่างที่ถูกมัดตรึงไว้กับเตียง ทั่วร่างกายมีสายไฟ สายสัญญาณระโยงระยางเชื่อมต่อเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์สำหรับตรวจวัดสัญญาณชีพ รวมไปถึงคลื่นไฟฟ้าจากอวัยะวะที่เชื่อว่าเป็นหน่วยสั่งการและควบคุมร่างกาย

หนึ่งชั่วโมงผ่านไป คอมพิวเตอร์ก็รายงานผลจากข้อมูลที่ถูกดึงมาจากหน่วยสั่งการในร่างกาย มันทำให้Dr.Joseph ถึงกับตะลึงเมื่อเขาค้นพบความลับที่ซุกซ่อนในอวัยวะส่วนควบคุมของ Prototype เขาถึงกับทรุดลงนั่งกับพื้นเมื่อพบว่าความรุนแรงที่Prototype แสดงออกมาถูกสั่งการจากอวัยวะที่บรรจุอยู่ในศีรษะ!

ในตอนนั้น หุ่นอัลฟ่าวันก็รายงานผลจากการที่คอมพิวเตอร์ทำการรวบรวมข้อมูลจากเครื่องจักรลูกบาศก์เพิ่มเติม มันค้นพบข้อมูลชิ้นใหม่ล่าสุด

“ Dr.Joseph ครับ ผมอ่านข้อมูลที่เพิ่งได้มา ดูเหมือนจะเป็นคำเตือนบางอย่างที่ถูกบันทึกเอาไว้ในหน่วยความจำในลูกบาศก์ ข้อมูลที่เหมือนจะถูกใครบางคนเขียนทับลงไปอีกที ซึ่งมันขัดแย้งกับข้อมูลชุดแรกที่บอกให้เราสร้างPrototype ” เจ้าหุ่นรีบรายงาน

“ แกเจออะไร ”

“ มันเขียนไว้ว่า อย่าสร้างสิ่งมีชีวิตนี้ขึ้นมา เพราะมันมีความไม่สมบูรณ์ในด้านจิตใจ  รูปร่างภายนอกของพวกมันดูแข็งแรงก็จริงแต่ภายในร่างกายของพวกมันยังคงมีปัญหาอยู่ เมื่อค้นพบข้อความนี้ จงทำลายร่างและข้อมูลต้นแบบในคอมพิวเตอร์ทิ้งให้หมด เราผู้บันทึกข้อมูลไม่สามารถสร้างพวกมันได้สำเร็จ  พวกมันคือสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า Prototype สำหรับเราสิ่งมีชีวิตดังกล่าวเป็นความผิดพลาด ”  หุ่นอัลฟ่าวันอ่านข้อความประโยคสุดท้าย

Dr.Joseph ถึงกับนิ่ง ในที่สุดสิ่งที่เขาเชื่อว่าจะช่วยโลกได้ แท้จริงแล้วคือผลการทดลองที่ผิดพลาดนั้นเอง

————————-

 

Sci Fi High Definition

Dr.William มองไปที่นอกหน้าต่าง ตอนนี้ New Tyne ได้ครอบครอง Orion หมดทั้งดาวแล้ว เขาต้องทำอย่างไรดี สิ่งที่เขาคิดได้คือรอการช่วยเหลือเท่านั้น

“ ถ้าทีมวิจัยใน ProjectSpirit  คิดให้รอบคอบมากกว่านี้  ไม่ทำให้ New Tyne มีสติปัญญาที่เหมือนกับมนุษย์ เรื่องมันคงไม่เป็นแบบนี้ ” 

————————- 

 

 

Jack สายลับจากเมรีเซีย ได้รับข้อความจาก AI7 ให้ไปช่วยเหลือคนสามคนที่ถูกขังอยู่สถาบันทดลองของ New Tyne แล้วพาตัวกลับมาที่โลกมนุษย์ โดยพวกเขาจะส่ง Alice สายลับจาก AI7 ไปเป็นผู้ช่วย  

Jack เดินทางมาถึงสถาบันทดลองพร้อมกับ Alice ที่หน้าประตูทางเข้ามียามรักษาความปลอดภัย เฝ้าอยู่เต็มไปหมด

" Jack..เราสองคนจะเข้าไปได้ยังไง มียามเฝ้าอยู่เยอะแบบนี้ "

" ไม่ต้องห่วง ผมเคยดูพิมพ์เขียวของสถาบันทดลองนี้ เดียวคุณตามผมมาแล้วกัน "

ทั้ง2คนได้แอบเข้าไปทางท่อระบายน้ำที่อยู่ใต้สถาบันทดลอง แล้วทั้งสองคนก็เข้ามาในสถาบันทดลองได้สำเร็จ และ Jack เขาก็เห็นแสงกระพริบสีส้ม มาจากอุปกรณ์บนข้อมือของเขา 

" Alice เราใกล้ห้องขังที่ 3 คนนั้นถูกคุมตัวไว้แล้วล่ะ " ทั้ง 2 คนใช้เวลาไม่นานก็มาถึงห้องขังที่ทั้ง3คนนั้นถูกขังได้สำเร็จ

" ผมชื่อ Jack เป็นเจ้าหน้าที่พิเศษจาก C.I.S  ผมได้รับคำสั่งให้มาช่วยพวกคุณทั้ง 3 คนออกไปจากที่นี้ ส่วนผู้หญิงคนนี้เธอชื่อ Alice เธอเป็นสายลับจาก AI7 "

 ————————- 

 

Holodeck:

หลังจากนั้นทั้ง5คนก็หนีออกมาได้สำเร็จ และได้เดินทางกลับมาที่โลก หลังกลับมาถึงโลก พวกเขาทุกคนได้เดินทางไปที่อาร์เคเดีย ทั้ง5คนเดินเข้าไปภายในห้องรับรองที่อยู่ชานเมือง MallVista  ภายในห้องมีผู้นำระดับสูงจากทั้ง 3 Sector รอพวกเขาอยู่ก่อนแล้ว

“ พวกคุณเป็นยังไงกันบ้าง..? ”  นายพลHarrison ถามออกไปเมื่อเห็นทั้ง5คนเดินเข้ามาในห้อง

“ พวกเราสบายดีครับ ท่านนายพล ” 

" ตอนนี้ทั้ง 3 Sector พวกเราได้ประชุมกันแล้ว โลกจะทำสงครามกับ New Tyne "

“ แล้วท่านไม่กังวลเรื่องเทคโนโลยีของพวก New Tyne ที่สูงกว่าโลกมนุษย์เราเหรอครับ ผมคิดว่าหากไม่มีการเตรียมการที่ดี เราไม่มีวันชนะพวกมันแน่ๆ “

“ พวกคุณไม่ต้องห่วง ตอนนี้ผมให้ Dr.Joseph สานงานของ Dr.Vincent หัวหน้าทีมวิจัย ProjectSpirit เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้เขาอยู่ที่ S.I.T พวกเราจะใช้เจ้าสิ่งนี้สู้กับพวก New Tyne มันคือหุ่นยนต์ Android หุ่นยนต์ครึ่งมนุษย์ครึ่งไซบอร์ก มันเป็นงานวิจัยของ Dr.Vincent เขาสร้างมันขึ้นมาหลังเสร็จงานจาก ProjectSpirit แต่ทำไม่สำเร็จ เพราะเขามาเสียชีวิตไปซะก่อน ”

" พวกเราทั้ง 3 Sector จะตั้งทีมปฎิบัติการพิเศษขึ้นมา ในชื่อทีมDelta โดยสมาชิกในทีมก็คือพวกคุณทั้ง4คน พวกคุณมีหน้าที่ในการสืบหาข้อมูลที่ Orion แล้วส่งกลับมาที่โลก ส่วน Dr.William เราจะให้เขาไปช่วยงาน Dr.Joseph น้องชายของเขา สร้างหุ่นยนต์ Android ให้สำเร็จ "   

F.E.A.R. - Character concept, Alen Rocha on ArtStation at <a href=- concept art: Igneous and Chancers// Character: Militia Guard (Giggles). The Militia is a group funded with the intent of keeping the peace during the reconstruction of the States and the institution of the new government. Some are generally good people, they want to keep their countrymen safe. Others? Not so much.: Cyberpunk:

                     Alice                                          Jack                                 Thomas                                  Jacob

————————- 

 

 

Benoit Godde Concept Art and Illustrations

Dr.William เดินเข้ามาภายในห้องรับแขกของบ้านหลังใหญ่สองชั้นที่ปลูกอยู่ชานเมืองMonte Rovir ภายในห้องห่างออกไปราวสามเมตรบนโซฟามีเอกสารงานทดลองของ Dr.Vincent วางอยู่

“ กริ๊งงง… ” เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น Dr.William รีบไปยังต้นเสียงในทันที

“ เป็นไงบ้างครับ พี่William ” 

“ Joseph.... ” เขาเงียบไปพักหนึ่ง

“ พี่ครับ ยังอยู่ในสายหรือเปล่า? ” 

“ อืม…แล้ว Joseph ล่ะเป็นยังไงบ้าง สบายดีหรือป่าว? ” Dr.William ถามออกไปด้วยน้ำเสียงที่กังวลและเป็นห่วง

“ สบายดีครับ พี่ครับ ผมพึ่งได้อ่านเอกสารเกี่ยวกับการสร้างหุ่นยนต์ Android ที่S.I.Tส่งมาให้ แต่ผมยังมีข้อสงสัยอยู่นิดหน่อย ช่วยมาหาผมที่บ้านได้ไหมครับ ” 

“ ได้ พี่จะไปเดียวนี้ พี่คิดว่าหากไม่มีฝนตกลงมา คงไม่เกิน1ชั่วโมงก็คงไปถึง ”

“  ขอบคุณมากครับ ” Dr.Joseph พูดด้วยน้ำเสียงที่เข้าใจและเต็มไปด้วยความหวัง อันเป็นนิสัยส่วนตัวที่มีเหตุผลของเขา หลังจากคุยโทรศัพท์เสร็จ Dr.William ก็เดินไปที่ห้องทำงานของตัวเอง เพื่อเตรียมของและเอกสารที่จำเป็น ก่อนเดินทางไปพบ Dr.Joseph

“ นายเป็นใคร? เข้ามาอยู่ในห้องของผมได้ยังไง? ” 

“ ผมเป็นเจ้าหน้าที่พิเศษจาก C.O.S (หน่วยข่าวกรอง สมาพันธ์รัฐตะวันออก) มาเพื่อรับตัวคุณไปสถาบันวิจัยอาวุธชีวะภาพ ”  Dr.William มองไปที่โต๊ะทำงาน “ งั้นผมขอเก็บเอกสารก่อน ”  แล้วทันทีที่ Dr.William อ่านงานวิจัยเขาก็พูดออกมาว่า

“ นี่มันอะไรกัน มันไม่หน้าจะเป็นไปไม่ได้! ” เขาพึมพำกับตัวเองทันทีที่ได้ดูงานวิจัยของ Dr.Vincent

“ หรือว่านี้อาจจะเป็น… ”   Dr.William พูดยังไม่ทันจบ เจ้าหน้าที่พิเศษจาก C.O.S ก็สวนขึ้นมาทันทีว่า

“ ถ้าด็อกเตอร์อยากทราบรายละเอียดมากกว่านี้ ก็ตามผมมาครับ ”

————————-

 

3481 คือหมายเลขทางหลวง ที่เจ้าหน้าที่พิเศษจาก C.O.S ใช้เป็นเส้นทางในการมุ่งสู่ S.I.T ซึ่งห่างจากชานเมืองMonte Navir มาประมาณ 50 ไมล์ หลังการเดินทางมาประมาณ2ชั่วโมง ทั้งสองก็มาถึง S.I.T ทั้งคู่เดินเข้ามาภายในห้องรับรองของ S.I.T และได้พบกับ Edward ผู้อำนวยการของ S.I.T 

“ Dr.William คุณคงได้ดูในรายงานแล้ว เมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา Dr.Joseph ได้นำข้อมูลความคืบหน้ามาให้ดูแล้ว มันกำลังไปได้ดีเลยครับ ” 

“ มันเหลือเชื่อมาก งานวิจัยชิ้นนี้เต็มไปด้วยพื้นฐานทางชีวะพันธุกรรมและข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ ผมมั่นใจว่าเจ้าสิ่งนี้จะสามารถช่วยโลกเราได้แน่นอนครับ ”  แต่ทันทีที่ Dr.William ได้อ่านผลสรุปทางการทดลองครั้งล่าสุดก็พูดออกมาว่า

“ อะไรกัน! ทำมั้ยอายุการใช้งานของหุ่นยนต์Android ถึงได้สั้นมาก? ขนาดเราใช้เทคโนโลยีระดับสูงในการผลิตแล้ว ยังอยู่ได้แค่ 1 เดือน ” 

“ ใจเย็นๆก่อนครับ ตอนนี้ทาง S.I.T กำลังหาสาเหตุและแนวทางแก้ไขเรื่องนี้อยู่ ”

“ แล้วได้เรื่องหรือยังครับ ”  Dr.William ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงคาดคั้น

“ ตอนนี้ยังครับ แต่ผมคิดว่า… ”

“ ยัง! อย่างนั้นเหรอ นี่มันผ่านมา10ปีแล้วนะ นับตั้งแต่ S.I.T มาสานต่องานวิจัยชิ้นนี้ ไม่น่าเชื่อว่านักวิทยาศาสตร์ของที่นี้ ยังแก้ไขปัญหานี้กันไม่ได้  ถ้าอย่างงั้นไม่เป็นไรครับ เดียวผมจะแก้ปัญหานี้ให้เอง ” 

  ————————-

 

Art by #TonyZhouShuo. #sciencefiction #scifi <a href=

ทีมDelta ได้ขับยานมาที่ Orion แต่แรงโน้มถ่วงของ Orion กำลังดึงยานของทีมDelta ให้ต่ำลงเรื่อยๆ

“ ทัศนวิสัยน์ไม่ดีเลย  ”  Thomas คนขับยานทีมDelta รายงาน  “ เรามองไม่เห็นด้านล่าง ” ตัวยานเริ่มโคลงเคลง  Alice สำรวจกระเป๋ากู้ชีพ แล้วมองไปที่ปืนพลาสม่าที่ถูกล็อคเรียงกันข้างผนังของยาน หากเสียห้องสัมภาระไป อาวุธที่ใช้จะเหลือเพียงเท่านี้

“ Thomas เราต้องสละห้องสัมภาระนะ ” Alice บอกThomas ด้วยสีหน้าที่วิตกอย่างเห็นได้ชัด

“ ขอเวลาผมอีกหน่อย ”  Thomas มองตรงไปนอกยานด้านหน้า เห็นท้องฟ้าสว่างอยู่ไม่ไกล ยานหลุดออกจากกลุ่มเมฆฝน แสงสว่างราวกับแสงจากดวงอาทิตย์ของระบบสุริยะนี้ ฉาบไปทั่วท้องฟ้า Thomas รีบปลดเข็มขัด แล้วพุ่งตรงไปที่หน้าต่างของยาน มองผ่านกระจกออกไป
มันเป็นเส้นโค้งของขอบฟ้า ทอดยาวจนกลืนหายไปกับเมฆ Thomas ยกเข็มทิศตรงข้อมือขึ้นมาดู มองออกไปข้างนอกอีกครั้ง เขาเริ่มมั่นใจว่าแสงที่ปรากฏคือแสงจากดวงอาทิตย์ 

“ ยานลงมาต่ำแล้วนะ Thomas ”   Alice ร้องเตือนเสียงดัง “ ยานหนักเกินไป เราต้องสละห้องสัมภาระเดี๋ยวนี้ ”
 Thomas พยายามจดจำรายละเอียดทุกอย่างให้ได้ทั้ง แสง เงาหรือจุดเด่นอะไรสักอย่าง ที่พอจะระบุตำแหน่งปลดห้องสัมภาระทิ้งได้ เขามั่นใจว่าต้องได้กลับมาตามหามันแน่

“ เอาเลย ”  Thomas ตะโกน พร้อมกับล็อคแขนตัวเองกับราวเหล็กไว้แน่น
Alice ใช้มือขวากดลงบนปุ่มสีแดง มีเสียงดังด้านหลังยาน ตามมาด้วยแรงสั่นสะเทือน ห้องสัมภาระหลุดกระเด็นออกไปแล้ว

“ มองเห็นด้านล่างแล้ว ”  Alice บอกด้วยน้ำเสียงที่ความดีใจ Thomas พุ่งกลับไปที่นั่งข้างเจ้าหน้าที่ยานอย่างรวดเร็ว

“ ทุกคนสวมหมวกนิรภัย ล็อคเข็มขัดให้แน่นด้วย ” 

แรงกระแทกทำให้ยานของทีมDeltaโคลงตัว ส่วนที่ยึดติดกับผนังยานเริ่มหลุด อากาศถูกดูดออกอย่างรวดเร็ว Thomas กระโดดเข้ามาในยานแบบหวุดหวิด Alice กดปุ่มปิดประตูยานทันที

“ รีบออกไปจากที่นี่ ”  Thomas ตะโกนสั่ง  Jack ก็เข้ามาช่วยพยุงThomas

“ มีผู้หญิงแอบขึ้นมาบนยานเราด้วย ” Jack บอกแล้วมองตรงไปที่หน้าห้องสัมภาระ Thomas รีบมาเข้าไปช่วยผู้หญิงคนนั้นทันที  

“ ทำมั้ยยานของเราต้องมีคนอื่นแอบขึ้นมาด้วย ” 

“ ฉันไม่รู้ ไม่รู้จริงๆ ” สาวคนนั้นส่ายหน้า …ยังไม่ใช่เวลาหาคำตอบ… เขาเตือนตัวเอง แล้วมองไปที่คนที่แอบขึ้นยานมา

“ คุณเข้าไปนั่งด้านใน ” 

“ Thomas! ”  Alice ตะโกนเรียก Thomas วิ่งไปที่ส่วนควบคุมของยาน Alice กำลังดูภาพบนหน้าจอ มีภาพยานลำอื่นปรากฎขึ้น

“ สงสัยคงเป็นยานตรวจการณ์ของ New tyne  ”  Thomas บอกสถานะของทีมที่พร้อมปฏิบัติการ เมื่อทุกอย่างพร้อม ประตูของยานทีมDelta ก็เปิดออกสู่ Orion

————————-

 

 :

ยานตรวจการณ์ของ New tyne แยกไปฝั่งละด้าน เข้าขนาบทั้งสองด้าน

“ เตรียมประชิดยานศัตรู ” เจ้าหน้าที่บนยานของ New tyne ประกาศขึ้น ด้านนอกยานตรงส่วนที่เป็นประตู ยืดออกไปเป็นทรงกระบอกใสมองเห็นด้านนอกได้ จากนั้นเครื่องจักรเจาะผนังยานจึงเริ่มกระบวนการของมัน

Thomas รีบเตรียมอาวุธ ลูกทีมที่เหลือก็ตามลงมาด้วยเช่นกัน Thomas ยังสะพายกระเป๋าอยู่ตลอด  เขาลองสับแขนขึ้นลง หันมาตรวจตราความพร้อมของลูกทีม

“ Jack Jacob Alice ทั้งสามคนพร้อมไหม ”  Thomas ถามลูกทีมทั้งสามคน “ พร้อม ”

“ เจาะผนังยานทั้งสองฝั่งเรียบร้อยครับ ” เจ้าหน้าที่ยานของ  ประกาศ  Thomas ยืนรอจนกระทั่งประตูยานเปิดออก ไอความร้อนปะทะเข้ามาจนรู้สึกได้ Thomas ออกวิ่งทันที โดยผ่านไปตรงทางเชื่อมทรงกระบอก แต่พวกมันก็ไม่เจอใคร เพราะทีมDeltaได้หนีออกไปจากยานเรียบร้อยแล้ว 

" ไม่พบใครบนยานเลยครับ คิดว่าพวกมันคงหนีกันไปหมดแล้ว "

" งั้นพวกเรากลับศูนย์บัญชาการ "  

Thomas กับ Alice มองตากัน ทุกคนในทีมหยุดกิจกรรมของตัวเองแล้วเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ มีเสียงดังขึ้นอีกครั้ง…

“ ทุกคนหาที่ซ้อน! ” Thomas ร้องสั่ง

“ เตรียมตัวให้พร้อม ” ฟ้าเริ่มมืดลงจนมืดสนิท อุณหภูมิลดต่ำลงด้วยเช่นกัน ไม่มีเสียงคำรามปริศนานั้นอีก รอบที่ซ้อนเงียบกริบ ไม่มีแม้กระทั่งเสียงลมพัดใบหญ้า

“ เงียบเกินไป ” Thomas เอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ Jack เงยหน้าขึ้นมอง พยักหน้าเชิงเห็นด้วย เขานั่งอยู่บนลังเล็กๆ วางข้อศอกเหนือเข่าทั้งสองข้าง 

…ความเงียบมักมาพร้อมกับความหวาดกลัวเสมอ…Jack คิด

เขามองไปที่ Alice บ้าง เธอนั่งเหยียดขา เอาผ้าคลุมตัวไว้ ตรงหัวไหล่ขยุกขยิกตลอดเวลา เธอคงถูมัน เพราะอากาศเย็นลงเรื่อยๆ

“ มันน่าจะเป็นเสียงของสัตว์ใหญ่ ” Jacob แสดงความเห็นบ้าง Thomas ลุกขึ้นยืนกอดอก เอาหลังพิงผนังถ้ำไว้ แล้วพูดว่า

“ ถ้าทีมเรามีนักสัตว์วิทยามาด้วยก็คงพอจะบอกได้ว่า เสียงนั่นคือเสียงของตัวอะไร ”

“…หึหึหึ…” Jack หัวเราะแบบประชด

“ ผมเสียใจด้วยนะ ในนี้เรามีแค่สายลับ ผู้หญิงกับคุณที่ทำหน้าที่ขับยาน... ” Thomas มองคู่สนทนากลับอย่างไม่สบอารมณ์ เขารู้สึกเหมือนกำลังถูกดูถูกอยู่

“ คุณจะบอกว่าผมเป็นส่วนเกินยังงั้นเหรอ ” Jack ยักไหล่

“ Thomas ก็คุณนั่นแหละ ที่ทำให้เรามาติดแหง็กอยู่ที่นี่ ”

“ ผมทำอะไรมีเหตุผลเสมอ ” Thomas สวนไปทันที

“ ทำไมคุณถึงเลือกลงจอดตรงนี้ ทั้งๆที่ยังมีทางเลือกอื่น ” Jack เริ่มถาม แล้วตายังจ้องอีกฝ่าย

“ ทางเลือกอื่น… ”  Thomas ทวนแล้วลุกขึ้นยืน

“ คุณว่าในสถานการณ์แบบนั้น มันยังมีทางเลือกอื่นอีกรึไง ”

“ แน่นอน…ผมคิดว่ายังมี ” Jack ตอบ

“ เป็นผมคงไม่ตัดสินใจทำแบบนี้แน่ๆ ”

“ ทำยังไง ” Thomas เริ่มโมโห เขาไม่ชอบเลยสักนิด แล้วเขาก็เดินมาหยุดตรงหน้าอีกฝ่าย ใกล้จนหน้าแทบจะชนกัน ระยะนี้ทำให้เขามองเห็น Jack ได้อย่างชัดเจน หน้าผากมีรอยแผลเป็น

“ บอกหน่อยสิ… ”

“ Thomas คุณเป็นหัวหน้าทีม คุณน่าจะตัดสินใจได้ดีกว่านี้สิ ”

“ แล้ว… ”  Thomas  เอียงคอถาม

“ จังหวะนั้นเราหนีได้ โอกาสเป็นของเรา ”

“ หนีไปไหน ” Jack ขำ แล้วพูดต่อ

“ หนีกลับโลกเพราะเรามีเชื้อเพลิงสำรอง ”

“ ไม่มีเชื้อเพลิงสำรอง ”  Thomas บอกอีกฝ่าย

“ ยานของเราไม่มีการสำรองเชื้อเพลิงเอาไว้ เพื่อป้องกันกรณีที่ยานถูกยึด มันจะไม่สามารถเคลื่อนที่ไปไหนได้ ”

“ ถ้าอย่างนั้นก็หนีไปไหนสักแห่ง แล้วค่อยติดต่อขอความช่วยเหลือ ” Jack ยังไม่ยอม

“ เราติดต่อใครไม่ได้ ”  

“ ให้ตายเถอะ…Thomas คุณไม่รู้เรื่องอะไรเลยเหรอ ”

Alice เบือนหน้าหนี เธอไม่ชอบการทะเลาะวิวาท ถึงจะดูแค่เกือบก็เถอะ แต่พวกเขาก็ยังอุตส่าห์มีกะจิตกะใจหาเรื่องกันเองได้ เธอส่ายหน้าอย่างเบื่อหน่าย มองออกไปที่หญิงสาวปริศนาที่แอบขึ้นยานมา เธอก็ถามชื่อผู้หญิงคนนั้นว่าชื่ออะไร ผู้หญิงคนนั้นตอบว่าเธอชื่อ Scarlette 

————————-

 

cyborg_ninja_by_emilgoska-da8i610.jpg (900×1200)550:

…เสียงหวีดร้องดังขึ้น…ทุกคนตกใจ พุ่งเป้ามองมาที่ Alice 

ไม่ทันมีคำถาม Alice ก็ถูกกระแทก เธอกระเด็นไปตามแรงจู่โจม ลอยปลิวไปชนกับผนังถ้ำอีกด้าน Alice สลบทันทีเ งาดำกระแทกตำแหน่งเดิมซ้ำอีก แรงปะทะทั้งแรงและหนักหน่วง 

“ มันจะพังถ้ำเข้ามา ” Thomas ตะโกนบอกทุกคน

“ อยู่ในนี้เราจะกลายเป็นเป้านิ่ง ”

“ ไปจากที่นี้ดีกว่า ”

“ ด้านในของถ้ำคงจะมีทางออก ” Thomas ตะโกนบอกทุกคนยกเว้น Jack พากันวิ่งไปที่ด้านหลังของถ้ำ แต่ใช้ความเร็วได้ไม่มากนัก แล้วพวกเขาก็เจอทางออก มันอยู่สูงจากพื้นดินราวสามเมตร Thomas พยายามปีนขึ้นไป

เจ้าสิ่งนั้นยังคงกระแทกหน้าถ้ำอยู่ สายตาเขาเริ่มปรับเข้ากับความมืดได้บ้างแล้ว Jack ที่ยังอยู่หน้าถ้ำ ได้เจอเจ้าสิ่งที่ที่ไม่สามารถระบุได้ว่ามันคือตัวอะไร พอเดาลักษณะของมันได้จากเงาของตัวมัน สูงเกือบ3เมตร 

Jack มองไปที่ขาของมัน…มีกรงเล็บด้วย… ใจของ Jack เต้น เขาไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน เขาถามตัวเองว่ากำลังจะเผชิญกับตัวอะไร เลือดในกายสูบฉีด ระบบประสาทสัมผัสทั้งหมดตื่นตัว Jack รอจังหวะ…

3…2…1

เขาพุ่งพรวดออกไปอย่างรวดเร็ว ยกปืนพลาสม่าเล็งไปที่หัวมัน เพราะเขาต้องสังหารมันให้ได้  เสียงปืนพลาสม่าดังขึ้น มันล้มลงทันที Jack ก้าวเท้าเข้ามา แต่เมื่อพิจารณาจากกายภาพร่างกายของมันแล้ว กระโดดสามทีก็คงตะปบเขาได้ Jack จึงตั้งหลัง เขายิ้ม คนทั่วไปมองว่าเขาบ้าบิ่น แต่เขารู้จักตัวเองดี แค่มีในสิ่งที่คนอื่นไม่มี เขาแค่มีความกล้ามากกว่าใครๆ ก็เท่านั้น

เขารอดมาอย่างหวุดหวิด  แล้วเขาก็เห็นอะไรบางอย่าง เขามองไปที่ตัวของมันที่ตัวมันเขาเห็นระบบกลไก Jack คิดว่ามันคงเป็นหุ่นรบแน่ๆเลย 

————————-

 

หลังจากนั้นทั้ง5คนก็ได้แอบเข้ามาใน Metropolis เพื่อไปเตรียมตัวปฎิบัติการณ์และหาที่หลบซ้อนตัว

Thomas ติง Alice ว่าควรทานให้เยอะกว่านี้ แต่เธอไม่ชอบอาหารที่ Orion เลย เพราะมีบางอย่างสีขาวข้นจับตัวกันเละๆเหนียวๆอยู่ในชาม ที่ดูแล้วเหมือนกาวที่ใช้สำหรับทาติดกระดาษ 

ผิดกับ Jack และ Jacob ที่ดูเจริญอาหาร โดยมื้อแรกของพวกเขาบน Orion มาในแบบจัดเต็ม ทั้งเนื้อสัตว์ แป้ง ผลไม้ อาหารเหล่านี้รวมทั้งของ Alice ถูกแบ่งประเภทจากลักษณะการดำเนินชีวิตของแต่ละคนพวก Jack กับ Jacob จะทำหน้าที่เป็นสายสืบแต่ Thomas AliceและScarlette ทำหน้าที่รับคำสั่งและประสานงานกับโลกมนุษย์

ดังนั้นของเละๆเหนียวๆในชามของ Alice จึงเป็นสิ่งสำคัญ อาหารมื้อนี้จะให้พลังงานแก่ร่างกายแทนพลังงานต่างๆ ในภาวะที่ร่างกายปกติ เมื่อ Thomas เห็น Alice ทานน้อยเขาจึงติง Alice อย่างอดเป็นห่วงไม่ได้

ทีมDelta ก่อนที่จะมารับภารกิจนี้ ต่างได้รับการฝึกอบรมมาระดับหนึ่งแล้ว สิ่งหนึ่งที่กระตุ้นความสนใจของทุกคนก็คือ การเดินทางผ่านม่านอวกาศ  ม่านอวกาศคือหนึ่งในสิ่งก่อสร้างมหัศจรรย์อย่างหนึ่งของมนุษยโลกในยุคนี้ หน้าที่ของมันคือใช้ถ่ายโอนวัตถุ จากม่านหนึ่งสู่อีกม่านหนึ่ง เหมือนเข้าหน้าต่างบานหนึ่ง แล้วไปโผล่ออกอีกบานหนึ่ง

บรรพบุรุษของมนุษยชาติได้ออกเดินทางท่องไปในอวกาศ และได้สร้างเส้นทางลัดโดยกำหนดจุดแต่ละตำแหน่งเอาไว้ จากนั้นปล่อยให้ยานเดินทางอัตโนมัติผ่านแต่ละจุดด้วยความเร็วสูงสุด กาลเวลาล่วงเลย วิวัฒนาการของมนุษย์รุดหน้า ไม่นานหลังจากนั้นมนุษย์ได้เรียนรู้ที่จะเอาทุกจุดมารวมกันเป็นจุดเดียว และสร้างทางเข้า-ทางออก รวมทั้งกำหนดสิทธ์ให้เพียงยานของมนุษย์เท่านั้นที่เดินทางผ่านเข้าไปได้ มนุษย์ตั้งชื่อมันว่า …ม่านอวกาศ

  ————————-

 

 Klaatu Barada Nikto,,,,//// Looks like Motoko Kusinagi but isn't:

อากาศเริ่มหนาวลง Scarlette มีเพียงผ้าคลุมผืนเล็กๆจากกระเป๋าของ Thomas คลุมตัวไว้ มันช่วยไม่ได้มาก แต่ยังดีกว่าไม่มีอะไรให้ห่ม Alice คิดถึงกองไฟเล็กๆ 

Scarlette พยายามข่มตาให้หลับ ในใจอยากรู้เหมือนกันว่า คนข้างๆเธอจะทนหลับได้หรือไม่

Thomas นอนก่ายหน้าผากด้วยแขนซ้าย เส้นผมของ Scarlette บางส่วนอยู่บนท่อนแขนเขา  เขาได้ยินเธอถอนหายใจ เขาเองก็รู้ว่าไม่มีใครหลับในที่แบบนี้ได้ลง แต่ถ้าใครได้สู้กับหุ่นรบเหมือนอย่างเขา ก็คงนอนไม่หลับเหมือนกัน

มือขวาของ Thomas หมุนลูกบอลสำรวจดู มันกำลังถูกตั้งเวลา เหลืออีกสองนาที เวลาจากโลกจะบอกเวลา4ทุ่มตรง เขาค่อยๆยันตัวขึ้นนั่ง Scarlette พลิกตัวหันมามอง

“ ผมจะปล่อยลูกบอลสำรวจ ”  Thomas บอก Scarlette ไม่ว่าอะไร เธอกลับไปนอนเหมือนเดิม Thomas เดาว่าเธอคงโกรธ เล่นไม่พูดกับเขาสักคำ

ตอนนั้นเขาได้เห็นน้ำตาเธอด้วย แต่ก็ต้องคอยสะกดใจตัวเองอยู่ตลอดว่า…จะไว้ใจเธอไม่ได้เด็ดขาด Scarlette ขึ้นมาบนยานของพวกเขาได้อย่างไร ต้องมีคนรู้เรื่องนี้แน่ๆ 

เวลา4ทุ่มพอดี ลูกบอลสำรวจค่อยๆลอยจากมือของ Thomas ขึ้นไปเป็นแนวตั้ง Thomas แหงนหน้ามองตาม มันมีแสงสว่างกระพริบเป็นสัญญาณ ลูกบอลลอยขึ้นไปบนด้านบนของห้อง จากนั้นก็เคลื่อนตัวไปในแนวระนาบด้วยความเร็ว

Thomas ภาวนาว่าอย่าให้เป็นแบบนั้น แต่ถ้าความบังเอิญเกิดขึ้นบ่อยเกินไป มันก็คือความตั้งใจนั่นเอง วันนี้เขาได้เห็นความบังเอิญหลายแบบ บังเอิญที่ได้พบม่านอวกาศปริศนา บังเอิญที่พวกเขารอดมาได้ บังเอิญที่เขากับพวกผ่านเข้ามาในม่านได้อย่างสบายเช่นกัน และถ้าราว 24 ชั่วโมงข้างหน้านี้ ลูกบอลสำรวจกลับมาพอดี ซึ่งมันแปลว่าขนาดของดาวแห่งนี้กับดาวของมนุษย์มีขนาดเท่ากัน ดูเหมือน บางอย่าง…ได้กำหนดให้ทุกเหตุการณ์เป็นไปตามนั้นตั้งแต่แรกแล้ว และ Thomas ไม่อยากให้สถานการณ์นี้เกิดขึ้นแม้แต่น้อย

Thomas ค่อยๆเอนตัวลงนอน Scarlette นอนขดตัวหันไปอีกทาง เธอยังไม่หลับ เขาดูออก

“ ผมยังคาใจเรื่องคุณอยู่ ” Thomas ตัดสินใจถาม อีกฝ่ายไม่ตอบ นอนนิ่งทำทีไม่สนใจ

“ คุณขึ้นมาบนยานของเราได้ยังไง ” เขาถามอีกครั้ง แต่คนถูกถามยังนอนไม่กระดิกตัวเหมือนเดิม

“ ใครเป็นคนขอให้คุณมาหาเรา ” คำถามนี้ทำให้หญิงสาวเริ่มตอบสนอง เธอขยับตัวนอนหงาย ถอนหายใจอย่างเหนื่อยล้า

" Dr.William เป็นคนสั่งฉันมาช่วยพวกคุณ "

“ Dr.William... ”

“ ฉันเป็นต้นแบบหุ่นยนต์Android  Dr.Vincent เป็นคนสร้างฉันขึ้นมา Dr.William เห็นว่าถ้าฉันมาเข้าทีมคงจะช่วยพวกคุณได้ เลยตั้งโปรแกรมให้ฉันใหม่ เพื่อมาช่วยพวกคุณ ”

Thomas ถอนหายใจออก Scarlette จับอารมณ์เบื่อหน่ายของเขาได้ เธอพอจะเดาได้ว่าเขาคงรู้สึกอึดอัด หากสถานการณ์ที่ประสบอยู่ไม่มีวี่แววจะแก้ไขอะไรได้

“ Dr.William ที่สั่งให้คุณมาช่วยพวกผม ไม่แน่…เขาอาจจะได้ผลประโยชน์กับคุณก็ได้ ” Scarlette ส่ายหน้า แววตาแสดงความผิดหวัง

“ มีอะไรที่เขาอยากจะได้จากตัวฉัน ”

 “ อาจเป็นอย่างอื่น มนุษย์ก็อยากได้ไปเสียทุกอย่างนั่นแหละ ถึงไม่ใช่เงิน อย่างอื่นก็ยังมีอีกตั้งแยะ ”  Thomas ตอบ เขารู้ดีว่า S.I.T ไม่ยอมตกลงอะไรง่ายๆแน่ โดยเฉพาะถ้าจะต้องเอาเทคโนโลยีระดับสูงมาช่วยโลกแบบนี้ 

Scarlette ถอนหายใจ “ ฟังนะ… ” ท้ายประโยคเธอเงียบไปนาน เหมือนพยายามเรียบเรียงก่อนพูดต่อ “ Dr.Vincent กับ Dr.William เป็นเพื่อนที่สนิทกันมาก ” Scarlette มองไปบนฟ้า มีดวงดาวเรียงรายส่องแสงระยิบระยับอยู่เต็มไปหมด เธอเลือกมองดวงหนึ่งแล้วจินตนาการว่ากำลังพูดให้มันฟังอยู่

“ ทั้งสองคนล้วนแล้วแต่เป็นส่วนสำคัญในชีวิตฉัน คนหนึ่งเป็นคนสร้างฉันขึ้นมา ส่วนอีกคนก็ห่วงใยฉัน และยังแก้ไขส่วนต่างๆในตัวฉันเท่าที่จะทำได้ด้วย ”

Scarlette แปรสายตาจากหมู่ดาว หันหน้ามาสบตา Thomas แววตาพยายามโน้มน้าวให้หัวหน้าทหารยอมเข้าใจ

“ บอกหน่อยสิ ถ้าคุณเป็นฉัน ถ้าคุณรู้ว่าทั้งสองคนนี้จะต้องจบชีวิตไปด้วยน้ำมือของพวก New Tyne คุณจะยอมแลกทุกอย่างไหม ”

ไม่มีคำตอบจาก Thomas คำพูดของ Scarlette พยายามชักจูงให้เขาคล้อยตามด้วย สถานการณ์นี้เขาจะทำแค่ฟัง แต่จะลงท้ายประโยคไว้ในใจตลอดว่า...อย่าไว้ใจ เวลาผ่านไป ทั้งสองยุติการสนทนาเอาไว้สักพัก Scarlette ก็ฉุกคิดถึงยานอีกลำ จึงตัดสินใตถามขึ้นอีกครั้ง

“ เราติดต่อยานอีกลำได้รึเปล่า ”

“ ลองมาแล้วหลายครั้ง แต่เราติดต่อพวกเขาไม่ได้จริงๆ ” Jack ตอบทันควัน Scarlette ผ่อนลมหายใจอย่างอึดอัด เธอดูกังวล

“ Thomas เป็นคนที่ดีคนนึง ”  Thomas ยิ้มแล้วตอบกลับไปว่า

“ ถึงจะดูบ้าระห่ำไปหน่อย แต่ก็ไว้ใจได้ ”

“ จริงสิ…คุณมาจากไหน ”

“ ผมเคยเป็นนาวิกโยธิน ประจำกองทัพเรือสหพันธ์รัฐตะวันตก ”  เธอนิ่งไปสักพัก ไม่รู้สึกง่วง ไม่รู้สึกหิว เพราะเธอเป็นหุ่นยนต์Android เลยทำให้เธอความรู้สึกเฉยๆ

“ ทำไมคุณถึงยอมรับงานนี้ ” Scarlette ถามลอยๆ ตาจ้องมองดาวบนฟ้ามืด

“ คงเพราะว่าผมอยากหาความท้าทายมั้ง ”  Thomas ตอบ

“ แล้วคุณมั่นใจได้แค่ไหนว่าจะทำภารกิจนี้สำเร็จได้ ”

“ ไม่มั่นใจ... ” Thomas ส่ายหน้า

“ แต่ผมเชื่อว่าผมต้องทำได้ ” ...Scarlette หยุดคิด...แล้ว Scarlette ก็เบือนหน้ากลับ แล้วค่อยๆหลับตา เธอพยายามจินตนาการว่ากำลังนอนอยู่ในหลอดทดลอง เหมือนตอนกำลังจะเข้าสู่สภาวะจำศีล 

“ แล้วพวกเราจะทำยังไงกันต่อ ”

“ พรุ่งนี้ผมจะเข้าไปในเมือง เอากล้องขนาดเล็กไปติดตามที่สำคัญๆ บางทีเราอาจจะเจออะไรดีก็ได้นะ ” Thomas ตอบ เขารู้อยู่แก่ใจว่ามันเสี่ยงมาก แต่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้เลย เขาเชื่อว่าอย่างน้อยก็ควรลองดูก่อนสักครั้ง Scarlette ขยับตัวอีกครั้ง สะโพกเบียดโดนมือซ้ายของThomas เขาดึงมือตัวเองขึ้นมากุมไว้ ชั่วครู่สัมผัสได้ถึงความอ่อนนุ่มของมือหญิงสาว  

“ บอกตรงๆ ” Scarlette ลืมตาขึ้น ขยับตัวไล่ความปวดเมื่อย แล้วหันมามองหัวหน้าทหารอีกครั้ง “ ฉันไม่ชอบนอนที่นี้เลย ”

“ ถ้าอย่างงั้นคุณมานอนบนที่นอนผมแล้วกัน ผมไปนอนที่อื่นเอง ” ทั้ง2คนหัวเราะเบาๆพร้อมกัน

 ————————-

 

 :

Scarlette พยายามลืมตาตื่นขึ้นอย่างงัวเงีย Thomas ปลุกเธอ รอบตัวยังถูกความมืดปกคลุม อากาศยังคงหนาวเย็น ความอ่อนเพลียกำลังพยายามฉุดเธอให้หลับต่ออีก หญิงสาวสะบัดหน้าไปมาไล่ความง่วง แต่ไม่วายหาวออกมา เธอนึกตำหนิตัวเองที่ดันเผลอหลับในที่แบบนี้ได้ลง

" ผมอยากให้คุณดูอะไรบางอย่าง " Thomas บอก น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตื่นเต้น พร้อมกับส่งกล้องส่องทางไกลในมือให้ 

" ดูนั่น " Thomas บอก พลางชี้นิ้วออกไป Scarlette หันกล้องไล่ตามจนถึงตำแหน่งที่ปลายนิ้วเขาระบุ          

ภาพในกล้องถูกปรับอยู่ในโหมดกลางคืน  Scarlette เห็นบางอย่างเคลื่อนไหว ภาพค่อยๆปรับความคมชัดขึ้นเพราะกล้องเริ่มจับโฟกัสได้ ในที่สุดก็สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน...เธอเบิกตากว้าง อุทานออกมา...                     

" มันดูคล้ายพวก New Tyne ที่เป็นสมาชิกหน่วยพิเศษ " Scarlette พูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น พวกนี้คือ New Tyne ที่มีพลังจิต เป็นสมาชิกหน่วยพิเศษ พลังจิตของพวกมันสามารถบังคับจิตใจและดึงเอาความทรงจำรวมถึงความรู้จากมนุษย์ได้ Scarlette ส่ายหน้าเหมือนไม่อยากเชื่อกับภาพที่เห็น                       

" มันต้องเป็น New Tyne ที่มีพลังจิตแน่ๆ " หญิงสาวถอนสายตาจากกล้อง แล้วจ้องมองมาที่ Thomas

" แต่ไม่น่าตัวสูงขนาดนี้ " Thomas พยักหน้าเห็นด้วย Scarlette หันไปมองผ่านกล้องอีกครั้ง         

“ พวกมันกำลังทำอะไร ”

Thomas หยุดคิด เขาพยายามทบทวนภาพที่เห็นก่อนที่จะปลุก Scarlette ให้ตื่นขึ้นมาดู เขาแน่ใจว่า ลักษณะของ New Tyne ที่มีพลังจิตดวงตาจะมีสีแดง ต่างกับพวก New Tyne ธรรมดาที่ดวงตาจะเป็นสีฟ้า แต่มีผิวที่มีสีขาวเหมือนกัน (ดวงตา = ตาดำ)

" มันคงกำลังตามพวกเรา " Thomas ตอบ…Scarlette ค่อยๆละสายตาจากกล้อง เธอเบิกตากว้างจ้อง Thomas สีหน้าราวกับจะบอกว่า…เป็นไปไม่ได้

“ เชื่อเถอะ…ผมดูพวกมันมาสักพักแล้ว ”  Thomas ยืนยัน

“ มันคงกำลังค้นหาพวกเราแน่ๆ ” Scarlette หันกลับไปมองภาพในกล้องอีกครั้ง

“ ในโปรแกรมของฉันมีเรื่องเจ้าพวกนี้ ” Scarlette บอก

“ ลักษณะของพวก New Tyne จะตัวสูงกว่ามนุษย์ มีผิวสีขาว ดวงตาสีฟ้ากับสีแดง ” Thomas พยักหน้า เขามีข้อสันนิฐานที่ Scarlette ได้ฟังแล้ว อาจจะว่าเขาบ้าไปเลยก็ได้

“ ผมว่าต้องมีใครในทีมวิจัย ProjectSpirit ที่ทำให้พวกมันฉลาดกว่ามนุษย์แน่ๆ ”

“ ผมว่ามีบางอย่างสั่งให้พวกมันมาตามหาเรา ” Thomas พูดต่อ

“ ผมว่ามันคงรู้ถึงการมาของพวกเราด้วย ” Thomas คว้ากล้องจากสายตา Scarlette 

" ผมว่าเราจับตาดูความเคลื่อนไหวของพวกมันต่อไปดีกว่า "

————————-

 

Warp gone wrong! by Tryingtofly on DeviantArt:

ผู้พันSebastian นั่งมองไปยังม่านอวกาศของสมาพันธรัฐตะวันออกที่ยังคงปิดผนึกอยู่ ในหัวนึกถึงจำนวนครั้งที่ติดต่อไปหาพวกเขาเพื่อขอเปิดม่านมาแล้วทั้งหมด11ครั้ง  แต่ว่าอีกฝ่ายก็ไม่ตอบกลับมา

…แล้วทีนี้จะทำอย่างไรต่อ…ผู้พันSebastian เริ่มคิดหนัก

ยานลำนี้ต้องใช้พลังงานจากแร่Zentium ที่สมาพันธ์รัฐตะวันออกมีให้อย่างเหลือเฟือ แต่ถ้าเข้าไปในม่านไม่ได้ก็เลิกหวังเรื่องเชื้อเพลิงไปเลย หรือจะยอมบากหน้ากลับโลก  เพื่อเจรจา เพราะอย่างน้อยในฐานะที่เป็นพันธมิตรกัน พวกนั้นอาจพอเห็นใจอยู่บ้าง

…แต่คงไม่ได้ผล…ผู้พันSebastian ส่ายหน้าอย่างหมดหวัง

“ ลองติดต่อกลับไปไปใหม่ ” เสียงจากนายพลHarrison ดังขึ้น เจ้าตัวยืนมองไปยังม่านอวกาศนิ่ง ผู้พันSebastian หันขึ้นกลับไปมองคนที่สั่ง เขาไม่ค่อยสบอารมณ์นัก แต่ก็พยายามข่มความรู้สึกไว้ …ครั้งที่ 12… เขาคิดในใจ ผู้พันSebastian สั่งกับทหารที่รับผิดชอบงานนี้อีกทอด  ทหารคนนั้นกดปุ่มโน่นนี่ จากนั้นก็หยุดรอ รอ

“ ได้เรื่องมั้ย ” นายพลHarrison ถาม ผู้พันSebastian ส่ายหน้าช้าๆ

“ ไม่มีการตอบกลับมาเหมือนเดิมครับ ”

“ แร่ Zentium ของเราเหลือไม่มากแล้ว ” ผู้พันSebastian ตัดสินใจบอกออกไป แล้วหันไปสั่งทหารให้เอาข้อมูลระดับพลังงานของแร่ Zentium ที่เหลืออยู่ทั้งหมด ขึ้นแสดงบนจอใหญ่

“ เราอยู่ได้แค่ 15 วัน ”  ผู้พันSebastian ชี้ไปยังตำแหน่งบนสุดของค่าแร่ Zentium จากจอภาพ

“ หลังจากนั้นพลังงานของเราก็จะหมดลง ” นายพลHarrison กำมือแน่น

“ ติดต่อกลับไปใหม่อีกครั้ง ” นายพลHarrison สั่งเหมือนเดิมอีกรอบ ผู้พันSebastian ก้มหน้ารับคำสั่ง เขากำลังจะทำตามขั้นตอนเดิมเหมือนที่แล้วมา แจ้งทหาร จัดการกับปุ่มโน่นนี่ จากนั้นก็รอ…และรอ

“ เดี๋ยวก่อน ”  นายพลHarrison

“ ผมคิดอะไรได้แล้ว ” ผู้พันSebastian ประหลาดใจ

“ อะไรเหรอครับ ” นายพลHarrison เดินลงจากแท่นควบคุม แล้วมาหยุดตรงหน้าผู้พันSebastian

“ แผนของเราคือบุก Orion โดยใช่ม่านอวกาศใช่ไหม ” นายพลHarrison ถาม

“ …ใช่ครับ ” 

“ ส่งข้อความไปว่า ถ้าไม่เปิดม่านให้ เราจะทำลายม่านอวกาศทั้งทิ้งซะ ” …เล่นนอกเกมส์อีกแล้ว… ผู้พันSebastian คิดในใจ

“ แต่เชื้อเพลิงแค่นี้พาเราไปได้ไม่ไกลนะครับท่าน ” ผู้พันSebastian แย้ง

“ พวกเขาคงไม่รู้หรอกเราเหลือแร่ไม่มาก ”

“ ก็ใช่ครับ ” ผู้พันSebastian มองแววตานายพลของตัวเอง

“ แต่เราไม่เล่นตามเกมส์พวกเขาว แถมยังยื่นข้อเสนอแกมข่มขู่เข้าไปอีก ผมคิดว่า… ”

“ เชื่อผมเถอะ… ” นายพลHarrison พูดแทรกขึ้น

“ หรือว่าผู้พันมีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้ ” ผู้พันSebastian ส่ายหน้า

“ ผมแค่เตือนท่านนายพล ว่าควรคิดให้รอบคอบอีกสักครั้ง ”

“ ผมคิดมาหลายรอบแล้ว เราไม่มีทางเลือกอื่นเหลืออีกแล้ว ”

“ ตอนนี้พวกเราเหมือนอยู่ตามลำพัง เชื่อผมเถอะ ถ้าผมมีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้ ผมไม่ใช้วิธีแบบนี้แน่ๆ ” 

“ ผมจะส่งข้อความท่านไป ” 

“ บอกไปด้วยว่า ถ้าไม่เปิดม่านภายใน 24 ชั่วโมง พวกเราจะทำลายม่านอวกาศแห่งนี้ "

————————-

 

concept scene for infinity the game cosmolites finding a structure on an a supposedly uninhabited jungle planet. lots of fun (= thanks for watching! happy painting (= cosmolites © 2010 infinity the...:

ทันทีที่ Jacob เห็น Thomas กับเพื่อนๆในทีมDelta โผล่ออกมาจากหลังพุ่มไม้ก็คลายกังวล Jacob จินตนาการถึงอันตรายบนดาวดวงนี้ที่มันยากเกินคาดเดา 

“ ขอโทษครับ ผมกลับมาช้าไป ” Thomas เอ่ยขึ้น เขาสลับมองเวลาที่ข้อมือ มันเลยที่ Thomas กำหนดไว้มาเกือบชั่วโมง

“ ไม่เป็นอะไรครับ ” Jacob ยิ้มให้

“ ว่าแต่ไปเจออะไรมาบ้าง “ Thomas เป่าปากไล่ความเหนื่อยล้า

“ มีพืชพันธิ์แปลกๆอยู่เต็มไปหมด ผมพยายามมองหาพืชที่มีลักษณะคล้ายพืชบนโลก แต่ไม่เจอเลย ” Jacob คิดตาม

“ ผมก็สังเกตุเหมือนกัน ต้นไม้บริเวณนี้ส่วนใหญ่เป็นพันธิ์ไม้เลื้อย บนโลกของเราไม่มีป่าทึบแบบนี้ ” Thomas พยักหน้าเห็นด้วย

“ คล้ายกับดาวดวงนี้ไม่มีแบบแผน ระบบนิเวศของมัน เหมือนเป็นไปตาม…เอ่อ…” Thomas พยายามนึกคำพูด

“ …เป็นไปตามกลไกของธรรมชาติ ” Jacob ต่อประโยคให้

“ ธรรมชาติเท่านั้น ที่สามารถสร้างของแบบนี้ได้ ”

“ เพราะ Orion เหมือนโลกเรามาก เลยจะให้มนุษย์มาอยู่อาศัย พวกเขาก็เลยสร้าง New Tyne ขึ้นมา แล้วพาตัวมาที่นี้  ” 

“ แต่มันดันมาเกิดเรื่องตรงที่ New Tyne กลับมีสติปัญญาที่เหมือนมนุษย์ ผู้ที่สร้างมันมา จนพวกมันสร้างอารยธรรมตัวเองบนดาวดวงนี้ได้ จนพัฒนาไปไกลกว่าโลกของเรา ทำให้เกิดเป็นสงครามกับโลกของเราในที่สุด ”

“ ว่าแต่…เรื่องรอยเท้าที่เราเจอเมื่อคืน ได้เรื่องว่าหรือป่าวครับ ” Jacob เปลี่ยนหัวข้อสนทนา

“ เป็นสัตว์ป่าของ Orion ” 

“ แค่พวกมันลงมาเดินในลำธาร ”

“ ดูจากรอยเท้าแล้ว มันคงมีกันหลายตัวเลยนะครับ ” Jacob ขมวดคิ้วอย่างสงสัย

“ ภูมิประเทศบริเวณนั้นบังคับให้มันต้องลงมาเดินในน้ำรึเปล่า ”

“ ผมตรวจดูแล้ว สองข้างของลำธารสามารถเดินได้สบาย ” Thomas ตอบบ้าง Jacob ถอนหายใจ ส่ายหน้าช้าๆแบบเสียอารมณ์

“ แบบนี้ยิ่งเป็นเหตุผลสนับสนุนว่าสัตว์บน Orion พวกมันฉลาด มันจงใจลงไปเดินในลำธารนั่นเพื่อทำลายรอยเท้าชัดๆ ”  Jacob รู้ดีว่าเป็นการสรุปที่งี่เง่า คิดด้วยว่าถ้ารอดกลับไปเล่าให้ใครฟัง คงได้โดนขำแน่ๆ ดวงดวงนี้มีภูมิประเทศที่แปลกประหลาดมาก 

…แปลก…Thomas คิดหนัก ด้วยระยะเวลายังไม่ถึง24ชั่วโมง บริเวณริมทะเลสาบนี้ เขาได้เจอสัตว์แปลกๆมาแล้ว2ครั้ง แต่ในช่วงเวลา3ชั่วโมง ที่ผ่านมา มันกลับเงียบ และไม่มีตัวอะไรโผล่มาเลย

“ เพราะมันเป็นเขตที่อยู่อาศัยของสัตว์นักล่ายังไงล่ะ ” เสียงเล็กๆลอดออกมาจากหลังต้นไม้ใหญ่ Thomas หันกลับไปมอง เห็น Alice ค่อยๆเดินอย่างระวังเพื่อเข้ามาหาเขา

“ พวกสัตว์เล็กๆ หรือพวกกินพืชอย่างที่เราเจอเมื่อเช้าจะอาศัยอยู่รอบนอกของป่า ”

“ คุณแอบฟัง ”

“ ฉันแค่มาตามหาคุณ แล้วบังเอิญได้ยิน ” หญิงสาวบอก Thomas ก้าวเท้าเข้าหา Alice แล้วตาจ้องเธอ

“ แน่ใจนะว่าคุณดีขึ้นแล้ว ” เธอพยักหน้า “ ยอมรับว่าเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมาฉันช็อคมาก แต่ตอนนี้ดีขึ้นมากแล้ว ”

“ ตามหาผมมีอะไรรึเปล่า ”

“ Jack Jacob Scarlette รวมทั้งฉัน เราต่างอยากฟังแผนของคุณ ” Thomas พยักหน้ารับ เขาเองก็อยากสรุปทุกอย่างให้ทุกคนได้รับรู้เช่นกัน

“ คุณได้ยินเรื่องที่ผมให้ Jacob ไปสำรวจในป่ามาแล้ว ”

“ ใช่…บางเรื่อง ”

“ คุณคิดอย่างนั้นจริงๆเหรอ Alice ” หญิงสาวทำหน้างง “ เรื่องอะไร ”

“ เรื่องอาณาเขตสัตว์นักล่าไง ”  Alice หยุดคิด แล้วถอนหายใจ “ ใช่ ไม่มีเหยื่อที่ไหนยอมเข้าถ้ำนักล่าหรอกนะ ”

————————-

 

The Art Of Animation, Joshua Xiong:

Thomas เขายกข้อมือขึ้นดูเวลา จากนั้นหันไปมองพระอาทิตย์ที่เริ่มคล้อยต่ำลงเรื่อย วางแผนในใจอย่างคร่าวๆว่า จะใช้เวลาบรรยายสรุปให้สั้นและกระชับที่สุด

เขาจะสรุปเหตุการณ์ทุกอย่างตามลำดับ จากนั้นจะบอกแผนของตนทั้งเรื่องการส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ และการดำเนินชีวิตในช่วงสั้นๆบนดาวดวงนี้อย่างปลอดภัย และขอให้ทุกคำถามได้เริ่มต้นในวันถัดไปแทน

Thomas ท้าวความไปตั้งแต่เหตุการณ์ที่ยานถูกล่อมาติดกับ เรื่องที่มีคนแอบขึ้นยานมาได้อย่างไร ตรงนี้ทำให้ทุกคน หันมามอง Scarlette เพื่อหวังเอาคำตอบ แต่ทั้ง Scarlette กลับไม่ยอมอธิบายอะไรเพิ่ม

Thomas พูดถึงเรื่องอุปกรณ์ติดตามและส่งสัญญาณ รวมถึงข้อความจากโลกที่ส่งมาก่อนที่ยานจะระเบิด Jack รับปากกับ Thomas อีกครั้งว่า เขาสามารถซ่อมมันได้แน่นอน และปิดท้ายการประชุมด้วยเรื่องการถนอมอาหาร และการติดต่อกับยานช่วยเหลือ

“ ผมลองติดต่อไปหลายรอบแล้ว แต่ไม่มีการติดต่อกลับเข้ามา ” Jacob บอก เขาดูวิตกมาก ถึงแม้จะพยายามซ่อนความรู้สึกไว้ก็ตาม

“ มันเพิ่งจะผ่านไปแค่หนึ่งคืน ผมเชื่อว่าทีมของเราจะไม่เป็นอะไร ”  Thomas ให้กำลังใจ

Thomas  ไม่อยากเสียเวลาหลังการประชุมนี้ เขาสั่ง Jacob ต่อทันที ให้เขาก่อไฟเตรียมอาหารก่อนตะวันตกดิน จากนั้นตัวเองออกเดินสำรวจหาทำเลเพื่อทำที่พักแรมใหม่ Jacob แอบกังวลลึกๆ เพราะกลัวว่าสัตว์ป่าที่นี้จะฉลาดกว่าที่คิดไว้ พวกมันอาจแกะรอยพวกเขาได้ Thomas จึงต้องมองหาที่นอนใหม่สำหรับคืนนี้ และคอยระวังการทิ้งร่องรอยต่างๆทั้งรอยเท้า เศษเสื้อผ้า Thomas กำชับกับลูกทีมอยู่ตลอดเวลา

“ ตรงนั้นท่าจะดี ” Thomas หันไปบอกกับ Jack แล้วชี้นิ้วไปตรงต้นไม้ใหญ่ มันมีกิ่งก้านที่ใหญ่เกือบใกล้เคียงลำต้น ทำให้น้ำหนักมากจนเอน แต่ไม่ชันถึงกับต้องปีนป่าย คนขึ้นไปบนนั้นแค่คอยประคองตัวเองไม่ให้เผลอก้าวพลาดตกลงไปก็พอ

“ มันหันหน้าเข้าทะเลสาบด้วย เราจะได้มองเห็นเจ้าตัวเมื่อคืนถนัดขึ้น ”

Thomas และทีมเร่งเอาแคร่ที่ทำไว้เมื่อคืนขึ้นมาวาง พวกเขาใช้เวลาไป1ชั่วโมงเศษ ดวงอาทิตย์กำลังคล้อยต่ำลงหลังแนวเขาด้านทิศตะวันตก Thomas และลูกทีมรีบตามไปสมทบกับ Jack Jacob Scarlette และ Alice ที่กำลังรอทานอาหาร เมื่อพร้อมกันแล้วทุกคนเร่งทานทันที มื้อนี้เป็นเนื้อปลาตากแห้ง Thomas มอง Alice เธอเริ่มปรับตัวได้บ้างแล้ว ไม่มีท่าทีเหมือนตอนแรก สังเกตุจากท่าทางการจับชิ้นปลาด้วยมือทั้งสองข้าง ดูเป็นธรรมชาติขึ้น

อาหารมื้อนี้ใช้เวลาจัดการไม่ถึงครึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำ  ทานเสร็จแล้วทุกคนช่วยกันเคลียร์พื้นที่ พยายามทำให้ดูเหมือนว่าไม่เคยมีใครมานั่งกินอะไรตรงนี้มาก่อน จากนั้น Thomas จึงพาทุกคนกลับมายังที่พัก คอยเตือนให้เดินอย่างระวัง เขาเดินคุมหลังสุด จับสังเกตุและพยายามกำจัดร่องรอยต่างๆ ทันทีเมื่อเห็น

Thomas รอจนกระทั่งทุกคนปีนขึ้นที่นอนบนต้นไม้ตามคู่ใครคู่มันได้อย่างปลอดภัย เขาเดินสำรวจบริเวณอีกรอบ เมื่อแน่ใจว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว ตัวเองจึงเดินไต่ขึ้นต้นไม้ไปยังที่พักเป็นคนสุดท้าย

Thomas เห็น Scarlette กำลังนั่งมองเหม่อไปบนท้องฟ้า ทะเลสาบฉาบด้วยสีทองของตะวันยามเย็ม ดวงอาทิตย์ดวงใหญ่เหมือนจมหายลงไปในน้ำครึ่งใบ สัตว์ปีกหลายตัวออกบินกลับรัง มันส่งเสียงร้องที่ฟังแล้วชวนหดหู่

“ ฉันสงสารทหารและชาวโลก เราไม่หน้าสร้าง New Tyne ขึ้นมาเลยจริงๆ ” Scarlette เอ่ยขึ้น โดยไม่หันหลังกลับมาดูคนที่เธอชวนสนทนาด้วยซ้ำ  Thomas ไม่รู้จะพูดอะไร เขาค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ แล้วลงนั่งข้างๆเธอ

“ ฉันรู้ว่าคุณยังไม่ไว้ใจฉัน ” หญิงสาวหันมอง แววตาแฝงความโศกเศร้า “ ใช่ไหม ”

“ คุณควรนอนพักนะ Scarlette ” Thomas บอกไปตรงๆ เธอกำลังเครียด เขาเข้าใจ ทางที่ดีคือปล่อยให้เธอได้ใช้ความคิดตามลำพัง เขาหันกลับมาอีกด้าน เหยียดขาออก แล้วเอนหลังลงนอน Thomas เงียบไปนาน กว่าจะพูดต่อ

“ ฉันยังอยากมองอะไรไปเรื่อยๆก่อน ”

“ ดีเลย ” Thomas บอก พลางถอดเครื่องบอกเวลาตรงข้อมือส่งให้ Scarlette เธอรับไว้อย่างงงๆ

“ Thomas คุณจะนอนตอนนี้เลยเหรอ ” Thomas พยักหน้า

“ นอนได้เมื่อได้นอน นั่นแหละสโลแกนผม ”

Scarlette ไม่ถามอะไรต่อ เธอปล่อยให้ Thomas ได้พักผ่อนอย่างที่เขาต้องการ เธอนั่งมองวิวที่อยู่เบื้องหน้าอยู่นาน เธอคิดถึงการได้เป็นมนุษย์ แล้วเธอก็แอบร้องไห้ออกมา  

————————-

 

Old World, Chris Cold on ArtStation at <a href=

Thomas มีปัญหาด้านการนอน ซึ่งเป็นผลมาจากสงคราม มันทำให้เขาต้องฝึกร่างกายให้สามารถหยุดพักได้เป็นส่วนๆ นอกจากนั้นทั้งประสาทหูและสมอง ก็ต้องพร้อมตื่นตัวได้ตลอดเวลาด้วย ผลจากการฝึกเช่นนี้ ทำให้เขาแบ่งลำดับการหลับของตนได้ถึงสี่ขั้นด้วยกัน มีเพียงขั้นสุดท้ายเท่านั้น ที่เป็นปัญหากับเขาอยู่เรื่อยมา

หลับขั้นแรก ร่างกายทุกส่วนจะตื่นตัวตลอด เปลือกตาปิดไว้ แต่สมาธิจะเพ่งไปที่เรื่องใดเรื่องหนึ่งเพียงเรื่องเดียว ส่วนใหญ่ Thomas จะจดจ่อกับสถานการณ์ที่กำลังเผชิญหน้าอยู่ เขาจะพยายามขบปัญหาให้แตก บางครั้งสามารถหาวิธีแก้ไขปัญหาจากการหลับขั้นแรกนี้ได้เลย

หลับขั้นสอง ร่างกายแทบทุกส่วนจะหยุดพัก ยกเว้นสมองกับประสาทหูที่ยังไวต่อปฏิกิริยารอบข้างอยู่  

หลับขั้นที่สาม เป็นการหลับแบบปกติทั่วไป แต่ Thomas จะต้องคอยตื่นทุกครั้งเมื่อรู้สึกตัว เพราะไม่อยากถลำจนหลับไปอีกขั้น

หลับขั้นสี่ เป็นสภาวะการหลับที่ Thomas ประสบปัญหา เขาจะหลับลึกจนไม่สามารถตื่นด้วยตัวเองได้ Thomas พยายามเลี่ยงการหลับในขั้นนี้  มันจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาต้องฝึกฝนร่างกายและสมาธิ เพื่อให้มีสติอยู่ตลอด แม้กระทั่งยามหลับก็ตาม

เวลาในหัวของ Thomas เตือนว่าใกล้สามทุ่มครึ่งแล้ว อีกไม่กี่นาที Scarlette ก็จะมาปลุกเขา Thomas หลับด้วยขั้นที่หนึ่งมาตั้งแต่หัวค่ำ เขาเพียงแค่ต้องการให้ร่างกายบางส่วนได้พักผ่อน เพราะค่ำคืนนี้ยังอีกยาวไกล

“ Thomas …”  Scarlette เรียกชื่อเขา เธอเรียกอยู่ข้างๆหู ไอลมร้อนๆปะทะต้นคอ เขารู้สึกดีอย่างประหลาดใจ Thoma ลืมตาขึ้นทันที

“ สามทุ่มครึ่งแล้วเหรอ ” Thomas แกล้งถาม ทั้งที่เขาก็รู้อยู่แก่ใจ Scarlette พยักหน้า

“ คุณได้นอนพักบ้างรึเปล่า ” Thomas ถามต่อหญิงสาวส่ายหน้า และยื่นเครื่องบอกเวลาคืนให้

“ ผมยังไม่ง่วงเลย ” Thomas ล็อคเครื่องบอกเวลาเข้ากับข้อมือ ใกล้4ทุ่มแล้ว เขาแหงนคอมองบนท้องฟ้ามืด

“ ลูกบอลสำรวจ มันจะกลับมาตอนสี่ทุ่มเหรอ ” Scarlette ถาม

Thomas ถอนหายใจ “ ผมอยากให้มันกลับมาก่อน หรือไม่ก็เลยไปอีกสักชั่วโมงถึง2ชั่วโมง แต่ไม่อยากให้เป็น4ทุ่ม ”

“ 4ทุ่มแล้วทำมั้ย “ Thomas ไม่ตอบ

“ ทำไมคุณถึงอยากให้มาเวลาอื่น ” Scarlette ถามอีก Thomas หันมอง “ 4 ทุ่มเมื่อไร ผมจะบอกคุณ ”

เครื่องบอกเวลาตรงข้อมือแสดงไฟกระพริบ มันส่งสัญญาณเตือนว่าเป็นเวลาสี่ทุ่มตรงแล้ว Thomas ค่อยๆลุกขึ้นยืน ในใจภาวนาว่าอย่าให้ลูกบอลสำรวจกลับมาตอนนี้

แต่แล้วแสงสีขาวนวลก็กระพริบมา Thomas หันไปมอง เขาขยี้ตาอย่างไม่เชื่อ แต่ว่ายังคงเห็นมันใกล้เข้ามาอยู่ดี เมื่อแน่ใจแล้วว่าคำภาวนาไม่เป็นผล เอ็มจึงถอนหายใจออกมาอย่างผิดหวัง

ลูกบอลสำรวจ บินมาหยุดอยู่ตรงหัวของเขาเหนือขึ้นไป150เมตร Thomas ชูมือสองข้างขึ้นไปรอรับ  มันค่อยๆหย่อนตัวลงมา กระทั่งสัมผัสกับอุ้งมือ Thomas 

Scarlette ลุกขึ้นนั่ง คอยมอง-ตาไม่กระพริบ

Thomas จับลูกบอลสำรวจเขย่าเบาๆจากนั้นใช้มือถู ทำความสะอาดผิวอย่างง่ายๆแล้วจับมันบิด จอกระจกโผล่ขึ้นมาทันที มีข้อความปรากฎขึ้นมามากมาย Thomas อ่านข้อความในนั้น ปากขยุบขยิบ เจ้าตัวแสดงสีหน้าตกใจทันทีเมื่ออ่านเจอข้อความหนึ่งจบ

Thomasค่อยๆนั่งลงข้างๆ Scarlette เขามองตาเธอเหมือนรอให้ถาม

“ ทำมั้ยถึงไม่อยากให้ลูกบอลสำรวจกลับมาตอน4ทุ่ม ” 

“ ผมปล่อยลูกบอลนี้ตอนเวลา4ทุ่มตรง จากจุดนอนจุดนั้น ” Thomas ชี้นิ้วไปบริเวณที่นอนเมื่อคืน

“ ผมปรับให้ลูกบอลพุ่งไปด้วยความเร็ว 20ไมล์ต่อ1นาที เพราะยึดด้วยหลักเส้นรอบวงของดาวบ้านเรา ระยะโดยเฉลี่ยมันคือ 40,000 กิโลเมตร ถ้าลูกบอลสำรวจมันกลับมาภายใน24ชั่วโมง มันแปลว่า ดาวดวงนี้มีขนาดใกล้เคียงกับโลกของเรามาก 

“ มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ” Scarlette พูดกับตัวเอง

“ ถูกต้อง ความบังเอิญมันมีเยอะเกินไป ไม่มีที่ว่างสำหรับความบังเอิญใหม่แล้ว ” Thomas ส่งลูกบอลให้ Scarlette เขาชี้นิ้วไปยังข้อความในนั้น“ ดูนี่สิ ” Scarlette พิจารณาไล่ตามนิ้วของ Thomas

“ แร่Zentium ” หญิงสาวหันมองหน้า Thomas

“ หมายความว่ายังไง ” Thomas นอนแผ่ลงไปบนแคร่อย่างอ่อนแรง

“ ลูกบอลมันสำรวจเจอแร่Zentium ในปริมาณที่มากจนคุณแทบไม่อยากเชื่อเลยแหละ ” Thomas ยันตัวลุกนั่ง เขาหัวเราะประชด

“ แปลกมั้ยล่ะ Orion มีขนาดเท่าโลกของเรา แล้วยังมีแร่Zentium ด้วย… ผมไม่อยากเชื่อเลย ”

————————-

 

 join us <a href=

เป็นเช้าวันใหม่ที่สภาพมืดหม่นและหมองมัว…
เมฆดeตั้งเค้าอยู่อีกไกล แต่ว่าเสียงคำรามดังก้องแว่วมาให้ได้ยินแล้ว Jacob ยืนมองขอบฟ้าสีดำนั่น อากาศร้อนอบอ้าว ไม่มีแม้ลม …พายุอาจกำลังมา…

Thomas เริ่มต้นวันใหม่โดยการกระโจนลงไปในทะเลสาบ น้ำเย็นๆยามเช้าปะทะร่างกาย ทำให้รู้สึกกระปรีกระเปร่าขึ้นมาทันที เขาปล่อยร่างให้จมดิ่งลงไปเรื่อยๆ เริ่มรู้สึกถึงความเงียบ เคยมีคนบอกเอาไว้ว่า ก่อนตายจะมีความกลัว และก่อนความกลัวจะมีความเงียบ ตอนนี้เรารู้แล้ว ทีนี้ลองจินตนาการถึงความกลัวดูบ้าง กลัวอย่างไหนกันที่จะสามารถเข้าใกล้ความตายได้ กลัวสัตว์ป่าดาวนี้เหรอ เพราะเมื่อคืนพวกมันก็มากันอีกแล้ว  พวกมันฉลาดจนน่ากลัว หรือจะกลัวพวกพวก New tyne เพราะพวกมันเราทั้ง5คนเลยต้องมาดาวนี้ แล้วทำให้เกิดสงครามระหว่างมันกับมนุษย์ขึ้น

…ไม่ใช่กลัวแบบนั้น… Thomas ส่ายหน้าในน้ำเย็นๆ หน้าเริ่มชา ค่อยๆลอยตัวขึ้น สะบัดปลายเท้าช้าๆ แล้วสูดอากาศเข้าเต็มปอดทันทีเมื่อพุ่งขึ้นสู่ผิวน้ำได้สำเร็จ

“ 35นาที! ”  เสียงร้องดังอย่างสะใจ Jacob หันไปมอง เป็น Jack นั่นเอง เขานั่งยองบนขอนไม้ ตามองที่ข้อมือตัวเอง

“ เป็นสถิติใหม่ได้เลย ไม่มีใครกลั้นหายใจในน้ำได้นานเท่าคุณแล้ว ”

“ นายจับเวลาไว้ด้วยเหรอ ”  Thomas ถาม “ ใช่ ตอนผมเดินมาเห็นคุณกำลังกระโดดลงไปพอดี ” Jack  ตอบ พลางก้มมองดูเวลาที่บันทึกไว้ตรงข้อมืออีกครั้ง

“ คุณเอาดีทางด้านกีฬาได้สบายเลยนะ ”

“ ผมรักงานของผม ” Thomas บอก แล้วค่อยๆว่ายน้ำเข้าฝั่ง เดินตัวเปียกไปหยิบผ้าผืนเล็กๆขึ้นเช็ดผม

“ ลูกบอลสำรวจของนายกลับมาแล้วรึยัง ” Jack ถาม

“ มาแล้ว 4ทุ่มเป๊ะ ”

“ งั้นข้อสันนิษฐานของนายเรื่องขนาดดาวดวงนี้ก็ถูกเกิน50%แล้วสิ ” Thomas ไม่ตอบ เขาแกล้งเช็ดผมแรงๆ ทำเป็นไม่ได้ยิน “ จากนี้คุณจะทำยังไงต่อ ”

“ ลูกบอลสำรวจเจอแร่ Zentium… ”

“ แร่ Zentium… พูดเป็นเล่นน่า ”

“ นายไปดูได้ที่ Scarlette ผมทิ้งลูกบอลสำรวจไว้กับเธอ ”

Jack ถึงกับเงียบไปพักใหญ่ Thomas รู้ดีว่าผู้ชายคนนี้ต้องมองออก ตอนนี้เหมือนมีจิกซอว์มากมาย รายละเอียดยังกระจัดกระจาย ต้องการเพียงความเชื่อมโยงเท่านั้น ที่จะทำให้เห็นภาพรวมของเรื่องราวทั้งหมดนี้ได

Jack วลุกขึ้นยืน มองหากิ่งไม้แถวนั้น หักก้านมันออก แล้วเขียนบางอย่างลงบนพื้นดิน

“ ทั้งเรื่องที่มีคนแอบขึ้นยานของเรากับเจอยานตรวจการณ์ New tyne ทั้งเรื่องม่าน แล้วเรื่องดาวดวงนี้กับแร่ Zentium อีก ตอนนี้ทุกอย่างมันชี้ชัดลงไปแล้วว่า ที่นี่คือที่มนุษย์สามารถอยู่ได้ เหลือก็เพียงแค่ ใครกันที่เอาเทคโนโลยีของพวกเรา ไปสอนให้พวก New tyne “

“ ผมเจอ...ยานตรวจการณ์ New tyne ”

“ อะไรนะ… ” Thomas ถามย้ำอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง Jacob ขยับเข้ามาใกล้ ชี้นิ้วลงไปจอภาพตรงมุมบนด้านขวา แล้วยื่นให้ Thomas ดูอีกครั้ง

“ ยานตรวจการณ์ New tyne 100% พวกมาตามหาพวกเรา  “ Scarlette พยักหน้ารับ สีหน้าเธอไม่ได้ยินดีไปด้วยกับ Jacob Thomas เชื่อว่าลึกๆแล้ว เธอเองก็มีข้อสงสัยเช่นเดียวกันกับเขา

“ เมื่อคืนฉันได้ดูบอลสำรวจ ” Scarlette เริ่มอธิบาย “ ดาวดวงนี้มีขนาดใกล้เคียงกับดาวของเรามาก ตามที่เราพอจะประเมินได้จากสายตา ประกอบด้วย หนึ่งดวงอาทิตย์ หนึ่งดวงจันทร์ และองค์ประกอบอีกหลายอย่าง ล้วนสนับสนุนว่าดาวแห่งนี้คือดาวที่มนุษย์สามารถมาอยู่อาศัยได้ ”

“ แล้วลูกบอลสำรวจยังเจอแร่ Zentium ” Scarlette บอก พลางหันมามอง Thomas

“ แร่ Zentium ของพวก New tyne อยู่บนดาวดวงนี้ ” Thomas สรุป

“ มันไม่แปลกเหรอ ”

“ มันอาจเป็นความบังเอิญก็ได้ จักรวาลออกจะกว้างใหญ่ ดาวที่อยู่ในระบบสุริยะจักรวาลแบบนี้ใช่ว่าจะมีเพียงหนึ่ง ความจริงก็คือ มันอาจมีดาวสักดวงที่มีแร่ Zentium เหมือนอย่างที่เรากำลังยืนอยู่บนดาวดวงนี้ ” Thomas ก้าวเท้าเข้าหา Jacob หนึ่งก้าว พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ มันอาจจะเป็นกับดัก จุดที่นายสแกนเจอยานตรวจการณ์ New tyne นั่นมันเป็นจุดเดียวกับที่เราพบแร่ Zentium ”

Jacob อึกอัก อาการเหมือนคนหมดหวัง Thomas  เคยเห็นแบบนี้มาเยอะในสมรภูมิ ทหารใหม่ๆมักทำใจไม่ได้เวลาที่มองหาทางออกอื่นไม่เจอ เหมือนจมอยู่ในความมืด แต่พอเห็นแสงสว่างแม้จะเป็นเพียงจุดเล็กๆ พวกเขาจะกระโจนใส่ด้วยกำลังทั้งหมดที่มี ไม่สนเหตุผลใดๆ กว่าสติจะคืนกลับมา ก็ต่อเมื่อความหวังถูกทำลายลงอีกครั้ง และอาการก็จะออกมารูปแบบเดียวกันกับณอห์นในขณะนี้

Thomas ยกมือกอดอกแล้วอธิบายเพิ่มแล้วหันไปมอง Jack เพื่อขอความเห็น ส่วน Alice สบตากับ Thomas วงสนทนาเริ่มมีการแบ่งฝ่าย มีเพียง Scarlette เท่านั้น ที่ยังไม่ออกตัวว่าเห็นด้วยกับฝ่ายไหน

“ แต่ ผมเห็นด้วยกับ Jacob นะ ” Jack เอ่ย หลังการสนทนาในกลุ่มเงียบไปนาน “ ผมคิดว่ายานนั่นมาจับพวกเรา ”

Thomas เรียกลูกทีมเพื่อมาร่วมหารือ แต่ละคนกำลังง่วนอยู่กับงานแก้เบื่อ บ้างนั่งเหลาไม้เล่น บ้างนอน Alice กำลังนั่งทำความสะอาดอุปกรณ์สื่อสาร ส่วน Jacob ยังพยายามติดต่อกลับไปที่โลกอยู่

“ ผมอยากฟังความเห็นของพวกคุณ ” Thomas เอ่ยขึ้น

“ ความเห็นเรื่องอะไรค่ะ ” Alice ถาม

Thomas เดินนำหน้าแล้วพาทุกคนมาที่ประชุม Jacob เริ่มเล่าเรื่องที่เขาสแกนเจอยานตรวจการณ์ New tyne จากนั้น Scarlette จึงบอกสิ่งที่ลูกบอลสำรวจไปพบมา

“ เรากำลังตัดสินใจอยู่ว่า จะตามสัญญาณของยานตรวจการณ์ New tyne ไปดีไหม ”

“ Jack จะไปที่นั่น มันมีทั้งแร่ Zentium และโรงเก็บยานตรวจการณ์ New tyne ” Scarlette พูด แล้วเธอก็หันมาถาม Thomas “ หัวหน้าว่าไงค่ะ ” Thomas ถอนหายใจก่อนตอบ “ คิดให้ดีๆดาวนี้มันแปลกๆอยู่ ”

“ ตกลง…พวกเราจะไป ” แววตาของ Jacob มีประกายขึ้นมาทันที

“ ขอบคุณมากครับ ”  เสียงฟ้าร้องดังแทรกขึ้น Alice สะดุ้งเล็กน้อย Jack จับปกคอเสื้อเขย่าเอาลมพัดเข้าตัว

“ อากาศร้อนอบอ้าวมาก ” Scarlette หันไปบอก Thomas  

Thomas พยักหน้ารับ

“ พายุกำลังจะมา… ”

————————-

 

 Brilliant Concept Art by Victor Mosquera:

ฝนทำท่ากำลังจะตก Thomas ได้กลิ่นดินที่มาพร้อมกับสายลมชื้นๆโชยเข้าจมูก

“ ได้เดินชมป่ากันแบบตัวเปียกแน่ๆ ”  Thomas พึมพำกับตัวเอง แล้วค่อยหันไปตะโกนถามทุกคน “ เอาล่ะ…พร้อมกันรึยัง ”

Thomas ขยับสายสะพายกระเป๋าหลังคู่ชีพให้กระชับขึ้น มือขวาจับมีดที่เตรียมมาด้วยไว้แน่น Thomas เริ่มออกเดิน Jack เดินตามหลังเขาเพื่อคอยบอกทาง ถัดไปเป็น Jacob Scarlette Alice 

“ ขอระยะทางด้วย Jack ” Thomas ตะโกนขึ้น

“ เอ่อ… ” Jack หมุนจอภาพอุปกรณ์ติดตามขึ้นดู

“ มันวัดได้เฉพาะระยะทางสั้นๆเท่านั้นนะ ”

“ นั่นแหละง่ายดี ระยะเท่าไร ” Thomas ถามอีกครั้ง

“ ประมาณ 30 ไมล์ เป็นแนวตรงไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ”

…3วัน นั่นคืออย่างเร็ว… Thomas คิดในใจ

 ถ้าทางสะดวก Thomas สามารถเดินระยะแค่นี้ได้ไม่ถึงวันด้วยซ้ำ แต่ที่ๆกำลังจะไปน่าจะอยู่เกือบกลางผืนป่าดงดิบ Thomas จินตนาการถึงต้นไม้ ภูเขา หน้าผา น้ำตก  กว่าจะผ่านไปแต่ละอย่างได้มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลย

 Thomas ขยับสายสะพายกระเป๋าอีกครั้ง เงยหน้ามองด้านบนเหมือนตั้งสติ ฝนเริ่มเทลงมาแล้ว เสียงหยดฝนกระทบกับใบไม้ดังเปาะแปะ เขาหันกลับไปมองทีมเพื่อตรวจตราอีกรอบ เมื่อทุกอย่างพร้อม… ทีมDeltaก็ออกเดินทาง

————————-

 

 Space station interior:

สัญญาณไฟกระพริบขึ้นตรงส่วนควบคุม ผู้หมวดBenjamin ผู้มีหน้าที่ติดต่อกับโลกสังเกตุเห็นพอดี เขายื่นหน้าเข้ามองใกล้ๆ เมื่อแน่ใจแล้วจึงหันไปทางผู้พันSebastian

" สมาพันธ์รัฐตะวันออกติดต่อกลับมาแล้วครับ " ผู้พันSebastian เดินเข้าหาทันที " ติดต่อมาว่าไง "

" เขาจะเปิดม่านให้ " ผู้หมวดBenjamin บอก ปากขยุบขยิบอ่านข้อความที่ถูกส่งเพิ่มมาอีก " เขายอมให้เราผ่านเข้าไปได้ครับ "

ผู้พันSebastian หันขึ้นไปมองที่นายพลHarrison ที่กำลังนั่งยิ้มอย่างพอใจอยู่บนแท่นควบคุม ยอมรับว่าตัวเองก็รู้สึกถึงความคลี่คลายเช่นเดียวกัน

" เกือบ 24 ชั่วโมง " นายพลHarrison เอ่ย " พวกนั้นคงคิดหนัก "

" มีข้อความมาอีกครับ " ผู้หมวดBenjamin คนเดิมแทรกขึ้นมา

" มันว่าไงอีก " นายพลHarrison ถามเสียงดัง

" พวกเขามีข้อต่อรองครับ " นายพลHarrison เงียบไป

" ต่อรองอะไร " ผู้พันSebastian ถามบ้าง

ผู้หมวดBenjamin หันกลับไปอ่านข้อความอีกครั้งแล้วตอบ " เขาอยากให้ช่วยทหารของพวกเขาที่ถูก New Tyne จับตัวไป " นายพลHarrison กำลังคิด แล้วส่ายหน้า รู้สึกถึงความไม่สมเหตุสมผล

" ทำมั้ยพวกมันไม่ลงมือกันเอง " นายพลHarrison ถามแล้วหันไปมองผู้พันSebastian

" ใช่ครับ เขาน่าจะทำกันเองได้ ไม่จำเป็นต้องให้เราช่วย " ผู้พันSebastian ตอบ

" หรือพวกมันมีแผน " ผู้พันSebastian ส่ายหัว " คงไม่หรอกครับ แค่เปิดม่านให้เราผ่านเข้าไปเฉยๆ แบบไม่มีข้อต่อรอง ยังดูแนบเนียนกว่าแผนนี้ซะอีก "

" มันอยากให้เราช่วยจริงๆ อย่างนั้นเหรอ " นายพลHarrison ทำหน้าสงสัย

" เขาจะเปิดม่านให้เดี๋ยวนี้เลยครับ " ผู้หมวดBenjamin พูดแทรกขึ้นอีกมาครั้ง สัญญาณไฟกระพริบเตือนอีก

“ มีข้อความมาใหม่ด้วย ” ผู้พันSebastian พยักหน้า ทำเชิงสั่งว่าให้อ่านออกมาเลย

“ เขากำชับว่าให้ช่วยทหารของพวกเขามาให้หมดทุกคน ” นายพลHarrison ลุกขึ้นยืนแล้วพูดว่า “ งี่เง่า ไม่ใช่เกมส์ไล่จับนะ ” สัญญาณไฟตรงส่วนควบคุมกระพริบอีก

“ เขาส่งตำแหน่งที่เป้นที่ตั้งของเรือนจำมาให้ด้วยครับ ” ผู้หมวดBenjamin บอกไป ผู้พันSebastian กลัวนายพลHarrison ตัดสินใจตามอารมณ์ จึงชิงถามก่อน “ พวกมันอยู่ที่ไหน ” ผู้หมวดBenjamin หันกลับไปจัดการที่แผงควบคุม จากนั้นรูปแผนที่ใหญ่ มุมมองลงสู้พื้นก็ไปปรากฎบนจอภาพ

“ ตอนนี้ยังอยู่ใกล้ทะเลสาบครับ ” ผู้หมวดBenjamin ทำสัญลักษณ์เป็นวงกลมสีน้ำเงินรอบรอบจุดสีแดงประมาณสิบจุดเพื่อเน้นให้เห็นชัด

ผู้พันSebastian หันกลับไปมองนายพลHarrison แววตาแสดงความขอร้อง นายพลHarrison จ้องกลับมานิ่ง คิดในใจว่าควรเล่นตามเกมส์บ้าง ก่อนตัดสินใจสั่งการ

“ บอกพวกเขาไปว่าเราจะทำตาม พวกเราจะไปช่วยทหารของสมาพันธ์รัฐตะวันออกมาให้ได้ ”

————————-

 

 

ฝนกระหน่ำเทลงมาอย่างหนัก เสียงฝนเม็ดใหญ่ปะทะกับใบไม้ดังลั่นทั่วป่าจนกลบเสียงอื่นๆ Thomas ยกลูกบอลสำรวจขึ้นดู ตัวเลขบนจอภาพแสดงอุณหภูมิที่ลดลงราว 10 องศา แม้จะเพิ่งเลยช่วงหลังเที่ยงมาสักเล็กน้อย  แต่อากาศกลับเย็นขึ้นเรื่อยๆ แสงอาทิตย์ไม่สามารถลอดผ่านเมฆฝนลงมาได้ ยิ่งทำให้รอบบริเวณมืดลง และบรรยากาศอึมครึม

Thomas ตัดสินใจพาทีมเดินเข้ามาในป่าได้สักระยะ ซึ่งก่อนหน้านั้นทั้งสิบคนเดินเลาะมาตามลำธาร แต่หลังจากฝนตกหนักมากว่าสามชั่วโมง Thomas เป็นกังวลเรื่องน้ำป่า ฝนตกกระหน่ำแบบนี้ โอกาศเจอน้ำหลากเป็นไปได้สูงทีเดียว

เดินกันไปได้อีกสักพัก Thomas ก็สั่งหยุดพักใต้ร่มไม้ช่วยชะลอความแรงของสายฝนได้ เขารู้ว่าหลายคนเริ่มหิวแล้ว โชคดีที่เมื่อเช้าเขากับลูกทีมDeltaช่วยกันจับปลามาได้หลายตัว Thomas เงยหน้ามองดูสายฝนที่ยังคงตกอย่างต่อเนื่อง

...เปิบกันแบบเปียกๆนี่แหละ... Thomas คิด

Scarlette เอาอาหารออกมาแจกทุกคน มื้อนี้เป็นเนื้อปลารมควันขนาดเกือบเท่าฝ่ามือ สองชิ้นต่อหนึ่งคน Jacob เป็นคนผอมสูงก็จริง แต่เขาใช้เวลาไม่ถึง 10 นาทีก็ทานจนหมด ผิดกับ Alice เนื้อปลาแค่ชิ้นเดียวเธอยังทานแทบไม่หมดด้วยซ้ำ

" คุณต้องกินให้หมดนะ " Thomas ส่งเสียงเตือนหลังจากมองมาได้สักพัก

 Alice พยักหน้ารับอย่างจำใจ

Thomas แอบสำรวจนักเดินทางมือใหม่ทั้งสี่ เขาประเมินจากสามชั่วโมงแรกของการเดินทาง Jack กับ Jacob ใช้ได้เลย ทั้งสองเป็นคนหนุ่ม กำลังยังดี-มีความคล่องตัวสูง ส่วน Alice ก็ถือว่าเยี่ยมพอกัน เธอแข็งแกร่งกว่าที่เห็นจากหุ่นบอบบาง ยิ่งอยู่ในชุดอวกาศสีขาวที่เปียกจนแนบเนื้อ เห็นส่วนเว้าส่วนโค้งทำให้อาจเผลอคิดไปถึงไหน คงเป็นการตัดสินใจที่แย่ถ้าจะพิจารณาจากความชอบแบบนั้น เขายอมรับว่าประเมินเธอต่ำไป Alice แข็งแรงกว่าที่เห็นมาก

ผิดกับ Jacob รายนี้คงแก่เรียน น่าจะไม่ค่อยออกกำลังกาย ร่างกายถึงผอมแห้ง สภาพดูไม่ค่อยฟิต Thomas ชักไม่แน่ใจแล้วว่า 30 ไมล์ในสามวัน ยังเป็นสิ่งที่สามารถทำได้หรือไม่ สภาพการณ์แบบนี้ อย่างต่ำคงใช้เวลาราวหนึ่งสัปดาห์ถึงจะถึงที่หมายได้

ฝนเริ่มซาลงแล้ว แต่ฟ้ายังครึ้ม Thomas แหงนมองฟ้าฝนอีกครั้ง ค่อนข้างมั่นใจว่าฝนอาจหยุดตกสักพักใหญ่ เขาอยากจะมองหาที่พักสำหรับคืนนี้ด้วย เป็นไปได้ก็อยากนอนบนต้นไม้อีกเพราะรู้สึกปลอดภัย ไม่รู้ว่าสัตว์ป่าบนดาวดวงนี้จะออกมาอีกเมื่อไร แต่สองวันบนดาวดวงนี้ Thomas สังเกตุเห็นว่าเจ้าพวกที่เขาเจอไม่เคยโผล่มาตอนกลางวันเลย แบบนี้ช่วงกลางวันคงวางใจได้

อีกอย่างที่คลายกังวลคือเรื่องสัตว์ชนิดอื่น ในช่วง3ชั่วโมงที่ผ่านมา Thomas ไม่เจอสัตว์ใหญ่สักตัว ไม่มีร่องรอย ไม่มีสัญญาณชีวิต มันอาจจริงอย่างที่ Alice เคยบอกไว้ว่า ...ไม่มีตัวอะไรบ้าพอจะอยากเข้าถ้ำนักล่า…แต่ว่า Thomas กำลังพาทีมของเขาเข้าไป

Thomas ตะโกนบอกให้ทุกคนเตรียมตัวออกเดินทาง Jacob ถอนหายใจออกมา เขาอยากนั่งพักอีกสักหน่อย

“ เงียบก่อน! ” Thomas ร้องสั่ง เขาหลับตาลง แล้วตั้งใจฟังเสียง

เสียงฝนยังดังอยู่อย่างต่อเนื่องถึงแม้จะเบาลงบ้าง Thomas ค่อยๆ แยกเสียงออก ทั้งเสียงลำธาร เสียงแมลง เสียงหยดน้ำ และสุดท้ายเขาพยายามแยกเสียงนั้น เป็นเสียงทุ้มแต่สั่นกระเพื่อมเหมือนเสียงเครื่องยนต์

“ นายได้ยินอะไร ” Jacob เดินเข้ามาใกล้แล้วถาม

Thomas ไม่ตอบ หลับตานิ่ง หูตั้งใจฟัง

“ ทุกคน!... ” Thomas ลืมตาแล้วตะโกน “ เตรียมอาวุธ! ”

ทหารทั้งหมดรวมทั้งเอ็มตรึงพื้นที่ทันที มีเพียง Thomas กับ Jack เท่านั้นที่มีปืนพลาสม่าติดตัว ส่วนที่เหลือมีแค่ปืนที่ใช้ลูกกระสุน ทุกคนกระจายกำลังกันออกไปเป็นวงกลม โดยไม่มีคำถามหรือข้อโต้แย้งใดๆ ส่วน Jacob Alice Scarlette  ทั้ง3คนยืนงงเป็นไก่ตาแตก

“ เกิดอะไรขึ้น ” Jack ร้องถาม

“ ผมได้ยินเสียงยานตรงมาทางนี้ ” Thomas ตอบ

“ ยานของพวกเราใช่ไหม ” Jacob ถามบ้าง

“ ยังไม่รู้…แต่อีกเดียวคงได้รู้ ”

เสียงปริศนาดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ Thomas พยายามรวบรวมสติเพื่อฟังเสียงนั้นให้ชัดเจนขึ้น “ ยานพวกเรา ” Jacob ตะโกนแล้ววิ่งพรวดออกไปนอกวงกลมทันที

“ อย่าออกไป! ”  Thomas ร้องเตือนแต่ไม่ทัน Jacob วิ่งปรี่ไปที่ริมลำธาร ตรงจุดนั้นยานปริศนาจะมองเห็นเขาอย่างชัดเจน Scarlette ที่อยู่ใกล้ Jacob วิ่งตามไปทันทีตามสัญชาติญาณ เธอตั้งใจพา Jacob กลับมา แต่ว่า…

แสงสว่างวาบขึ้น ตามด้วยลำแสงมาปะทะกับร่างของ Jacob จนกระเด็นไปอีกทาง เขาสลับไปทันที Alice ตกใจจนยืนตาค้าง Jack ตะโกนเรียกชื่อเพื่อนเสียงดัง

“ บัดซบ! ” Thomas สบถ แล้วรีบวิ่งไปลาก Jacob กลับเข้ามา เป็นจังหวะเดียวกับที่ยานNew Tyne ยิ่งลำแสงมาอีกครั้ง แต่เฉียดตัว Thomas ไปเพียงนิดเดียว เขาเกือบเสียท่าในจังหวะนี้

“ ทุกคนแยกกันหนีไป ยานNew Tyne โจมตีเรา ”  Thomas หันไปตะโกนสั่งลูกทีม แล้วผลัก Jacob เข้าไปในป่า หมอนั่นพอได้สติก็รีบวิ่งแจ้นหายไปทันที

Thomas ดึงสายกระเป๋าสะพายให้แน่นขึ้น แล้วยิงสวยกลับไปบ้าง เขาออกวิ่งเหยาะหลบตามโขดหินสลับไปมา พวกมันพยายามยิงลำแสงใส่แต่พลาดไปหมด 

Thomas ได้จังหวะพอดี ยานของพวกมันมีขนาดใหญ่ทำให้เคลื่อนไหวช้า เขาโดดล่อไปอีกทางแล้วรีบตวัดตัวกลับมาอีกตำแหน่ง ยานNew Tyne หลงทิศทันที เขาจึงสวนกลับไปชุดใหญ่ ยิงโดนยานพวกมันเข้าอย่างจัง แต่ว่าเสียหายไม่มากนัก เพราะยานของพวกมันลำใหญ่เกินไป

Thomas วิ่งกลับเข้าไปในป่า ตั้งหลักหลบตรงหลังพุ่มไม้ คอยดูท่าทีของมันสักพัก

————————-

 

 Jorry_Rosman_Concept_Art_tree-slopes2c

 …พวกมันส่งยานเล็กออกมา…Thomas มองเห็นพวกมันแยกออกมาทางท้ายยานใหญ่ประมาณ10ลำ Thomas ได้ยินเสียงย่ำใบไม้ดังอยู่ไม่ไกล เขาหันปืนเข้าใส่ แต่กลายเป็น Jack ที่พึ่งไปตามตัว Jacob กลับมาได้ Thomas ลดอาวุธลงแล้วขยับปากพูดให้พวกนั้นอ่านปากเอา

…คนอื่นๆล่ะ … Jack ให้สัญญาณมือกลับมาว่า ทุกคนซ่อนตัวอย่างปลอดภัยแล้ว Thomas พยักหน้ารับ แล้วเริ่มวางแผน

ยานNew Tyne ทั้ง10ลำ ค่อยๆลอยตัวลงมา เสียงเครื่องยนดังกระหึ่ม Thomas พยายามเพ่งไปที่อาวุธของพวกมัน Thomas เริ่มแน่ใจแล้วว่า พวกนี้คือพวกเดียวกับที่พวกเขาเจอตอนมาถึงOrion

ยานเล็กของพวกมันกำลังลงจอด Thomas เริ่มคิด ถ้าเขาอยู่ฝั่งเดียวกันกับ Jack ที่มีปืนพลาสม่าเหมือนกัน ดูเหมือนว่าพวกมันจะทุ่มกำลังโจมตีมาทางฝั่งนี้ฝั่งเดียว และนั่นถือเป็นเรื่องง่าย เพราะพวกมันไม่ต้องคอยระวังหลัง

Thomas อาศัยจังหวะที่ยานเล็กของพวกมันกำลังปรับตัว เขาวิ่งเต็มกำลังออกไปที่ลำธาร กระโดดขึ้นบนโขดหินเล็กๆ อย่างรวดเร็ว วูบวาบและปราดเปรียวจนพวกมันไม่ทันสังเกตุ ใช้เวลาเพียงเสี้ยวนาทีก็ข้ามไปอีกฝั่งสำเร็จ

Thomas เป่าปากเรียก Jack เขาชี้นิ้วไปที่ตลิ่งสูงริมลำธารด้านหน้า Thomas ส่งสัญญาณมือให้ Alice ล่อพวกมันไปตรงนั้น ถ้าเขาได้อยู่สูงกว่าพวกมัน แถมลักษณะภูมิประเทศยังบีบให้มันเข้าไปได้ทีละลำ จำนวนที่มากกว่าจะไม่ใช่เรื่องที่ได้เปรียบอีกต่อไป

Thomas พาตัวเองมาอยุ่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบอย่างรวดเร็ว ตรงนี้ตลิ่งทั้งสองฝั่งบีบตัวเข้ามา ลำธารแคบลง Thomas วางแผนต่อ หลังจาก Jack ล่อพวกมันมานี่แล้ว เขาจะยิงปืนพลาสม่าใส่ยานลำแรกที่เข้ามาในกับดักนี้ พวกมันคงไม่ทันคิดแน่ว่าเขาซ่อนตัวอยู่ จากนั้นตัวเชาเองจะวิ่งย้อนกลับไปจัดการยานลำสุดท้าย ให้ Jacob ที่อยู่อีกฝั่งรักษาตำแหน่งแทน แบบนี้เท่ากับปิดประตูตีแมว และยังเป็นการใช้ปืนพลาสม่าแค่สองกระบอกเองด้วย เขากับ Thomas แค่พยายามรักษาตำแหน่งแล้วจัดการพวกมันทีละลำ สำคัญคือต้องมีความเร็วและสติ

Alice วิ่งออกมาริมลำธารเพื่อล่อพวกมันแล้ว เขาออกมาแกล้งทำท่าหยิบบางอย่างแล้ววิ่งกลับเข้าไปในป่าอีกครั้ง มันได้ผล พวกมันมองเห็น และเริ่มตามเขาไป

พวกมันกระหน่ำโจมตีด้วยอาวุธของมันเอง Jack กับ Scarlette วิ่งหลบกันอุตลุต ยานเล็กของพวกNew Tyne โฉบเข้าป่าไม่ได้ พวกมันจึงได้แต่อยู่รอบนอกบนลำธาร แล้วโจมตีเข้าไป

…อีกนิด…Thomas ลุ้นหนัก ใกล้ถึงชัยภูมิของเขาแล้ว …เร็วเข้า Jack นายมันจอมอึดนี่… Thomas เอาใจช่วย

Thomas พยายามมองหาตัวหัวหน้า ตัวผู้นำในหน่วยยานเล็กนี้ต้องไม่ใช่ลำแรกและลำสุดท้าย พวกลูกทีมจะคอยคุ้มกัน หัวหน้าอขงพวกมันต้องอยู่ช่วงกลาง และต้องมีบางอย่างบ่งชี้ถึงการเป็นผู้นำ

…เจอแล้วไอ้สารเลว… Thomas สบถในใจ ตัวหัวหน้าดูมีอายุ สำหรับ Thomas แล้ว หน้าตาของพวก New Tyne ดูคล้ายกันหมด ถ้าให้แยกลักษณะผู้นำจากใบหน้าของพวกมัน เขาคงได้ลำดับสุดท้ายเพราะไม่มีความสามารถด้านนี้ แต่ที่บ่งชี้ว่าตัวไหนคือหัวหน้า Thomas สังเกตุจากชุกที่ใส่ …ไอ้ตัวมีผ้าคลุม ไอ้นั่นแหละ หัวหน้ากลุ่ม…Thomas คิดในใจ

Jack มาถึงตำแหน่งแล้ว ส่วนพวกมันโดนบีบให้เรียงแถวเข้ามา Thomas อยู่ในท่าเตรียมยิง เข่าข้างซ้ายวางติดพื้นเป็นหลักยึด เข่าขวาตั้งขึ้น มือทั้งสองประคองปืนพลาสม่าเพื่อเตรียมตัวยิง ตาเล็งไปที่ลำตัวของพลขับยานเล็กลำแรก สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วแตะนิ้วลงไปที่ไกของปืนพลาสม่า

แสงสว่างสีแดงวาปขึ้นทันที ลำแสงพุ่งใส่ตัวพลขับของยานลำแรกอย่างแม่นยำ Thomas ไม่รอช้า เล็งเป้าที่สองใส่พลขับยานลำที่สองอย่างต่อเนื่อง ไม่สนใจยานลำแรกอีก ไม่มีพลขับแล้ว ยานเฉ-ลงไปตกในน้ำ Jack ยิงซ้ำใส่ไปที่พลอาวุธ ยานของNew Tyne เสร็จไปหนึ่ง

ยานลำที่สองโดนแบบเดียวกัน พวกยานที่อยู่ด้านหลังเห็นเหตุการณ์แล้ว ยานลำที่สามก็กลับลำมาโจมตีทางฝั่ง Thomas ทันที

Jack ออกวิ่งสุดกำลัง ต้องจัดการยานลำสุดท้ายบ้าง ทีนี้พวกมันจะสับสน นึกว่ากำลังพลของพวกเขามีมากกว่าที่เห็น ตอนนี้ผู้ล่ากลายเป็นผู้ถูกล่าเสียแล้ว

Thomas วิ่งมาถึงตำแหน่งของยานลำสุดท้าย เขาไถลตัวไปกับพื้นดิน จนกางเกงสีขาวเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล เขารีบนอนราบ-คว่ำหน้าลง แล้วยิงปืนพลาสม่าใส่พลขับยานเล็กลำสุดท้าย ยานเป๋แล้วทิ่มหน้าลงไปในลำธารทันที น้ำกระเซ็นกระจาย Thomas เป่าปากแล้วยิงใส่ ร่างของมันปะทะเข้ากับลำแสงสีแดง  แล้วค่อยๆสลายแล้วไหลไปกับสายน้ำ

แต่พวกมันก็ไม่ได้หลงกลทุกลำ ตัวหัวหน้าดูเหมือนกำลังตะโกนสั่งให้ยานที่เหลืออีก7ลำลอยตัวสูงขึ้น Thomas ยันตัวลุกนั่งท่าเตรียมยิงอีกครั้ง แหงนคอมองตาม พวกมันจะทำอะไร…เขาคิด

————————-

 

 Space Station:

“ เรารับปากไปแล้วว่าเราจะช่วยทหาร C.E.S (สมาพันธ์รัฐตะวันออก) ทุกคน ” ผู้พันSebastian บอกไป

“ เปลี่ยนแผน …หลังจากช่วยมาได้แล้ว เราจะจับทหารC.E.S เอาไว้ไปต่อรอง ” นายพลHarrison ตอบกลับเสียงราบเรียบ

ผู้พันSebastian ส่ายหน้าอย่างหมดอารมณ์ “ พันธมิตรจะไม่ไว้ใจเราอีกนะครับ ” นายพลHarrison ลุกยืน เดินตรงเข้ามาหา “ เราถึงต้องมีอะไรต่อรองไง ”

“ เราน่าจะทำตามแผนเดิมนะครับ ” ผู้พันSebastian พยายามอธิบาย

“ ผมตัดสินใจแล้ว เราจะใช้แผนนี้ ” ผู้พันSebastian กำหมัดแน่น แล้วนีกด่านายพลของตัวเองอยู่ในใจ

…ลูกที่ทำให้พ่อตรอมใจตายอย่างนายพลHarrison ที่มักใช้อารมณ์มาตัดสินใจเรื่องต่างๆแทนการใช้สติปัญญาเสมอ 

“ ผมจะลงไปข้างล่าง ” ผู้พันSebastian แกล้งตอบอย่างสุภาพ พูดจบก็เดินไปสั่งการกับทหารอีกคน แล้วตรงไปที่โรงจอดยานเล็กทันที

————————-

 

 

ไม่มีข้อความกำกับภาพอัตโนมัติ

ผู้พันSebastian ยอมรับว่าประเมินพวก New Tyne ต่ำไป พวกมันสู้ยิปตา เห็นทีนายพลHarrisonจะดูออกว่า มันไม่ใช่งานหมูอย่างที่คิดไว้

ผู้พันSebastian สั่งให้แบ่งกำลังออกเป็นสองกอง แต่ละกองประกอบด้วยยานประจัญบาน10ลำ ยานบังคับบัญชา1ลำ ก็คือยานของตัวเขาเอง เพื่อจะคอยดูสถานการณ์อยู่ด้านบน ถ้าเห็นฝ่ายตัวเองเพลี่ยงพล้ำ ก็จะเข้าไปช่วยเหลือทันที

“ ส่งกำลังไปเพิ่มไหมครับ ” พลขับด้านหน้าตะโกนถาม ผู้พันSebastian รู้ว่าถ้าขอกำลังไป นั่นถือว่าเข้าทางนายพลHarrison คงได้โดนนายพลHarrison ต่อว่ามาอีกแน่ๆ

“ สู้ด้วยกำลังที่เรามี ” ผู้พันSebastian ปฎิเสธไป “ รอบนี้เราจะเอาคืนบ้าง ” ผู้พันSebastian สั่งให้กำลังพลทั้งสองกองที่แยกกันออกไปคนละด้าน พุ่งเข้าหากองยานรบของ New Tyne

“ ยิงไปด้านล่าง ล่อมันให้ออกมา ” ผู้พันSebastian ตะโกนสั่ง

————————-

 

พวกNew Tyne อ่านแผน Thomas ออก  เขาส่ายหัวอย่างไม่พอใจ แล้วออกวิ่งเข้าไปในป่าเพื่อเตรียมสกัดยานพวกมัน ในหัวเริ่มคิดถึงความหวัง เขายังไม่อยากปักหลังสู้ตายตอนนี้ 

Jacob และ Scarlette ยืนรักษาแนวอยู่ Thomas ตรงเข้าไปหาทันที “ Jack กับ Alice ล่ะ ” Thomas ถาม

“ หลบอยู่ตรงนั้นครับ ” Jacob บอก Thomas หันไปมอง เจอ Jack และ Alice ซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้ เสียงอาวุธของ New Tyne ดังขึ้น มันเริ่มโจมตีเข้ามาจากทางด้านในป่าลึก

“ มันจะต้อนให้เราออกไปที่ลำธาร ” Thomas ร้องตะโกน

“ ทำมั้ยไม่ยิงต่อสู้กับเราเลย ” Jacob ถามบ้าง

“ พวกมันจะจับเป็น ” Thomas ตอบ แล้วยื่นปืนพลาสม่าให้ Jack “ แยกกันหนี อย่ารวมกันเป็นกลุ่ม แล้วอย่าออกไปที่โล่ง ” Jack รับปืนพลาสม่ามาแล้วพยักหน้ารับ เขากับ Jacob จะแยกกันไปรวมทั้ง Alice และ Scarlette ด้วย

“ Scarlette คุณมากับผม ” Thomas บอก หญิงสาวถอนหายใจแล้วเดินเข้าหา

“ มันอยากจับเป็นพวกเราทำมั้ย ผมต้องรู้ให้ได้ ” Thomas จ้องตาหญิงสาว แล้วฉุดข้อมือเล็กๆของเธอ ก่อนออกวิ่งไปด้วยกัน Thomas วิ่งเลาะตามแนวตะเข็บของป่ากับตลิ่งหินริมแม่น้ำ ยานของพวกมันดูท่าจะเห็นเขาแล้ว มันเริ่มยิงอาวุธใส่มาทางด้านหลัง

“ คุณต้องล่อมันให้ผม ”  Thomas บอกออกไป

“ ยังไง…” Scarlette ถามกลับไป

“ วิ่งลงไปที่ลำธารให้พวกมันเห็น ”

“ บ้าไปแล้ว…อย่างนี้มันก็ฆ่าฉันได้เลยสิ ”

“ ไม่ทำแน่เพราะมันจะจับเป็นพวกเรา แล้วอีกอย่างตัวคุณเป็นหุ่นยนต์Android ถ้าตัวของคุณยังอยู่ พวกเราก็สามารถสร้างคุณขึ้นมาใหม่ได้ ” Scarlette สบถ และเป็นครั้งแรกที่เขาเห็นเธอโมโห

“ มันจะไม่ทำอะไรคุณแน่นอน ” Thomas ยืนยัน “ เห็นเนินด้านหน้าไหม ”

“ เห็น… ” Scarlette ตอบกลับไป “ ผมจะคอยเล่นงานมันอยู่บนเนิน ส่วนคุณลงไปที่ลำธาร ทำให้เหมือนหมดทางสู้ ” Scarlette หันมามองอีกครั้ง ดูไม่ค่อยพอใจเท่าไร

“ แยกกันตอนนี้เลย ” Thomas ตะโกน

Scarlette วิ่งออกไปที่ลำธารทันที ส่วน Thomas หนีขึ้นมาตั้งหลักคอยอยุ่ด้านบน เธอสะดุดเข้ากับหินก้อนหนึ่งจนล้มคะมำลงไป Thomas ซี้ดปากอย่างเจ็บแทน งานนี้ Scarlette ได้แผลอย่างแน่นอน

Scarlette ค่อยยกตัวขึ้น เสื้อสีขาวตรงข้อศอกซ้ายเริ่มแดงเพราะเลือดออก Thomas หันไปมองยานของตัวหัวหน้า มันเห็นเธอแล้ว และค่อยๆเคลื่อนตัวยานต่ำลงมา

Scarlette ยันตัวลุกยืน เธอหอบจากการวิ่ง รู้สึกกระหาย แถมรู้สึกแสบๆตรงข้อศอกซ้าย เมื่อเห็นเลือดแดงฉาบอยู่ เธอถึงกลับสบถออกมาอย่างโมโห

ยานเล็กของหัวหน้ากลุ่มNew Tyne ลอยต่ำลงจนส่วนล่างของยานแทบจะอยู่ระดับเดียวกับหัวของScarlette เธอสบตากับตัวที่อยู่ด้านหลังของยาน มันตะโกนบางอย่างออกมาเป็นภาษาNew Tyne Scarlette ไม่เข้าใจความหมาย แต่เดาว่าน่าจะให้เธออยู่นิ่ง เพราะมันทำท่าให้เธอชูมือขึ้น Scarlette ยกมือขึ้นตาม

 …ทำอะไรสักอย่างสิ Thomas … ไม่มีอะไรเกิดขึ้น …จัดการเสียที…เงียบ …เอาเลย ให้ตาย Thomas -ออกมาซักที…ไม่มีการเคลื่อนไหว

Scarlette ทิ้งตัวลงนั่ง ส่ายหัวเบาๆอย่างท้อแท้

ทันใดนั้นเอง Thomas กระโดดพรวดลงมาจากเนิน เขากำมีดด้วยมือขวาง้างมาแต่ไกล เป้าหมายของ Thomas อยู่ที่ตัวหัวหน้า หมอนี่มีอาวุธด้วย เขาตั้งใจแทงเข้าที่คอของมันให้จอดทีเดียว แล้วค่อยหันมาเล่นงานพลขับยาน

แต่พวกมันเหลือบมาเห็นเข้าพอดี มันยกแขนซ้ายขึ้นกันไว้ก่อนร่าง Thomas ที่เข้ามาปะทะ มีดมาปักลงที่ไหล่พวกมันแทน Thomas ดึงมีดออกทันทีเพื่อหวังแทงซ้ำ เขายังเกาะอยู่บนตัวพวกมัน ก่อนโดนแรงสะบัด จนกระเด็นไปชนคนขับ จนทำให้ยานเล็กเสียการทรงตัวทันที ตกกระแทกพื้น แต่โชคดีที่ยานลอยตัวต่ำ แรงกระแทกไม่มากเท่าไร

คนขับยานกระโดดออกมาจากยานไปอีกทาง Thomas กระโจนใส่ทันที เป้าหมายคือคอหมือนเดิม เจ้าตัวนี้ช้า มันตัวใหญ่และเงอะงะ Thomas กอดเข้าไปตรงด้านหน้า  แล้ว Thomas ตัดสินใจเอาหัวโขก แล้วง้างแขนขวาแทงมีดไปทีต้นคอ และซ้ำอีกตรงแผ่นหลังอีกสี่แผล มันร้องเสียงดังลั่น เงื้อแขนทั้งสองข้างออกหวังใช้กงเล็บตะปบเข้าที่หลังThomas

หัวหน้าของพวกมันรู้ตัว เขาออกแรงโน้มคอมันแล้วใช้ขาทั้งสองข้างยันไว้ที่หน้าอก จากนั้นออกแรงถีบเต็มกำลัง ร่างเขาลอยสูงขึ้นไปทันที พวกมันกระเด็นออกไปอีกทาง Thomas ม้วนตัวกลางอากาศแล้วลงมาตั้งท่าเตรียมรอไว้

พวกมัันพยายามลุกขึ้น แต่ร่างกายโดนแทงที่จุดสำคัญไปแล้ว เลือดของมันไหลออกมาตามลอยแผลมากมาย มันล้มทั้งยืน หงายแผ่ลงไป Thomas สังเกตุกล้ามเนื้อตรงท้องเพื่อดูจังหวะการหายใจ มันหายใจหนักสอง-สามครั้ง จากนั้นร่างกายสั่นเทิ้มและแน่นิ่งในลำดับต่อมา มันขาดใจตายในที่สุด

Thomas หันไปมอง Scarlette เธอกึ่งนั่งกึ่งนอน มือขวาประคองข้อศอกซ้ายไว้ เธอเริ่มเจ็บที่แผลแล้ว

“ คุณไหวมั้ย ” Thomas เอ่ยถามอย่างห่วงใย ถอดกระเป๋าที่สะพายอยู่ออก แล้วโยนไว้ข้างตัวหญิงสาว Scarlette พยักหน้ารับแล้วหันไปมองหัวหน้าNew tyne

“ แกชื่ออะไร ” หัวหน้าNew tyne เอ่ยถามศัตรูชาวมนุษย์ตรงหน้าที่กำลังตั้งท่าเตรียมสู้

“ …Thomas ” หัวหน้าNew tyne บอกเป็นภาษาOrion “ แล้วแกล่ะ ”

“ Aidan ” อีกฝ่ายตอบ พลางสืบเท้าออกด้านข้าง Thomas บุ้ยปากไปทิศทางที่เขาเดาว่ายานของพวกมันอยู่แถวนั้น

“ ฉันมีคำถามมากมายเลยแหละ ” Thomas เอ่ยขึ้น ค่อยสืบเท้าออกด้านข้างด้วย ศัตรูกำลังวนเข้ามาหา Aidan หัวเราะ “แกต้องไม่เชื่อแน่ว่ามันเกิดอะไรขึ้น”

“ ทำยังไงแกถึงจะยอมบอก ” Aidan แสยะยิ้ม “ถ้าแกล้มข้าได้” Thomas โยนมีดสลับมามือซ้าย ตาจ้องเขม็งมาที่ Aidan

“ ได้…ตกลงตามนั้น ” Aidan ย่อตัวต่ำลง พูดเสียงเบาๆในลำคอ

“ แกพูดภาษาของพวกเราได้ ” Thomas แสยะยิ้มแล้วตอบ  “ ยังมีอะไรอีกหลายเรื่องที่พวกแก่ยังไม่รู้ ”

 Aidan จ้องมองศพของคนขับยานที่นอนนิ่งอยู่ตรงหน้า เขารู้สึกโกรธขึ้นมา ส่วนอีกฝ่ายโยนมีดสลับไปมาระหว่างมือทั้งสองข้าง แต่ตาจ้องมาที่เขา จับนิ่งการเคลื่อนไหว

 …พวกมนุษย์นี่มันแสบ…Aidan คิด

 

หลังจากนั้นโชคก็เข้าข้างทีมDelta   Jacob เขาสามารถติดต่อยานช่วยเหลือได้ ทำให้พวกเขาได้เดินทางกลับมาที่โลก หลังจากที่พวกเขาเดินทางมาถึง ทางสหพันธ์โลกก็อนุญาติให้พวกเขาได้หยุดเพื่อไปพักผ่อนได้  

————————-

 

 Chong FeiGiap - gorgeous colours:

เป็นเช้าที่สงบและอบอุ่น  แสงจากดวงอาทิตย์ของระบบสุริยะแห่งนี้ยังบริสุทธิ์  Thomas สูดเอาอากาศมวลใหญ่เข้าปอด แล้วเป่าปากระบายออกมาอย่างผ่อนคลาย ดาวเคราะห์ดวงนี้เหมือนโลกเรามากแล้ว Thomas รู้สึกด้วยว่าผืนดินมันยังอุ่นๆ เหมือนขนมปังที่เพิ่งออกมาจากเตาร้อนๆเลย  

เขานั่งคิดถึงเรื่องที่ไปทำภารกิจที่Orion  ประชากรที่นั้นยังมีน้อย เพราะ New tyne พึ่งสร้างโลกแห่งนี้ขึ้นมาใหม่  ทำให้ Thomas นึกถึงงานที่เขาทำอยู่ก่อนที่จะมาอยู่ทีมDelta งานที่เขาทำนั้นทำมันให้เขามีบางช่วงของชีวิต ได้หลับยังระบบสุริยะหนึ่งแล้วก็ไปตื่นที่อีกระบบสุริยะหนึ่งเป็นประจำ

Thomas เดินไปตามถนน มีต้นไม้ต้นเล็กๆอยู่ริมทางเต็มไปหมด ลมพัดมาเบาๆทำให้เขานึกถึงสมัยที่เขายังเป็นเด็กที่วิ่งเล่นอยู่ในไร่ข้าวโพด ครอบครัวของเขาอยู่กับธรรมชาติ เรียนรู้ที่จะยอมรับความเปลี่ยนแปลง  Thomas ได้ป้ายแผ่นหนึ่งเขาลองมองไปที่ป้ายนั้นหน้า มันมีข้อความระบุชัดว่า “ ทำลายมนุษย์ ”

Thomas ตรงไปยังร้านขายของแห่งหนึ่งตรงหัวมุมถนน เขาเคยนึกสงสัยว่า ช่างน่าแปลกที่ดาวดวงนี้ที่เป็นดาวเคราะห์ใหม่แท้ๆ แต่ทำมั้ยมีร้านขายของเก่าได้ เขาผลักประตูเข้าไป ภายในร้านเจือด้วยบรรยากาศอบอุ่น มีกลิ่นที่คล้ายกลิ่นฟางแห้งกับถังไม้โอ๊ค แสงสว่างภายในร้านเป็นสีส้มปนเหลือง เหมือนแสงของพระอาทิตย์ยามเย็น ฝาผนังประดับประดาด้วยของเก่า ทั้งตะกร้าไม้เก่าๆ กรอบภาพ ดินสอ เครื่องดนตรีและอะไรจิปาถะ Thomas ชอบร้านนี้ คงนิสัยของเขาเองด้วยที่ชอบทำอะไรภายใต้ขีดจำกัด เพราะขีดจำกัดมันทำให้เกิดการดัดแปลง Thomas เชื่อแบบนั้น

“ รอบนี้จะไปไหนล่ะ ” เจ้าของร้านอายุรุ่นคราวปู่ของ Thomas ทักมาจากหลังเคาร์เตอร์อย่างอารมณ์ดี

“ ภารกิจลับ ” Thomas ตอบพลางยิ้ม

“ ลับทุกรอบ ” ชายชราหัวเราะร่วนออกมาหลังประโยค Thomas หยิบของบางอย่างออกมาจากกระเป๋าสะพายแล้วยื่นให้

“ ผมล่ะทึ่งเลย คุณไปหากระดาษพวกนี้มาจากไหน แล้วยังจะของที่เอามาจดลงอีก ” เจ้าของร้านเอ่ยขึ้นอย่างสงสัย

“ ได้จากร้านคุณนั่นแหละ ” ทั้งสองหัวเราะออกมาพร้อมกัน

“ ในรายการไม่มีเชือกนะ ” ชายขราเอ่ยพลางกวาดตามองขึ้นลงในกระดาษ

“ เส้นเก่าที่ซื้อไปจากคุณคราวที่แล้วยังดีอยู่เลย " เจ้าของร้านพยักหน้า ใช้นิ้วกดแว่นตาลง แล้วมองสบตา Thomas

“ ถามจริงๆ ทางกองทัพไม่มีเครื่องมือแบบนี้รึไง คุณก็รู้ว่าสมัยนี้ไม่มีใครใช้ของพวกนี้กันแล้ว ” Thomas ยิ้มแล้วตอบ

“ มีสิครับ แถมดีกว่าและไฮเทคกว่าอุปกรณ์ของคุณลุงมากเลยนะ คุณลุงลองนึกดู ถ้าเกิดคุณลุงต้องไปติดอยู่บนดาวที่ไม่มีแหล่งพลังงานที่จะสามารถจ่ายพลังงานให้กับอุปกรณ์ไฮเทคพวกนั้นได้ คุณลุงจะทำยังไงครับ ”

“ ผมอาจจะต้องใช้หินจุดไฟ ” เจ้าของร้านตอบขำๆ “ ผมมีวิธีที่ดีกว่านั้น ”

“ ยังไง ”

“ ซื้อไม้ขีดที่ร้านคุณลุงไงครับ ” เจ้าของร้านหัวเราะออกมา พลางยื่นจอมอนิเตอร์เล็กๆ เท่าฝ่ามือส่งราคาของให้ Thomas ดู พร้อมทั้งเอ่ยต่อว่า

“ เทคโนโลยีมันทำให้เราไม่รู้จักพอ พวกเราถึงได้ตระเวนไปสร้างระบบสุริยะซะทั่วอวกาศ เชื่อมั้ย ว่าธรรมชาติน่ะ มันยึดถือหลักแห่งความสมดุลนะ ” Thomas ทำหน้าสงสัย “ ยังไงครับ ”

“ เราสร้างในสิ่งที่ธรรมชาติไม่ทำ นั่นมันแปลว่าเราละเมิดความพอดีและสมดุลของธรรมชาติ ไม่สงสัยเหรอว่า ถ้าวันหนึ่งธรรมชาติทวงเอาความสมดุลคืน เขาจะทำยังไง ”

Thomas ถอนหายใจ “ ทำลาย… ”

ชายชราพยักหน้า แล้วหันกลับไปจัดของที่ Thomas สั่ง เขาเดินเข้าออกหลังร้านอยู่สักพัก ก็ได้ห่อกระดาษใบใหญ่พร้อมของข้างในมา

“ ผมล่ะทึ่งเลย คุณลุงไปหากระดาษพวกนี้มาจากไหน ” Thomas ทัก เจ้าของร้านหัวเราะออกมาเสียงดัง

“ ยังไงก็ขอให้คุณโชคดี ” ชายชราตบไหล่ Thomas เขารู้สึกว่าเจ้าหนุ่มนี่มีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง คงจะผ่านความยากลำบากมามากมาย ทั้งยังอัธยาศัยดี สมัยนี้หาคนแบบเขายากแล้ว

Thomas จ่ายเงินแล้วกล่าวคำร่ำลา จากนั้นก็ตรงดิ่งกลับที่พักทันที คืนนี้เขาต้องเข้านอนแต่หัววัน เพราะพรุ่งนี้และคืนต่อไป เขาไม่แน่ใจว่า จะได้นอนหลับสบายเหมือนคืนนี้อีกหรือป่าว 

————————-

 

 

 Middle Rock Town:

Alice ยืนสงบนิ่งอยู่หน้าแท่นอนุสรณ์เพื่อรำลึกถึงทหารที่เสียชีวิตในสงครามที่อาร์เคเดีย ที่ได้พลีชีพไปในการรบเพื่ออิสระภาพของเมรีเซีย

ด้านหน้าเป็นรายชื่อของทหารและพลเรือนที่เสียชีวิต หญิงสาวกวาดสาบตาไล่อ่านมาตั้งแต่ชื่อทหารคนแรก ธรรมเนียมการสลักชื่อบนแผ่นป้ายของแท่นอนุสรณ์ และลำดับชื่อนายทหารไว้หลังรายชื่อทั้งหมด เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบและย้ำถึงหน้าที่ว่าจะต้องดูแลทหารทุกคนก่อนตนเองเสมอ

Alice หยุดสายตาตรงชื่อนายทหารคนสุดท้าย เธอหลับตาพยายามนึกถึงอะไรบางอย่างในวัยเด็ก แต่ก็คิดไม่ออก จากนั้นจึงมองชื่อสุดท้ายนาน…มันเป็นชื่อของนายทหารประจำกองพันลาดตระเวณที่21 … ผู้กองOliver

หญิงสาวยืนนิ่งอีกราวห้านาที เธอสูดอากาศฟอดใหญ่ แล้วหมุนตัวเดินอย่างมั่งคงขึ้นบันไดหินสีขาวนวล แหงนหน้าขึ้นมองอาคารสถาปัตยกรรมเบื้องหน้า เสากลมใหญ่ทั้งแปดต้น แสดงถึงจำนวนของระบบสุริยะทั้งหมดที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ บันไดยาวออกไปไกล มีผู้คนออกมาชมความงามของอาคารนี้กันแต่เช้า ทหารสองกลุ่มตั้งแถววิ่งออกกำลังกาย แสงแดดทอดผ่านยอดบนของอาคารเป็นแฉก เช้านี้แสงฟุ้งเป็นสีทองสวยงามนัก Alice หยุดยืนชมอยู่ครู่หนึ่ง แล้วมองป้ายใหญ่หน้าอาคารที่มีข้อความว่า …สถานีอวกาศเบทิวเดียม…

ดินแดนโพ้นทะเล เมรีเซียถือเป็นความภาคภูมิใจเขาชนพื้นเมืองอาร์เคเดีย มันถูกตั้งขึ้นเมื่อ30ปีที่แล้ว รัฐอิสระเมรีเซียเกิดขึ้นจากความคิดที่จะประกาศอิสระภาพ จากสมาพันธ์รัฐตะวันออกของชนพื้นเมืองอาร์เคเดีย ทำให้เกิดเป็นสงครามที่กินเวลายาวนานถึง10ปี ผลคือชนพื้นเมืองชนะ ทำให้เกิดรัฐเมรีเซียขึ้นมา   

Alice ออกเดินต่อไป เสียงเครื่องมือสื่อสารดังขึ้น เธอหยิบมันออกมาจากซองที่คาดไว้ตรงต้นแขนซ้าย พอเห็นชื่อคนติดต่อมา หญิงสาวก็เดินหลบไปหลังเสากลม เพราะมั่นใจว่าต้องคุยยาวแน่

“ ค่ะแม่ ” Alice เอ่ยขึ้น แม้ในใจจะรู้สึกหวั่นๆ แต่ก็แสร้งทำน้ำเสียงให้สดใส

“ จะไปแล้วเหรอAlice ” อีกฝ่ายน้ำเสียงไม่ค่อยดี

“ ลูกไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้นะ แม่เป็นห่วงจริงๆ ”

“ หนูไปไม่นานจริงๆค่ะ เดี๋ยวก็กลับแล้ว… ” ปลายเสียงของ Alice สั่นๆ นึกถึงใบหน้าแม่แล้วอยากจะร้องไห้ออกมา

“ พ่อของลูกก็เคยพูดแบบนี้นะ และเขาก็ไม่เคยกลับมา ”

พอได้ฟังแล้ว Alice ก็น้ำตาไหล เธอเอามือบังเสียงจากเครื่องมือสื่อสาร สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วรีบพูดตัดบทสนทนา

“ แม่คะ มีประกาศเรียกชื่อหนูแล้ว เดี๋ยวหนูโทรไปใหม่นะ …รักแม่นะค่ะ ” Alice ปิดเครื่องมือสื่อสารทันที เธอหันหน้าหาเสากลม แล้วร้องไห้ออกมา เธอเป็นคนเข้มแข็งก็จริง แต่น้ำตาหนนี้มันสุดจะทน เธอนึกถึงแม่ นึกถึงตัวเอง นึกถึงพ่อ…เธอเคยถามตัวเองว่าทำเพื่ออะไร อดีตมันแก้ไขไม่ได้แล้ว ไม่มีใครฟื้นคืนกลับมาได้แม้ว่างานของเธอจะสำเร็จก็ตาม

Alice สูดหายใจอีกครั้งยกมือขึ้นเช็ดน้ำตา แล้วหมุนตัวออกจากเสา เป็นจังหวะเดียวกันกับชายหนุ่มท่าทางทะมัดทะแมงเดินตรงเข้ามา ทั้งสองปะทะกันอย่างจัง Alice ตัวเล็กและบางกว่ามาก แรงชนทำให้เธอถึงกับเซจนจวนล้มอยู่รอมร่อ

ปฏิกิริยาตอบสนองแบบฉับพลันของชายหนุ่ม ทำให้แขนเหยียดออกไปทันที เขาดึงรั้งเธอเข้ามากอดไว้ แต่กระเป๋าสัมพาระของ Alice ก็ตกกระจัดกระจายเกลื่อนไปทั่ว Alice อยู่ในอ้อมกอดของชายแปลกหน้า เธอประหม่าจนเขารู้สึกได้ จึงคลายกอดแล้วจับไหล่เธอเบาๆ Alice เงยหน้าขึ้นมอง ดวงตาประสานกัน

“ ผมทำให้คุณร้องไห้เหรอนี่ ” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นอย่างตกใจ

“ เปล่าค่ะ ” Alice เลี่ยงสายตาชายหนุ่ม เธอเบี่ยงไหล่ออกจากมืออันแข็งแกร่งของเขา ใช้หลังมือเช็ดน้ำตาตัวเอง

 “ผมขอโทษด้วยนะครับ ไม่คิดว่าจะมีใครมาแอบอยู่หลังเสาแบบนี้ ”

Alice ไม่ว่าอะไร รีบเก็บข้าวของที่กระจายเกลื่อน ชายหนุ่มตามเข้ามาช่วย เขาเก็บเศษเงินและเครื่องมือสื่อสารที่กระเด็นไปไกลเกือบ 3 เมตร แล้วมายืนอยู่หน้าเธอเหมือนอยากแสดงความเสียใจ

“ ไม่เป็นอะไรแน่นะครับ ” เขาถามอย่างเป็นห่วง

“ คุณคงไม่ชอบแอบอยู่หลังเสาแบบนี้บ่อยๆ ใช่ไหม ” เขายิ้มแล้วเลิกคิ้วถาม

“ ค่ะ ” Alice ตอบแล้วยิ้มตาม รู้สึกดีขึ้น เธอรับของที่เขาเก็บให้ไว้ ตามองหน้าเขาอีกครั้ง จมูกเป็นสัน คางบุ๋ม ตาสวย โดยรวมเขาดูดีมาก หล่อเหลาคมเข้ม ร่างกายแข็งแรง ก็แน่ล่ะชนเธอซะเกือบปลิว ที่สำคัญอัธยาศัยดี สมัยนี้หาคนแบบเขาได้ยากแล้ว

“ ฉันขอตัวก่อนนะ ” Alice เอ่ยคำลาแล้วเดินจากมา เธอดูเวลาที่แผงตรงข้อมือ ใกล้เวลานัดแล้ว Alice เดินเร็วขึ้น…

————————-

 

 Airship interior on the round ship; business level/office building level:

Alice นั่งรออยู่หน้าห้องทำงานขนาดใหญ่ เธอมองผ่านผนังกระจกใสเข้าไป เห็นโต๊ะทำงานใหญ่ทำด้วยไม้เนื้อดี ด้านหลังห้องเป็นกระจกเช่นกัน มีภูเขาใหญ่อยู่ด้านหลัง ดวงอาทิตย์ขึ้นทางนั้น แสงสีทองยามเช้าฉาบไปทั่วห้อง  ฝาผนังด้านข้างมีภาพเขียนแขวนไว้ สะท้อนว่าเจ้าของห้องคงเป็นคนชอบงานศิลปะอยู่บ้าง โดยรวมจัดห้องไม่ซ้ำซากจำเจ เขาต้องเป็นคนที่มีระเบียบแต่ยืดหยุ่นได้ Alice เหลือบมามองที่ป้ายตรงประตูกระจกบ้าง เธออ่านออกเสียงในใจ

…ผู้พันLeon แห่งกองพลที่1 สมาพันธ์รัฐตะวันออก…

“ โตเป็นสาวแล้วนะ Alice ” หญิงสาวหันกลับไปมองต้นเสียง แล้วรีบลุกขึ้นแสดงความเคารพ

“ สวัสดีค่ะผู้พัน ”

อีกฝ่ายโบกมือ “ ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอก Alice ” เขายิ้มออกมาหลังประโยค อายุคราวพ่อของ Alice ใส่ชุดทหารเต็มยศ แต่รูปร่างยังดูดี แสดงว่าเขาต้องเป็นคนที่ดูแลตัวเองดีมากแน่ๆ  ยกเว้นส้นผม ที่เป็นสีขาวเกือบหมดแล้ว

“ แม่สบายดีใช่ไหม ”

“ สบายดีค่ะ คุณลุง ” Alice ตอบ ผู้พันLeon 

“ หนูดูเหมือนพ่อหนูมากเลยนะ ” เขาแหงนหน้ามองขึ้นแล้วถอนหายใจ “ เขาคงภูมิใจในตัวหนูมากแน่ๆ ลุงเคยเห็นเขาอุ้มหนูด้วยนะ เสียดายที่เวลามันมีน้อยเกินไป ”

Alice ยืนนิ่งก้มมองพื้น เธอได้ยินเสียงคนเดินมาด้านหลัง จึงหันกลับไปมองแล้วเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย

“ เราเจอกันอีกแล้ว ” เขาทักเธอ Alice ยังไม่ทันลืมเขาด้วยซ้ำ เพิ่งจะเดินชนไปกันหยกๆ ไม่ถึงชั่วโมง ผู้พันLeon เอ่ยถามว่ารู้จักกันมาก่อนเหรอ Alice พยักหน้าแล้วยื่นมือไปให้เขาจับ

“ ผม…Nathan ครับ ” เขาบอกชื่อตัวเอง มือเขาหนาและแข็งแรง Alice ยิ้มให้แล้วบอกชื่อตัวเองออกไปบ้าง

“ ฉัน Alice ค่ะ Alice Anderson…”

————————-

 

SciFi-Dropship.jpg; 1600 x 992 (@93%):

ยานรบ 2 ลำจอดนิ่งคู่กันอยู่ในอวกาศ ยานลำใหญ่สีดำที่ผิวยานเคลือบแผ่นวัสดุที่ทำมาจากแร่ Zentium

ยาน 2 ลำต่อเชื่อมกันตรงห้องขนถ่ายสัมพาระ ภายใน-ทหารของสหพันธ์รัฐตะวันตกกำลังคุมตัว New tyne 2 ตัว จากยานหนึ่งสูอีกยานหนึ่ง พวกมันคือเผ่าพันธุ์ที่มนุษย์สร้างขึ้นมา มันมีรูปร่างที่เหมือนกับมนุษย์ ยกเว้นความสูง ที่สูงกว่ามนุษย์และมีผิวสีขาวกับดวงตาสีฟ้า อารยธรรมและเทคโนโลยีของพวกมันเหนือกว่ามนุษย์ และพวกมันยังฉลาดกว่ามนุษย์ด้วย

New tyne อาศัยอยู่ในดวงดาวที่มุนษย์เป็นคนค้นพบ มีระบบสุริยะเหมือนกับระบบสุริยะของมนุษย์ ดาวดวงนี้มีชื่อว่า Orion บนดาวดวงก็มีแร่ Zentium อยู่เต็มดวงดาว และพวก New tyne ก็ใช้แร่ชนิดนี้เป็นพลังงานเหมือนกับมนุษย์เช่นกัน

ก่อนหน้านี้ New tyne ไม่ได้ดูจะเป็นอันตรายกับมนุษย์เลย แต่ว่านั่นคือก่อนที่จะเกิดเรื่องร้ายขึ้นที่สถานีวิจัย เพราะเหตุการณ์ในวันนั้น ทำให้พวกมันหลุดจากการควบคุม และได้ใช้เทคโนโลยีที่ถูกทิ้งไว้ที่สถานีวิจัย เอามาสร้างอารยธรรมและเทคโนโลยีของตัวเองขึ้นมา จนทำให้พวกมันก้าวหน้ากว่ามนุษย์

New tyne 2 ตัวที่ถูกจับมา ยืนสนทนากันด้วยภาษาของมันเองอย่างเคร่งเครียด ตัวหนึ่งร่างกายใหญ่กว่าอีกตัว กำลังก้มหน้านิ่งและตาจับจ้องไปที่อีกฝ่าย หลังจากนั้นพวกมันทั้ง2ตัวก็นั่งลง 

นายพลHarrison เขากำลังคิดว่า เผ่าพันธุ์นี้ไม่ได้ป่าเถื่อนอย่างที่มนุษย์ดูแคลน มีอารยธรรม มีสมองและมีความรู้สึก แล้วเขาก็คิดอีกว่า เราต้องค้นพบอีกสักกี่ระบบสุริยะกันถึงจะพอใจ 

นายพลHarrison ยันตัวเองออกจากประตู แล้วหันหลังเดินกลับเข้ายาน

“ เราจะเดินทางกลับโลกมนุษย์ ”

นายพลHarrison ถอนหายใจอีกครั้ง แล้วออกเดินต่อไป…

————————-

 

 Cinema Gorgeous:

Thomas รู้สึกสบายๆ เขาชอบสภาพอากาศของโลก ดวงตะวันเริ่มคล้อยตัวจากองศาตั้งฉากในช่วงบ่าย ไม่มีอะไรให้บังแดดจ้า แต่ว่าแสงอาทิตย์ก็ไม่ได้ดุดันพอจะส่งผ่านความร้อนให้มีผลต่อร่างกายเขาได้เลย

ตรงหน้า Thomas มีวัตถุทรงรีวางอยู่บนโต๊ะ ห่างออกไปไม่ไกล ยานสำรวจหมายเลข113 จอดนิ่งเพื่อให้เจ้าหน้าที่บนยานลำเลียงสัมพาระต่างๆขึ้นไป หัวหน้าเจ้าฟน้าที่มองวัตถุตรงหน้าอย่างสนใจ มันเป็นกล่องที่ไม่ใหญ่มาก เขาคงสงสัยว่าข้างในกล่องเป็นอะไร 

Thomas ยก ‘เจ้าคำตอบ’ ขึ้น มันเป็นนวัตกรรมทางทหารชิ้นล่าสุด วัตถุสีขาวเคลือบสีน้ำเงินตรงปลาย รูปทรงรียาวประมาณหนึ่งท่อนแขนครึ่ง ส่วนท้ายออกแบบให้ยึดกับแขนตรงใกล้ข้อพับ และมีจุดยึดอีกจุดตรงข้อมือ เพื่อที่มันจะสามารถเคลื่อนไหวไปพร้อมกับลักษณะการแกว่งแขนของผู้ใช้ ส่วนปลายเป็นลูกแก้วใสขนาดเท่านิ้วโป้งโผล่ออกมาประมาณครึ่งลูก

อาวุธชิ้นนี้มีจุดวางมือสองจุด  จุดแรกใช้สำหรับรับน้ำหนัก ผู้ใช้จะเอามือเข้ามารับและประคอง ส่วนจุดที่สอง เมื่อแขนถูกยึดเข้ากับอาวุธแล้ว มือจะถูกวางรูปเข้ามาสัมผัสที่จอกระจกเอง นอกจากใช้เพื่อเป็นส่วนยืนยันคำสั่งสังหารแล้ว มันยังสามารถสแกนลายนิ้วมือ หากลายนิ้วมือไม่ตรงกับที่ระบุไว้ ส่วนที่ยึดกับแขนจะล็อคไม่ยอมปล่อย และจะทำลายตัวเองในลำดับถัดมา

“ เรียกมันว่า NOVA ” Jack ยืนอยู่ด้วยเอ่ยขึ้น

Thomas พยักหน้า เขาเคยได้ยินชื่ออาวุธชนิดนี้ มีโอกาศทดลองใช้แค่ 2-3 ครั้ง ‘ NOVA ’ จริงๆแล้วเป็นชื่อแร่ชนิดหนึ่งที่พึ่งค้นพบบนโลก ผิวยานของยานขนสินค้าบนโลกก็ทำมาจากแร่ชนิดนี้เช่นกัน มันมีความแข็งแกร่งและยืดหยุ่นสูงกว่าแร่ชนิดอื่น ถึงกับเชื่อกันว่าเป็นแร่ที่ไม่สามารถทำลายได้  จนกระทั่งมีผู้คิดค้นอาวุธชิ้นหนึ่งขึ้นมา  มันจะยิงลำแสงผ่านลูกแก้วเข้าไปในวัตถุ จากนั้นจะแยกโมเลกุลทั้งหมดออกจากกัน และยังก่อเป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ต่อโมเลกุลอื่นๆอีก หรือพูดง่ายๆก็คือ วัตถุเมื่อถูกแสงนี้เข้าไปจะแตกสลายกลายเป็นฝุ่นผงและหายไปในที่สุด อย่าว่าแต่ผิวของเคอร์คิเจียน แม้แต่แร่NOVA เองก็ไม่เหลือซาก 

“ เป็นอาวุธที่เหมาะแก่การล่าจริงๆ ” Thomas ย้ำตรงท้ายประโยค เขาจ้องหน้า Jack อีกฝ่ายจ้องกลับมาเหมือนกัน

“ เป็นอาวุธที่มีอำนาจการทำลายสูงมากกว่า ”  Jack แย้ง

“ ดูท่าแล้ว สหพันธ์โลกคงไม่อยากให้พวกเราจับเป็น New tyne ที่เป็นหน่วยพิเศษสักเท่าไร ” Thomas เอ่ยขึ้น หลังจากนั้นเขาก็ค่อยๆ วาง NOVA ลง แล้วหันหน้ามาหา Jack อีกครั้ง

“ อำนาจการทำลายของอาวุธชิ้นนี้มันดีก็จริง แต่ถ้ามองมันอีกมุม ก็เหมือนกับว่าเราจงใจทำลายหลักฐานด้วย NOVA จะจัดการพวก New tyne อย่างกับไม่เคยมีพวกมันเกิดขึ้นมาก่อนเลย ”

Jack พยักหน้า “ นายต้องเข้าใจก่อนว่า New tyne มีทั้งฝ่ายเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ในเรื่องที่ทำสงครามกับโลก ”

“ พวกที่อยากให้ทำสงครามกับ New tyne สำหรับพวกที่ต้องการสงคราม New tyne จะเป็นยังไงก็ช่าง ไม่มีใครสนใจยู่แล้ว ”

Thomas ไม่ว่าอะไรต่อ ไม่มีประโยชน์จะหาเรื่องทะเลาะกันตอนนี้ Thomas เชื่อมั่นอย่างหนึ่งว่า ไม่ควรไว้ใจเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลอื่น 

“ ลูกแก้วนี้… ” Thomas ดูวัตถุตรงส่วนปลายของ NOVA เขารู้สึกคุ้นๆ เหมือนเคยเห็นมาก่อน

“ เป็นแร่ Zentium ของพวก New tyne นั่นแหละ แสงจะวิ่งผ่านก่อนกระทบกับวัตถุเป้าหมาย ” Jack ยก NOVA ขึ้น สัมผัสหน้าจอกระจกตรงส่วนหัว ก่อนที่ส่วนท้ายจะเปิดออกมา

“ พลังงานก็เป็นแร่ Zentium เหมือนกัน ” เขายื่นให้ Thomas ดู

Thomas จำได้ว่าอาวุธชิ้นนี้เพิ่งบรรจุเข้ากองกำลังเมื่อ 2 ปีก่อน แต่น้อยคนนักที่จะได้ใช้ เขายอมรับว่ามันเป็นอาวุธที่ยอดเยี่ยม แต่ที่ยอดยิ่งกว่านั้นคือคนสร้าง เขานึกภาพคนแก่ผมขาวหัวฟู ยืนหลังค่อม ลักษณะบอกถึงความเป็นนักวิชาการ คนตามภาพนี้ในหัวสมองของเอ็มเท่านั้น จึงจะเป็นคนสร้างอาวุธชิ้นนี้ขึ้นได้

“ คนที่ออกแบบมัน ก็จะไปกับเราด้วย ” Jack เอ่ยขึ้น เหมือนได้ยินที่ Thomas กำลังคิด

“ พอจะบอกได้ไหมว่าเขาเป็นใคร ” Thomas ถามในที่สุด เขาอยากรู้จริงๆ

“ ไม่ใช่ เขา… ” Jack ตอบ “ แต่เป็นเธอต่างหาก ”

Thomas ขมวดคิ้วสงสัย Jack ยิ้มแล้วส่ายหน้า

“ เอาเป็นว่าเดี๋ยวคุณได้รู้แน่ Thomas ”

Thomas พยักหน้า หลังจากทั้งสองได้ยินเสียงเครื่องจักรดังเป็นจังหวะแว่วมาจากด้านหลัง จึงหันกลับไปมองพร้อมกัน หุ่นรบสองตัวกำลังเดินเข้าไปในยาน  ตัวที่เดินนำหน้าพอมองออกได้ว่าเป็น Jacob บังคับ ส่วนตัวหลังน่าจะเป็น Scarlette เป็นคนควบคุม

หุ่นยนต์สูงเท่าคนสองคนต่อตัวกัน ผู้บังคับจะอยู่ภายใน เหมือนหุ่นยนต์เป็นเกราะ มันทำงานในระบบกึ่งอัตโนมัติ ยกตัวอย่างในสถานการณ์ที่ถูกโปรแกรมมา เช่น ต่อสู้กับผลซุ่มยิงระยะไกล หรือในสถาการณ์ที่ศัตรูมีไม่มาก ผู้ควบคุมจะมีหน้าที่เพียงบังคับทิศทาง ส่วนหน้าที่เลือกเป้าและสังหารจะเป็นหน้าที่สมองกลของหุ่นเอง แต่หากตกอยู่ในภาวะที่ต้องใช้การตัดสินใจ ผู้บังคับก็สามารถควบคุมหุ่นรบได้อย่างเบ็ดเสร็จทั้งหมด

Thomas กับ Jack ยืนมอง

“ นายอยากให้เราใช้หุ่นรบในภารกิจต่อไปด้วยเหรอ ” Thomas ถามขึ้น ตายังมองที่หุ่นทั้งสองตัว

“ มีแล้วไม่ได้ใช้ ดีกว่าจะใช้แล้วไม่มี ” Jack ตอบ “ แต่ทายซิ ผมเพิ่มอะไรเข้าไปด้วย ”

Thomas หันกลับมามอง แล้วตอบ

“ NOVA… ”

Jack พยักหน้ายิ้มให้ แล้วเดินจากไป

————————-

 

Stuart Kim Concept Art

ทีมDelta มาพร้อมกันที่ห้องประชุมของสถานีอวกาศ The Garden เวลา 9.00 น. 

ผบ.Edward ยืนอยู่ตรงกลางห้อง ข้างๆเขาป็นชายปริศนา ทั้งสองกำลังคุยกันอยู่อย่างจริงจัง คนหนึ่งดูอายุมากกว่า เขาผอมสูง ผมสีทองสั้นเกรียน ผบ.Edward รอจังหวะ กระแอมเบาๆ เตือน ชายปริศนาให้มองเขาและพยักหน้า

“ เอาล่ะทุกท่าน ” ผบ.Edward เอ่ยขึ้น “ ที่เรามารวมกันในวันนี้ ถือเป็นภารกิจลับสุดยอด ทุกท่านที่มาเข้าร่วมประชุม ท่านจะไม่สามารถหันหลังและปฏิเสธให้ภารกิจนี้ได้ ดังนั้น ก่อนเริ่มการประชุม ใครที่ไม่อยากเข้าร่วมภารกิจ ขอให้ออกจากห้องประชุม ” ผบ.Edward ทิ้งเวลาหลังประโยคนาน เขามองไปทั่วห้องประชุมเพื่อรอว่าใครไม่ต้องการเข้าร่วมภารกิจ แต่ไม่มีใครลุกขึ้น-ไม่มีใครถอนตัว เมื่อแน่ใจแล้วผบ.Edward จึงพูดต่อ

“ ก่อนที่ผมจะแนะนำให้ทุกท่านได้รู้จักชายคนที่ยืนอยู่ข้างผม ผมอยากจะขอแนะนำทีมงานของเราก่อนนะ ” ผบ.Edward ผายมือไปที่กลุ่มชายหญิงในชุดเครื่องแบบนักบินอวกาศ

“ กลุ่มนี้คือทีมงานของผมเอง ” ชายปริศนาพยักหน้าทักทาย  ผบ.Edward ผายมือไปที่คนกลุ่มใหญ่อีกกลุ่ม มีผู้หญิงสองคนในกลุ่ม ทุกคนร่างกายแข็งแรงกำยำ Nathan นั่งอยู่หน้าสุด Alice แอบมองเขา

“ กลุ่มนี้เป็นทหารมี Nathan เป็นหัวหน้า ” Nathan  พยักหน้าทักทาย

“ และกลุ่มสุดท้าย ” ผบ.Edward ป้ายมือมาทางฝั่ง Alice “ เป็นทีมปฎิบัติการพิเศษในชื่อทีม Delta ” Thomas เป็นหัวหน้าทีม เขายกมือทักทายชายปริศนา แต่พวกเขากลับมองมาที่ Alice เป็นจุดเดียว

“ ตาคุณแล้ว ” ผบ.Edward บอก Nathan เขาพยักหน้าให้ผบ.Edward แล้วก้าวออกไป 1 ก้าว

“ ผมชื่อNathan เป็นเจ้าหน้าที่พิเศษจาก S.I.T ”   Alice กำลังสาละวนกับการเตรียมข้อมูล เขาหยิบแผ่นกระจกใสขึ้นมา ขนาดพอดีสองมือจับ Jacob กำมือหน้ากระจกแผ่นนั้น แล้วกางนิ้วทั้งห้าออก ภาพที่อยุ่ในแผ่นกระจกของ Alice ก็ไปโผล่ที่แผ่นกระจกของทุกคนในห้องประชุม

“ ทุกท่านคงจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับสถานีวิจัยบน Orion เมื่อ 10 ปีก่อนได้ ” Alice เอ่ย

แผ่นกระจกของทุกคนปรากฏรูปของสถานีวิจัยอยู่ในนั้น มีรูปของ Dr.Vincent Valentine แสดงขึ้นมาข้างในกรอบเล็กๆ ผบ.Edward รู้สึกใจคอไม่ดี เขาอดเป็นห่วง Jacob ไม่ได้ เขาไม่ควรมารู้รายละเอียดการหายตัวไปของพี่สาวเลย เขามองดูเด็กหนุ่มคนนั้น Jacob รู้ตัว เขาเข้าใจถึงความเป็นห่วงนั้น พยักหน้าเหมือนบอกว่า …ไม่เป็นไร…ผมยังไหว

“ เราต่างก็รู้อยู่แล้วว่าเป็นฝีมือของพวก New tyne ” Alice พูดต่อ “ เราเสียเวลาในการทำสงครามถึง 10 ปีกับพวกนั้น 10 ปีที่เราสูญเสียไปกับการสู้รบ ”

Thomas หลับตา นึกถึงช่วงเวลาที่ต่อสู้กับพวก New tyne ตอนนั้นเขายังเป็นนาวิกโยธิน เขาเข้าร่วมรบในช่วงเริ่มต้นของสงคราม ประสบการณ์อันน้อยนิดและความวู่วาม ทำให้เขาเกือบต้องเสียแขนซ้ายในการรบไป

รูปแบบของสงครามคือไม่ได้สู้รบกันแบบเต็มอัตราศึก เพราะฝ่ายมนุษย์คิดว่ากำลังทำสงครามกับสัตว์ประหลาด ด้วยเหตุนี้สงครามจึงจบลงในเวลาสั้นๆ ทางฝั่ง Thomas เขาเคยเห็นยานของ New tyne สองลำรุมเข้ามาโจมตียานของเขา ครั้งนั้นเขาคิดว่าไม่รอดแน่ๆ แต่อยู่ๆพวกนั้นก็หยุดโจมตี คงเพราะต่างฝ่ายต่างมา เลยทำให้Thomas รอดออกมาได้

สำหรับ 10 ปีในสงคราม ช่วงแรกต่างฝ่ายต่างพลักกันแพ้ชนะ แต่พอนานวันเข้า พวกเราก็ไม่สามารถชนะพวกมันได้ และสงครามก็หยุดลงไปดื้อๆ เป็นสมรภูมิที่แช่สถานะการศึกไว้

Alice กำมือแล้วกางนิ้วออกอีกครั้ง รูปของหนึ่งในหัวหน้า New tyne ได้ปรากฏบนแผ่นกระจกของแต่ละคน

มีเสียงฮือฮาอยู่ด้านหลัง Thomas เขารู้เป็นเสียงใคร ตัวป่วนประจำทีม มุทะลุ ชอบลุยเดี่ยว สมองดี แต่ไร้ความรอบคอบ…Jack

“ รูปของ Aiden เราทุกคนต่างก็รู้อยู่แล้วนี่ ว่าเป็นฝีมือของหมอนี่ ” Jack แทรกขึ้น

“ ใช่..เรารู้ ” Alice พูดต่อ “ แต่เราไม่เคยจับเขาได้ ไม่เคยรู้ตำแหน่งที่เขาอยู่ ”

“ เพราะพ่อเขาเป็นผู้นำ New tyne ” Jack ตอบทันควัน

“ ถูกต้อง ” Alice ยิ้มให้ Jack ทำปากเบะ พยักหน้าหงึกๆ ยกนิ้วโป้งชี้ตัวเอง

เพื่อนฝูงหัวเราะท่าทางเขา Nathan กับ ผบ.Edward ต่างก็หมั่นไส้  จน Alice ต้องดึงหูเพื่อนชายตัวแสบให้ลงนั่ง

“ แต่…เมื่อ 2 เดือนก่อนหน้านี้ พ่อของ Aiden ได้เสียชีวิตลง ” Thomas เงยหน้ามอง Alice เธอกำลังปะติดปะต่อเรื่องราว นึกถึงความสมเหตุสมผลอยู่

“ 10 ปีที่ผ่านมา ชาว New tyne พัฒนาเทคโนโลยีไปเร็วมาก จนตอนนี้พวกมันมีเทคโนโลยีที่เหนือกว่ามนุษย์แล้ว ” Alice พูดต่อ “ พ่อของ Aiden เป็นคนเสนอให้ทำสงครามกับมนุษย์ ได้เสียชีวิตลงแล้ว และมีทีท่าว่าสงครามกำลังจะยุติลง ”

" แปลว่าสหพันธ์โลกยอมตกลงกับ New tyne ยังงั้นเหรอ " ผบ.Edward แทรกขึ้นบ้าง

Alice ส่ายหน้า " สหพันธ์โลกยังไม่ได้ตัดสินใจหรือตกลงอะไร แต่เป็นพวกนั้นต่างหาก ที่ยื่นข้อเสนอมา "

“ ไม่มีทาง พวก New tyne ไม่ยอมง่ายๆแน่ ทำมั้ยคุณไม่เล่าความจริงล่ะ Alice ” ผบ.Edward ถามกลับไป  Alice อึกอักJack เองสอดเข้ามาอีก

“ นอกเสียจากว่า จะมีการยื่นหมูยื่นแมว พวกนั้นคงไมยอมให้เรื่องจบง่ายๆแบบนี้หรอก ” Jack ให้ความเห็น

ในห้องประชุมเริ่มวุ่นวาย ลูกทีมของ Thomas เริ่มซุบซิบ Jack พูดฉอดๆอยู่ด้านหลัง ทางกลุ่มนักวิทยาศาตร์และวิศวกรเองก็หารือกันเครียด Alice ดูเธอวิตก บางคนในกลุ่มเสนอให้ถอนตัว 

“ New tyne ขออิสระภาพจากโลกใช่ไหม ” มีเสียงหนึ่งลอดออกมาจากที่ประชุม เป็น Thomas นั่นเอง เขานั่งกอดอกมองมาที่ Alice

Alice กับ Jack สบตากัน Jack ทำหน้าเป็นเชิงถามว่าจะเอายังไง Alice ได้แต่ยังไหล่…

“ รบกันมา 10 ปี อยู่ๆขอจราจรสันติภาพ มันฟังดูแปลกๆนะ ” Thomas ว่าต่อ “ ถ้าให้ผมเดา ไม่ใช่พวกนั้นมีแผนอะไรแอบแฝงอยู่หรอกเหรอ ”

Jack ใช้นิ้วบีบขมับ  “ เอาเป็นว่า เรื่องนี้มันก็มีส่วนด้วย…”  Jack ว่าต่อ

“ แต่เรื่องที่แท้จริงก็คือ…ตัว Aiden ปมปัญหาทุกอย่างมันอยู่ที่เขาคนเดียว ตอนนี้เรามีสิทธิ์จบมันได้ ” ท้ายประโยค Jack มองมาที่ Alice Thomas มองตาม เห็นหญิงสาวนั่งนิ่ง นิ่ง-จนดูน่ากลัว

“ แล้วพวกเราล่ะ ” Jacob ลุกขึ้นถามบ้าง  “ ให้พวกเราไปที่ Orion เพื่อทำภารกิจช่วยโลก แล้วตอนนี้จะมาเจรจาสันติภาพ แล้วตั้งให้พวกเรามาทำงานเป็นทีมพิเศษทำมั้ย ”

Jack ถอนหายใจ เขาสั่งให้ Alice ปิดภาพทุกอย่างในจอกระจก แล้วเปลี่ยนเป็นข้อความว่า ‘ลับสุดยอด’ ขึ้นมาแทน

“ จริงๆแล้ว มีคนที่รู้เรื่องนี้ไม่กี่คน ” Jack มองไปทั่วห้องแล้วพูดต่อ “ แผนของเราคือทำทีขึ้นไปสำรวจหาพื้นที่ในจักรวาลเพื่อสร้างระบบสุริยะใหม่ ตามระเบียบนี้ เราจำเป็นต้องมีพวกคุณอยู่ในยานด้วย อาจมีคนสงสัยก็ได้ ถ้าเห็นแค่เจ้าหน้าที่จาก S.I.T กับทีมDelta ไปกันตามลำพัง ”

“ แปลว่า พวกเราเป็นแค่จิ๊กซอชิ้นเล็กๆของภาพจิ๊กซอที่ประกอบเสร็จแล้ว ” Thomas ถามแบบประชดประชัน

ผบ.Edward เห็นท่าไม่ดี เพราะบรรยากาศในการประชุมเริ่มขมุกขมัว เขาลุกขึ้นมายืนด้านหน้า แล้วออกความเห็นบ้าง

“ ผมเชื่อว่าเราทุกคนต่างก็มีส่วนสำคัญต่อภารกิจนี้ แน่นอนว่า ถึงภารกิจจะมุ่งเน้นไปที่ตัว Aiden แต่เรายังจำเป็นต้องพึ่งพวกคุณ เราตอบคำถามของปัญหาทุกอย่างไม่ได้หรอก ”

ผบ.Edward มองมาที่ Thomas กับ Alice แล้วก็พูดต่อ

“ สองคนนี้ ถึงแม้จะไม่ได้แจ้งเรื่องภารกิจกับผมในตอนแรก แต่เขาก็ให้สิทธิ์ผม สำหรับการเลือกพวกคุณมาเข้าทีม ผมจะไม่สนใจชื่อพวกคุณเลย ถ้าผมเห็นว่ามันไร้ประโยชน์ ดังนั้น ขอให้รู้ด้วยว่า ทุกคนคือส่วนสำคัญสำหรับการทำภารกิจ และผมจำเป็นต้องพึ่งพวกคุณทุกคน ”

Jack ตบมือท้ายประโยคของผบ.Edward อย่างถูกใจ Thomas  หันกลับไปมอง

“ ผมจะให้สิทธิ์อีกครั้งสำหรับคนที่ต้องการถอนตัว ” ผบ.Edward เอ่ยขึ้น ทั้งห้องเงียบ Jack มีความเชื่อมั่นลึกๆว่า ในใจทุกคนล้วนอยากทำภารกิจต่อทั้งนั้น 

“ ที่อยู่ของ Aiden ล่ะ ” Scarlette ถาม

Alice กางหน้าจอกระจกของตัวเองอีกครั้ง รูปแผนภูมิแสดงเศษเสี้ยวหนึ่งจักรวาลปรากฎต่อหน้าทุกคนบนจอกระจกของตัวเอง รูปยานลำหนึ่งโผล่ขึ้นแสดงเป็นสัญลักษณ์ตรงจุดเล็กๆ กลางจอภาพ

“ เราแอบติดอุปกรณ์ติดตามในยานมัน ” Alice บอก

“ จะแน่ใจได้ยังไงว่าพวกมันป้วนเปี้ยนอยู่แถวนั้นชัวว์ ” Jack ถามบ้าง

“ แร่ Zentium ที่ใช้เป็นพลังงานสำหรับยานของมันเหลือไม่มาก ” Scarlette เปิดปากพูดครั้งแรก “ พวกมันจะมารอรับแร่ Zentium จากดาวแม่เดือนละครั้ง แต่เดือนนี้รอนานหน่อย เพราะโดนลอยแพ ”

“ อาจเป็นกัปดัก… ” Thomas ออกความเห็น

“ ก็อาจเป็นได้  ” Jack ว่า “ แต่หน่วยข่าวกรองยืนยันมาแล้วว่า Aiden ไม่เหลือใครแล้ว ”

การประชุมดำเนินต่อไปอีก กินเวลาจนเลยมื้อเที่ยงไปนิดหน่อย Thomas เดินออกมาจากห้องประชุมเป็นคนสุดท้าย ก่อนหน้าเขาคือ Jacob ที่ออกไปก่อน เขายอมรับว่าสงสารเด็กหนุ่มคนนี้ ถ้าเขาเป็นผบ.Edward จะไม่มีวันเลือกมาเข้าทีมแน่นอน แต่จะโทษผบ.Edward ก็ไม่ได้ เพราะเขาเองรู้รายละเอียดเรื่องนี้ไม่มากนัก

แต่ที่น่าทึ่งคือความเด็ดเดี่ยวของ Jacob เขามีสิทธิ์ถอนตัว เป็นคนอื่นคงจะรับไม่ไหว กับภารกิจที่ดูแปลกๆนี่…ไม่แน่-เด็กหนุ่มคนนี้อาจรู้มาก่อนแล้วก็เป็นได้

Thomas เดินตรงไป เขามองไปที่เจ้าหน้าที่ของ S.I.T ที่ชื่อ Nathan มันมีหนึ่งอย่างที่ไม่ลงล็อค อย่างแรกก็คือ จะใช้แค่พวกเรา5คน จับตัว Aiden บนยานของมันเอง เพราะเขารู้มาว่ายานของพวกมัน มี New tyne อย่างน้อยก็ร้อยกว่าตัว นี่มันภารกิจฆ่าตัวตายชัดๆ.....

————————- 

 

 Interior of an office located in Downtown:

Alice มานั่งรออยู่ที่ห้อง หลังจบการประชุมแล้วผู้พันLeon ขอนัดคุยอีกรอบ หญิงสาวมองดูรูปที่วางอยู่บนโต๊ะ เป็นภาพของชายสองคนยืนกอดคอกัน คนซ้ายคือผู้พันLeon สมัยยังหนุ่ม ที่รูปร่างสมัยนี้ยังไม่ต่างจากเมื่อก่อนด้วยซ้ำ ส่วนคนขวา…คือผู้กองOliver พ่อของเธอเอง 

“ รอนานไหม ” เสียงผู้พันLeon ดังขึ้น Alice รีบลุกขึ้นทำความเคารพ 

“ ไม่เอาน่า Alice อย่าพิธีรีตรองขนาดนั้นเลย ” ผู้พันLeon บอก แล้วเดินวนไปนั่งที่เก้าอี้ใหญ่ประจำตำแหน่งตรงข้าม Alice หญิงสาวค่อยๆนั่งลงตาม

ผู้พันLeon มอง Alice อยู่นาน เหมือนจะพูดบางอย่างแต่ยังไม่กล้าจะเอ่ย

“ เอาเป็นว่า…ลุงอยากให้หนูถอนตัวซะ ” ผู้พันLeon ตัดสินใจพูดออกไปในที่สุด อีกฝ่ายหน้าเสียทันที

“ แต่ผู้พันเป็นคนเลือกหนูมานี่ค่ะ ”

“ นั่นมันก่อนที่ลุงจะรู้เรื่องภารกิจ ” ผู้พันLeon บอกไป พลางเอนหลังลงพิงพนักเก้าอี้ “ มันผิดเรื่องจรรยาบรรณ ”

“ แต่… ” Alice กำลังจะเถียง ผู้พันLeon กำหมัดวางมือลงบนโต๊ะเบาๆ ค่อยๆชะโงกหน้าเข้ามาหาเธอ

“ ฟังนะ Alice ภารกิจนี้มันกลายเป็นภารกิจทางทหารไปแล้ว หนูมีค่าเกินกว่าจะไปเสี่ยง ”

Alice มองดูรูปบนโต๊ะของผู้พันอีกครั้ง เขากำลังยิ้มให้เธอ ผู้กอง Oliver Anderson เธอเสียใจทุกครั้งเมื่อคิดว่าพ่อตายอย่างไร แต่สาเหตุที่เสียใจที่สุดคือ เธอไม่รู้สึกอะไรกับการจากไปของเขาเลย เธอเด็กเกินกว่าจะจดจำเขาได้ เด็กเกินกว่าจะรู้สึกถึงสายสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูก ทุกคนต่างเล่าถึงวีรกรรมของเขาให้เธอฟังตลอด สำหรับเธอแล้ว ได้รู้จักเขาเท่าๆกับที่คนอื่นรู้ ผู้กอง Oliver Anderson ผู้เป็นทั้งฮีโร่และผู้เสียสละ แต่…สิ่งที่ลูกคนหนึ่งควรจะรู้เกี่ยวกับพ่อตัวเอง อาทิเช่น ความรัก มันกลับไม่เคยมี…

“ ถ้าไม่ใช่ภารกิจนี้ ผู้พันเลือกหนูเพราะอะไร ” Alice ถาม น้ำเสียงเคร่งขรึม

“ หนูเป็นคนเก่งจริง ภารกิจแรกนั้นเป็นเครื่องยืนยันได้ ” ผู้พันตอบ

“ ไม่ใช่เพราะพ่อหนู ใช่ไหม ”

“ ไม่ใช่แน่นอน ”

“ ถ้าอย่างนั้นภารกิจนี้ หนูก็มีสิทธิ์ ” Alice เริ่มตาแดง “ หนูมีสิทธิ์เพราะความสามารถ คุณลุงเลือกหนูเพราะอย่างนี้นี่ ”

ผู้พันLeon เริ่มถอนหายใจ

“ ตอนที่พ่อหนูตาย ลุงสงสารแม่ของหนูมาก ผู้หญิงตัวเล็กๆคนเดียวต้องเลี้ยงลูกตามลำพัง… ”

เสียงขาดห้วงไป

ผู้พันLeon หมุนเก้าอี้หันกลับไปมองอีกฝั่ง ด้านหน้าเป็นภูเขาใหญ่สองลูก ดวงอาทิตย์ขึ้นตรงนี้ในตอนเช้าเสมอ ทว่ายามนี้แสงแดดอ่อนแรงแล้ว แสงสีส้มเริ่มฉาบตัวอาคารบ้านเรือน ผู้พันLeon หลับตานึก หลายคนคงเริ่มทยอยกลับบ้าน สามีกลับไปหาภรรยา พ่อกลับไปหาลูก…ผู้พันลืมตา หันกลับมามอง Alice…และลูกก็กำลังจะกลับไปหาพ่อ

Alice มองมายังเขา ตาคู่นั้นเหมือนพ่อเธอมาก มันอ่อนโยนแต่ก็แฝงความเด็ดเดี่ยวอยู่ในที

“ ได้โปรดนะค่ะ คุณลุง ” Alice อ้อนวอน ผู้พันLeon ยังมองตาคู่นั้นนิ่ง เขาเดินเข้ามาใกล้เธอ

“ หนูต้องสัญญานะ… ” เขาเอ่ย   “ สัญญาว่าเมื่ออยู่บนนั้นจะต้องเชื่อฟังคำสั่งของลุง ” Alice พยักหน้า

“ สัญญาว่าจะดูแลตัวเองให้ดีที่สุด ” Alice พยักหน้าอีกครั้ง

เธอเอ่ยกล่าวขอบคุณผู้พันLeon แล้วลุกขึ้นกอดเขาเหมือนหลานสาวกอดลุงแก่ๆคนหนึ่ง จบการสนทนา Alice ผลักประตูกระจกออกไป ไม่อยากรบกวนเวลากัปตันไปมากกว่านี้

“ เดี๋ยวก่อน Alice ” เสียงผู้พันLeonเรียก Alice ง้างประตูค้างไว้รอฟัง

“ คุยกับแม่ด้วยคืนนี้ ” กัปตันเอ่ย “ คุยกับคนที่ตัวเองรักและเคารพก่อนทำภารกิจ "

“ ค่ะ หนูจะคุยกับแม่แน่นอนค่ะ ” Alice พยักหน้าแล้วยิ้มใหh

เธอเดินออกไปในที่สุด ผู้พันLeon มองตาม เขาแค่ไม่อยากให้เหมือนพ่อเธอที่ถือเคล็ดไม่เอ่ยคำร่ำลา สุดท้ายก็ไม่ได้บอกอะไรกับใครจริงๆ แม้แต่คนที่ตัวเองรัก ก็ยังไม่มีคำร่ำลาด้วยซ้ำ…

————————- 

 

Environment:

เช้าของวันใหม่ เวลา 8.30 น. ทีมDeltaทั้ง 5 ชีวิต มาพร้อมกันที่เทอมินอลหมายเลข 11 ซึ่งเป็นจุดรวมพลก่อนขึ้นยานขนส่งหมายเลข 113

ทุกคนแต่งกายด้วยชุดสีขาว รองเท้าบูทสีเดียวกัน ตรงหน้าอกด้านซ้ายมีช่องให้เสียบการ์ด มีแถบเรืองแสงติดที่แขน ยาวตั้งแต่หัวไหล่ถึงข้อมือ สวมทับด้วยเสื้อแจ็กเก็ตสีเทาอีกชั้น มีช่องเสียบการ์ดเหมือนกับชุดด้านใน 

Thomas สวมเสื้อแจ๊คเก็ตสภาพเยินแบบนั้น กำลังยืนมองผ่านกระจกออกไปสู่ยานขนส่งหมายเลข 113 ที่จอดอยู่บนลานบิน บนตัวยานมีวัตถุขนาดเล็ก ค่อยๆเคลื่อนตัวเข้ามา มันเป็นพาหนะที่กำลังมารับทีมDeltaนั่นเอง

Thomas หันกลับมาหาลูกทีม Jacob กำลังลุ้นอยู่กับบางอย่างในจอกระจอเล็กๆในมือ ส่วน Jack ที่นั่งอยู่ใกล้ไกัน คอพับไปบนพนักพิง มีหมวกแก๊ปปิดหน้า เขาเป็นทหารที่ดี ยึดหลักปฎิบัติ ‘นอนได้เมื่อยังมีโอกาศ’ ส่วนลูกทีมคนอื่น ต่างพักผ่อนกันตามอัธยาศัย

เขาลองมองไปที่ Alice บ้าง เธอคงมีเรื่องที่ต้องคิดอยู่ในใจแน่ๆเลย Thomas คิด…

ทว่ามีอีกคนที่เหมือนไม่อยากเข้ากลุ่มกับใคร เอ็มมองไปที่เธอ เขาเห็น Scarlette ...เธอนั่งคนเดียว ถ้ามีใครที่สนิทด้วย คงไม่ปล่อยเธอนั่งอยู่คนเดียวแบบนี้ หญิงสาวกำลังบันทึกบางอย่างลงบนจอกระจกเหมือน Jacob  วันนี้เธอรวบผม จึงมองเห็นต้นคอขาว หน้าผากกว้าง ตาสวย ใช่…เธอสวยมาก

เหมือนรู้ตัว Scarlette เงยหน้าขึ้นมอง Thomas รีบหลบตา…

มีทหารคนหนึ่งมาเรียกทุกคนเพื่อขึ้นยาน ที่ตอนนี้มาจอดอยู่ตรงหน้าประตูทางออกแล้ว Thomas ผลักประตูกระจกของอาคารออกไป

Thomas ให้สัญญาณเรียกทุกคนในทีมขึ้นยาน Alice เป็นคนแรกที่ก้าวขึ้นไป ถัดมาก็เป็น Thomas  ส่วน Scarlette เธอนั่งอยู่ตรงข้ามกับเขา ทั้งคู่หันหน้าเข้าหากัน Thomas พยักหน้ายิ้มให้ Scarlette ก็ยิ้มตอบ

ยานค่อยๆเคลื่อนตัว Jacob ยังไม่มา Thomas ชะเง้อคอมองผ่านกระจกของยานดู เขาเห็น Jacob กำลังยืนคุยอยู่กับผู้พันLeon ตรงประตูเทอมินอลหมายเลข 11

ทัศนียภาพข้างทางจืดชืด มีแต่ลานกว้างๆกับพื้นที่ว่างเปล่า Thomas เปลี่ยนกลับมามองข้างใน รู้สึกถึงแววตาของ Scarlette จึงหันมามอง แต่เธอไม่สนใจ Scarlette เห็นเขาหันมา จึงมองกลับบ้าง สองสายตาเลยประสานกันแบบไม่ตั้งใจ Thomas รู้สึกประหม่าเลยเป็นฝ่ายชวนคุยก่อน

“ คุณเคยเดินทางกับยานขนส่งมาก่อนรึเปล่า ” นึกด่าตัวเองที่ถามคำถามโง่ๆออกไป หุ่นAndroid แบบเธอคงไม่เคยขึ้นหรอก เขาเองก็รู้คำตอบอยู่แล้ว

“ ไม่เคยเลยค่ะ ” Scarlette ส่ายหน้า “ นี่ครั้งแรกของฉัน ”

Thomas พยักหน้าแล้วยิ้ม เช้านี้เขาทำ ‘พยักหน้า’ กับ ‘ยิ้ม’ มากี่ครั้งแล้วนะ เขาคิด…

ยานค่อยๆลดความเร็วและจอดนิ่งในที่สุด ประตูเปิดออก Thomas โดดลงไปก่อน Scarlette ขยับตัวลุกตาม เขายื่นมือไปให้เธอจับ หญิงสาวยิ้ม จับมือเขาไว้แล้วค่อยๆเดินลงจากพาหนะอย่างเขินๆ

ยานขนส่งหมายเลข 113 อยู่ตรงหน้าแล้ว ยึดอยู่บนแท่นสร้างแรงผลักสีดำที่มีความสูงเท่าตึกสิบชั้น ไกลขึ้นไปบนฟ้าเป็นเส้นตรงกว่า 300,000 ไมล์ มีแท่นสร้างแรงดูดลอยอยู่ ทั้งสองแท่นจะออกแรงผลักและดูดต่อวัตถุที่ถูกเข้ารหัสไว้ ทำให้วัตถุที่ถูกกำหนดเท่านั้นจึงจะสามารถลอยตัวออกไปนอกชั้นบรรยากาศจนถึงจุดมาร์คได้

ทีมDeltaรู้สึกเฉยๆ ภาพตรงหน้านี้จึงไม่ใช่ของใหม่ ต่างกับ Scarlette เพราะนี่คือครั้งแรกของเธอ ทุกคนยืนมองตาเป็นประกาย โดยเฉพาะ Scarlette เธอพยายามแหงนมองส่วนยอดสุดของยานจนคางเล็กๆเชิดขึ้น

“ เชิญทุกท่านค่ะ ” เสียงเล็กๆดังขึ้นตรงประตูทางเข้าแท่นสร้างแรงผลัก Amelie-เจ้าหน้าที่ประจำสหพันธ์การเดินทางและการขนส่งทางอวกาศมารอต้อนรับ เธออยุ่ในชุดสีน้ำเงินรัดรูป  Thomas ได้ยิน Jack ร้องว๊าวมาจากด้านหลัง

จากนั้น Amelie ก็พาทุกคนมาตรงทางเดิน ตรงไปราวยี่สิบนาที ขึ้นลิฟท์อีกสิบชั้น แล้วโผล่ตรงบันไดทางขึ้นขนาดใหญ่ ใต้ท้องยานขนส่งหมายเลข 113

Amelie กางมือเชิญทุกคน Jack ผิวปาก เดินผ่าน Amelie แล้วเหลือบตามอง

ภายในยาน ส่วนนี้เป็นลานกว้าง Scarlette เดาว่าน่าจะเป็นโซนเก็บของและลำเลียงสำภาระ ใหญ่โอ่โถง มีกลิ่นเครื่องจักร อากาศอบอุ่น และมียานจู่โจมอีกสองลำจอดอยู่

“ ยานขนส่งหมายเลข 113 ยินดีต้อนรับทุกท่านครับ ” เสียงชายหนุ่มดังก้องขึ้นในยาน น้ำเสียงเรียบเชียบชาเฉย Scarlette พยายามหันมองหาต้นเสียงนั้น “ ฉันชื่อ Kayla เป็นโปรแกรมควบคุมยานแบบอัตโนมัติ ไม่มีรูปลักษณ์ มีเพียงเสียงเท่านั้นที่ระบุตัวตนได้ ”

ทีมDeltaเดินตรงไปที่โต๊ะลงทะเบียน ไม่มีใครในทีมที่สนใจฟังเสียง Kayla เลยแม้แต่น้อย

“ ขั้นตอนแรก เชิญทุกท่านไปที่โต๊ะลงทะเบียนเพื่อรับการ์ดประจำตัวค่ะ ” เสียงของ Kayla ดังขึ้นอีกครั้ง

ทีมDelta เดินมาตามทาง ถึงคิวของ Scarlette  Amelie ไม่ถามชื่อเธอด้วยซ้ำ ยื่นการ์ดให้พร้อมรอยยิ้ม

Scarlette พลิกการ์ดขึ้นดูทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เธอรู้ว่าต้องเสียบมันตรงช่องหน้าอกซ้าย แต่ไม่รู้จะพลิกด้านไหนเข้า มองซ้าย-ขวาเจอ Thomas มองอยู่ เขายกการ์ดขึ้นมา เอานิ้วชี้ด้านที่ถูกต้อง แล้วทำท่าเสียบเข้าไปในช่องตรงหน้าอกซ้ายของตัวเอง Scarlette ทำตาม-เสียบการ์ดเข้าไป

แถบเรืองแสงข้างแขนทั้งสองข้างพลันสว่างขึ้นทันที ของ Scarlette และคนอื่นๆในทีมเป็นสีส้ม ส่วนของ Thomas เป็นสีน้ำเงิน

Scarlette ยอมรับกับตัวเองว่าตื่นเต้น พยายามเก็บความประหม่าไว้ เธอเป่าปากออกมาเพื่อไล่ความตื่นกลัว

เสียงของ Kayla สั่งให้ทีมDelta ทุกคนไปรวมตัวที่ห้องควบคุมของยาน ใกล้เวลาท่องอวกาศแล้ว Scarlette เป่าปากอีกครั้ง แล้วออกเดินนำหน้าทุกคนนทีมไป…

————————- 

 

Looks slightly like a city from final fantasy XII, like an awesome Rabanastre.:

   ยานขนส่งหมายเลข 113 จอดนิ่งอยู่กลางม่านอวกาศที่รายล้อมด้วยหมู่ดาวนับล้านดวง ตัวยานมีสิ่งอำนวยความสะดวกและอุปกรณ์สันทนาการมากมาย ในยานมีทั้งห้องครัว ลานกีฬา ห้องประชุมและห้องนอนสำหรับลูกเรือ แต่ว่าวัตถุประสงค์ของยานไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อท่องเที่ยว หรือเติมเต็มรูปแบบชีวิตของมหาเศรษฐีคนไหนให้สุดหรูด้วยแพ็คเก็จท่องจักรวาล หากแต่เป็นภารกิจ…ภารกิจที่เพื่อมวลมนุษย์ชาติ

“ คุณไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่นะ ” Thomas กล่าวย้ำกับ Scarlette  เขาพยายามพูดให้อีกฝ่ายกลับไปนั่งประจำที่ของตัวเอง 

“ เราอาจไม่ต้องไปทำภารกิจอีกแล้วก็ได้นะ Thomas ” Scarlette นึกตำหนิตัวเองที่เผลอหลุดพูดคำนี้ออกไป เพราะสำหรับ Thomas แล้ว มันคือสิ่งที่เขาอยากทำ

Thomas มองออกไปนอกยาน เพื่อที่จะบันทึกภาพสิ่งที่สะท้อนลงบนพื้นผิวยานและส่งภาพกลับมายังผนังด้านใน ทำให้ผู้ที่อยู่ในยานสามารถมองผ่านตัวยานออกไปราวกับมองทะลุกระจก

Scarlette มองแววตา Thomas มันใช่แววตาของคนที่มีความสุขหรือเปล่า เธอนึกขึ้นมาในใจ คนแบบไหนกันที่ชอบทำภารกิจที่อันตรายแบบนี้ มันคุ้มไหม แล้วทำเพื่อแลกกับอะไร?

“ ดูสิ Scarlette ” เสียงของ Thomas เต็มไปด้วยความตื่นเต้น Scarlette หันมองไปดูนอกยานตาม กลุ่มฝุ่นและก๊าซ หมุนตัวเป็นรูปจานสีแดงขนาดใหญ่ จุดศูนย์กลางเป็นดวงกลมสีเหลือง มันมีพลังงานและความร้อนมากมายมหาศาล แผ่นจานนี้จะรักษาแรงเหวี่ยงเป็นชั้นๆ มวลสารของแต่ละชั้นจะพยายามรวมตัวกันด้วยแรงโน้มถ่วงจากจุดสีเหลืองตรงศูนย์กลาง จากนั้นก้อนมวลสารจะค่อยๆ โตขึ้นตามแรงเหวี่ยง สะสมฝุ่นและก๊าซไปเรื่อย กระทั่งขยายใหญ่ จนกลายเป็น…ดาวเคราะห์

Thomas หันมามอง Scarlette ใบหน้าของชายคนนี้ เต็มไปด้วยความเศร้า ทั้งที่อายุเพิ่งจะ 35 ปี  แต่ความทุกข์ทำให้เขาดูแก่กว่าวัยมาก

“ Thomas ” เสียงของ Kayla เธอเป็นโปรแกรมควบคุมยานอัตโนมัติ กายภาพของเธอระบุไว้เป็นแค่รูปแบบเสียง เธอถูกสร้างเสียงเลียนแบบดาราสาวคนหนึ่ง Kayla มีหน้าที่แทบจะทำทุกอย่างบนยานลำนี้ ตั้งแต่คำนวณหาทางเดินของอุกกาบาตที่จะขวางเส้นทางของยาน ไปจนถึงรู้จำนวนช้อนที่หายไปจากครัว

“ มีคำสั่งด่วนจากสหพันธุ์โลก ให้ทีมDeltaยุติการเดินทาง เพื่อไปทำภารกิจ ” Thomas หันมามอง Scarlette เขาอยากให้ Kayla ย้ำคำพูดอีกครั้ง

Thomas ถามต่อว่า “ เพราะอะไรถึงมีคำสั่งยุติการทำภารกิจ ”

“ รัฐบาลของ NewTyne ได้ส่งสารมาเพื่อเจรจาสันติภาพกับสหพันธุ์โลก พวกเขาต้องการยุติสงคราม โดยที่พวกเขาขอแค่สิ่งเดียว การได้รับเอกราชจากสหพันธุ์โลก ”

“ ในที่สุด สงครามที่กินเวลายาวนานนับสิบปีก็ได้จบลง ” Thomas พูดกับ Scarlette เพราะเขาเห็นอีกฝ่ายถอนหายใจ เขาคิดในใจ หากเป็นตัวเองจะทำเช่นไร มีชีวิตอยู่ได้ไม่นาน แล้วเกิดมาจากเทคโนโลยี  หนำซ้ำหลังจบภารกิจ เธอจะเป็นยังไง เธอจะไปที่ไหน มันทำให้เขาอดสงสัยไม่ได้จริงๆ

“ คุณรู้ใช่ไหม ถ้าผมไม่ได้ทำงานชิ้นนี้แล้ว  ผมก็คงกลับไปขับยานขนส่งแบบเดิม ” Thomas เงยหน้ามอง Scarlette แล้วยิ้ม  เขาเอื้อมมือไปจับมือเธอแล้วมองตาเธอ

“ แต่งงานกับผมนะ ” Thomas มองออกไปที่ดวงตาของ Scarlette อีกครั้ง

“ ผมสัญญา ว่าจะดูแลและรักคุณตลอดไป ”

Scarlette เธอยิ้ม แล้วพยักหน้า เธอตอบตกลง

“ ทันทีที่เราเดินทางถึงโลกแล้ว ผมว่าไปขอร้องให้ Dr.William กับ Dr.Joseph ช่วยทำให้คุณเป็นมนุษย์มากกว่านี้  ”

 “ ค่ะ ” Scarlette เธอพูดตอบกลับไปพร้อมรอยยิ้ม

 สิ้นสุดการสนทนา Thomas จับมือ Scarlette แล้วพากันมองไปที่ด้านนอกของยาน

12 ชั่วโมงต่อมา Thomas และลูกทีมDelta ทุกคนก็เดินทางมาถึงโลก เจ้าหน้าที่ประจำท่าอากาศยานได้มาต้อนรับ และพาทุกคนเดินทางไปยังของประชุมด้านบนของท่าอากาศยานแห่งนี้  พวกเขาได้พบกับตัวแทนจากทั้ง 3 Sector และได้ทราบรายละเอียดที่การถูกเรียกตัวกลับมาที่โลก และได้อ่านสารเจรจาสันติภาพจาก NewTyne สมาชิกทีมDeltaทุกคนดีใจ ที่เสร็จสิ้นการทำภารกิจช่วยโลกสักที 

หลังจากนั้นทุกคนยกเว้น Jacob ได้ไปขึ้นยานบริการ เพื่อเดินทางไปยังโรงแรมในเมือง ที่เตรียมไว้ให้พวกเขาได้พักผ่อนกัน Jacob เดินเข้าไปหาคนที่เรียกเขา เขาคือเจ้าหน้าที่พิเศษจากสหพันธรัฐตะวันตก " มีคนอยากเจอคุณ เชิญตามผมมาครับ " ทั้งสองใช้เวลาเดินทางราว 3 ชั่วโมง ก็มาถึงบ้านหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่นอกเมือง  " เชิญครับ คนที่อยากพบคุณอยู่ข้างในบ้าน " Jacob ถึงแม้เขาจะสงสัยอยู่บ้างเล็กน้อย แต่เขาก็เดินไปที่บ้านหลังนั้น เพราะเขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าใครกันแน่ ที่อยากเจอเขา 

" Jacob ! " เสียงที่เรียกเขาเป็นเสียงผู้หญิง มันเป็นเสียงที่เขาจำได้เสมอ เพราะมันคือเสียงของ Jessica พี่สาวของเขาเอง " พี่ Jessica " ทั้งสองพี่น้องที่ไม่ได้เจอกันนานนับสิบปี ได้สวมกอดกัน ใบหน้าของทั้งสองดูมีความสุขมาก " พี่หายไปไหนมาครับ " " หลังเกิดเหตุร้ายขึ้นที่สถานีวิจัย ระหว่างที่พี่กำลังหนี คนจาก AI7 ก็มาช่วยพี่ไว้ เขาพาพี่มาที่สมาพันธรัฐตะวันออก เขาบอกว่าเขาต้องการให้พี่ช่วยงาน พวกเขาเลยสร้างข่าวว่าพี่หายตัวไปหลังเกิดเหตุร้ายขึ้น " พวกเขาทำเพื่ออะไรครับ "  " เขาอยากเราไปร่วมทีมDelta เลนต้องทำแบบนี้ " Jacob เมื่อได้ฟังเรื่องเล่าจากพี่สาวของตัวเองอย่างละเอียด ในตอนนี้เขาทั้งรู้สึกแปลกใจและดีใจในเวลาเดียวกัน แล้วเขาก็พูดกับพี่สาวตัวเองว่า " พี่ปลอดภัยก็ดีแล้วครับ "

————————- 

 

ผ่านไป5ปี นี้คือชีวิตหลังจากจบภารกิจของสมาชิกทีมDelta

Igneous and Chancers// Character: Militia Guard (Giggles). The Militia is a group funded with the intent of keeping the peace during the reconstruction of the States and the institution of the new government. Some are generally good people, they want to keep their countrymen safe. Others? Not so much.:

Thomas เขากลับไปทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ขับยานขนส่งประจำสหพันธ์เดินทางและการขนส่งทางอวกาศ เหมือนเดิม หลังกลับมาถึงโลก เขาได้เดินทางไปพบ Dr.William กับ Dr.Joseph ทันที เพื่อขอร้องให้ทั้งสองคนสร้าง Scarlette ขึ้นมาใหม่ ทั้งสองคนตอบตกลงและได้สร้าง Scarlette ขึ้นมาใหม่จนสำเร็จ เธอมีทุกอย่างที่ใกล้เคียงกับมนุษย์มากกว่าเดิม 

 

- concept art:

Jake เจ้าหน้าที่พิเศษจาก C.I.S สำนักงานความมั่นคง ดินแดนโพ้นทะเล เมรีเซีย หลังจบภารกิจเขาได้ลาออกจาก C.I.S แล้วเขาขอ Alice แต่งงาน หลังแต่งงาน Alice กับ Jack ได้ออกเดินทางท่องเที่ยวและผจญภัยไปทั่วจักรวาล 

 

Cyberpunk:

Jacob กลับไปสมัยเรียนต่อจนจบมหาวิทยาลัย หลังจากเรียนจบ เขาได้เดินทางกลับไปสร้างบริษัทด้านไอทีที่บ้านเกิดตัวเองจนประสบความสำเร็จ  

 

F.E.A.R. - Character concept, Alen Rocha on ArtStation at <a href=

Alice สายลับจาก AI7 หลังเสร็จภารกิจ เธอได้ตกลงแต่งงานกับ Jack และลาออกจากการเป็นสายลับของ AI7 ภายหลังได้ไปเป็นครูฝึกที่ศูนย์ฝึกสายลับของ AI7 

 

Dreaming by *aditya777 on deviantART Image brought to you by robotradio.com - Cosmic Streams of Consciousness - Images to listen to..:

Scarlette ต้นแบบหุ่นยนต์Android ที่แอบขึ้นยานทีมDeltaมาเป็นสมาชิกคนที่5 ตามคำสั่งของ Dr.William เธอตอบตกลงแต่งงานกับ Thomas ต่อมาได้รับการอัพเกรดจาก Dr.William และ Dr.Joseph จนเธอกลายเป็นหุ่นยนต์ Android ที่สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่เคยมีการสร้างมา ถึงขั้นที่เธอสามารถตั้งครรถ์ได้เหมือนกับมนุษย์ 

————————- 

 

Comment!  

+12 NeNio

ญี่ปุ่นสวยมากเราชอบมาก ถ้ามีโอกาสก็อยากไปอีก

ตอนนั้นไปไม่สบายหนักมากไม่ได้เที่ยวเท่าไหร่เลย

LIKE: Alexandra
ตอบความคิดเห็นนี้

เจ้าของไดอารี่

กำลังทำอะไรอยู่
ยังไม่ได้เขียนอะไร

น้องหมาเขาบอกว่า
ความสนใจ:
ยังไม่ได้ระบุ
<<กุมภาพันธ์ 2560>>
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
   1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728

ไดอารี่วันอื่นๆ

12 กุมภาพันธ์ 2560

สถิติผู้เยี่ยมชม

ผู้เยี่ยมชมวันนี้ 5 คน
ผู้เยี่ยมชมทั้งหมด 111

ไดอารี่เพื่อนบ้าน

น้องหมาเขาบอกว่า ยังไม่มีไดอารี่เพื่อนบ้าน

อัลบัมโหวตของ น้องหมาเขาบอกว่า

น้องหมาเขาบอกว่า ยังไม่มีอัลบัมโหวต

ไดอารี่ที่อัพเดทล่าสุด

โดย พงษ์ศักดิ์ หิรัญเขต
 
ข้อตกลงการใช้บริการ ติดต่อเว็บไซต์ แจ้งปัญหาการใช้งาน แจ้ง Report เนื้อหา ติดต่อโฆษณา