หน้าแรก เว็บบอร์ด หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype Pic Post ตรวจหวย ควิซ Page คำนวณ คำคม วิดีโอ สเปซ เกม Play ไดอารี่ อัลบั้ม แต่งรูป Glitter ดาวน์โหลดรูปจาก IG
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาแจ้ง Report เนื้อหาเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
ตรวจหวย งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 สามตัว 612, 879
ดูรายการโปรด เพิ่มเป็นรายการโปรด

เอลเดอร์ไม้กายาสิทธิ์มฤตยู ตอน 1- 4

วันที่ 18 พฤศจิกายน 2557

 แต่งโดย  I AM THOR   เนื้อหาและชื่อไม้กายาสิทธ์บางตอนผมขออิงมาจาก หนังเรื่อง แฮรี่ พอตเตอร์ นะครับ เรื่องนี้แต่งขึ้นก็เพื่อสาวกของแฮรี่ พอตเตอร์เป็นพิเศษ

เรามาอ่านกันดีกว่า เรื่องราวของ ไม้กายาสิทธ์เอลเดอร์ว่ามันถูกสร้างขึ้นมาจากใหนและมีใครที่ออกตามหาไม้กายาสิทธ์ที่สาบสูญนี้กันบ้าง

 

 

ตอนที่ 1

 

     นานมาแล้วหลายร้อยปีไม้กายาสิทธิ์เอลเดอร์ได้ถือกำเนิดขึ้นอย่างไม่ตั้งใจโดยพ่อมดคนหนึ่งได้ขอยมทูตให้สร้างไม้กายาสิทธิ์ที่มีพลังเหนือไม้กายาสิทธิ์ทุกอันในโลกยมทูตได้ตกลงสร้างไม้กายาสิทธิ์ที่ทำจากกิ่งต้นเอลเดอร์ริมแม่น้ำให้กับพ่อมดตนนั้นไปต่อจากนั้นมันได้มอบความตายให้ผู้คนมากมายมันจึงเป็นที่กล่าวขานว่าเป็นไม้กายาสิทธิ์มฤตยูที่ใครหลายคนหวาดกลัวและอยากครอบครอง  เวลาต่อมามีพ่อมดคนหนึ่งได้ใช้ไม้กายาสิทธิ์เอลเดอร์ทำลายโรงเรียนเวทย์มนต์และนักเรียนเป็นจำนวนมาก   ในศึกครั้งนั้นมันเป็นจดจบของไม้กายาสิทธิ์เอลเดอร์เมื่อผู้ครอบครองคนใหม่ไม่ประสงค์ที่จะใช้มันอีกเขาได้ทำลายไม้กายาสิทธิ์เอลเดอร์ลงโดยการหักและโยนมันลงแม่น้ำแต่ไม้กายาสิทธิ์ที่เรืองฤทธิ์หรือจะทำลายได้โดยการหักมันเชื่อมต่อกันอีกครั้งด้วยพลังแห่งความตายและวิญญาณชั่วร้ายที่อยู่ในไม้กายาสิทธิ์ทำให้มันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันอีกครั้งแต่ไม้กายาสิทธิ์ถูกกลืนด้วยสายน้ำเบื้อล่างและหายไปตลอดกาลเป็นเวลาหลายปีที่ตำนานของมันยังคงถูกเล่าขานต่อกันมาโดยผู้ที่เชื้อว่ามันไม่ถูกทำลายและยังคงมีอยู่จริงที่ใหนสักแห่ง  และมันเป็นที่มาของการตามหาและต่อสู้เพื่อที่จะได้มันมา 

     เสียงโฮดังมาจากท้ายตรอก แบล็คเบิร์น เสียงตะโกนจากพวกนักต้อนว่า . อย่าให้มันหนีไปได้ สิ้นเสียงตะโกนของพวกนักต้อนก็มีเสียงดังคล้ายระเบิดดังมาเป็นระยะชาวเมืองต่างวิ่งหนีกันอย่างชุลมุนเหตุเพราะพวกนักต้อนใช้ไม้กายาสิทธ์ยิงคาถาใส่ใครบางคนที่กำลังวิ่งมาทางร้านขายสัตว์วิเศษ จึงทำให้ข้าวของเสียหาย ทันใดนั้นมีชายคนหนึ่งวิ่งตัดออกมาจากกลุ่มคนที่วิ่งหนีกันอย่างแตกตื่น  ข้างร้านขายสัตว์เลี้ยงวิเศษของพ่อมด แม่มด นั้นมีถังไม้ขนาดใหญ่วางอยู่ข้างร้าน มิลีเซ็นส์ได้หลบอยู่ตรงนั้นเธอแอบมองเห็นชายคนนั้นวิ่งตรงเข้ามาหาเธอ ชายคนนั้นสวมผ้าคุมเก่าๆ และในอ้อมกอดของชายคนนั้นได้อุ้มเด็กทารกไว้ในอ้อมแขนนั้นเองชายคนนั้นยื่นเด็กทารกให้มิลีเซ็นส์และกล่องไม้เก่าๆ 1 กล่อง พร้อมขอร้องให้เธอรับเด็กนี้ไว้ มิลีเซ็นส์ตกใจอยู่สักพัก มีเสียงพวกนักต้อนตะโกนมา ว่าหามันให้เจอ อย่าให้มันหนีไปได้ มิลีเซ็นส์จึงรับเด็กทารกจากชายดังกล่าว ชายคนนั้นบอกกับเด็กว่า พ่อรักลูกนะ อริส และชายคนนั้นก็วิ่งไปจากมิลีเซ็นท์เขาวิ่งไปทางซอยที่เป็นทางไปสู่แม่น้ำ  และทันใดนั้นนักต้อนก็เห็นชายคนนั้น พวกมันจึงรีบวิ่งผ่านร้านขายสัตว์วิเศษตรงที่มิลีเซ็นส์ซ่อนอยู่ไป มิลีเซ็นท์จึงแอบตามไปดูเด็กทารกนั้นนอนหลับสนิดคงจะเป็นเพราะไม่สบายชายคนนั้นหยุดวิ่งเขายืนนิ่งที่ริมแม่น้ำพวกนักต้อนวิ่งไปถึง  วีนัทแบทเชอร์เขาเป็นหัวหน้ากลุ่มนักต้อน จึงหัวเราะขึ้นอย่างอารมณ์ดี

 

วีนัทแบทเชอร์ : แกหมดทางหนีแล้วสินะ ทอม ส่งมันมาให้ฉัน

ทอม : แกไม่มีวันได้มันไปหรอก ไม่มีวัน

วีนัทแบทเชอร์  ชักไม้กายาสิทธ์ขึ้นมาและเสกคาถากรีดแทง ใส่ชายคนนั้น พวกลูกน้องในกลุ่มนักต้อนต่างส่งเสียงเฮฮา  ชายคนนั้นดิ้นอย่างทรมารเพราะเขาไม่มีไม้กายาสิทธ์ไว้ต่อสู้เลย พวกนักต้อนค้นตัวของชายคนนั้นแต่ไม่พบกับของที่ตามหาลูกน้องคนหนึ่งพูดขึ้นว่า ไม่ได้อยู่ที่มันครับนาย เขาคุกเข่าและยิ้มแบบแหยๆและพูดเสียงดัง

ทอม : แกไม่มีวันได้มันไป ไม่มีวัน ไม่มีวัน 

วีนัทแบทเชอร์  โมโหอย่างสุดขีดเขาจึงเสกคาถา อะวาดา เคดาฟรา

คาถา พิฆาต  ลําแสงพิฆาตสีเขียว ประทะกับร่างของชายคนนั้นและร่างที่ไร้วิญญาณของชายคนนั้นกระเด็นตกลงแม่น้ำและจมหายไปพวกนักต้อนจึงเดินข้ามสะพานออกจากเมืองไป   มิลีเซ็นส์ยังตกใจและทำอะไรไม่ถูกเธอเดินอุ้มเด็กทารกและรีบกลับเข้าไปในเมืองเธอรีบตรงไปที่บ้านของ  คามิลา เพื่อนของเธอ เธอเดินผ่าน ตรอกแบล็คเบิร์นไปยังซอยแยกด้านซ้ายของตรอกเธอไปถึงบ้านของ คามิลา เธอรีบเคาะประตูสักพัก คามิลาเดินมาเปิดประตู มิลีเซ็นส์ดีใจและรีบเข้าไปในบ้านของคามิลา

 

คามิลา : มิลีเซ็นส์ เธอหนีอะไรมา

มิลีเซ็นส์  :  คือ คือ ฉะฉะฉันหนีปะปล่าวๆ

คามิลา : แล้วเธออุ้มอะไรมา

มิลีเซ็นส์  :  ทารก เป็นเด็กผู้หญิงผิวขาว

คามิลา ทำหน้าตกใจและถามมิลีเซ็นส์ว่าไปเอามาจากใหน  มิลีเซ็นส์บ่นพรำๆว่าพวกมันฆ่าเค้า

คามิลา :  ใครจะฆ่าใคร

มิลีเซ็นส์  :  พ่อของทารกนี่

ต่อจากนั้นมิลีเซ็นส์จึงเล่าเรื่องทุกอย่างให้คามิลาฟังทั้งหมด

คามิลา :  และเธอจะทำยังไงกับเด็กคนนี้ 

มิลีเซ็นส์  :  ฉันคงต้องเลี้ยงเด็กคนนี้เธอมีชื่อนะเธอชื่อ อริส พ่อของเธอชายคนนั้นเขาเรียกเธอ

ทันใดนั้นมิลีเซ็นส์นึกขึ้นได้จึงหยิบกล่องไม้ขึ้นมาดูว่ามีอะไรในกล่องเธอเปิดออกดูเธอรู้สึกแปลกใจมากเธอพบว่ามีไม้กายาสิทธ์ที่มีเนื้อไม้สีแดงแปลกตาอยู่เธอกับคามิลายังคงอึ้งในสิ่งที่พวกเธอทั้งคู่ได้เห็นคามิลารีบวิ่งไปหาหนังสือเก่ามาเล่มหนึ่งเธอหามันอยู่นานเธอเจอมันที่ใต้ตู้เธอนำมันมาเปิดดูมันเป็นหนังสือนิทานมันบรรยายถึงไม้กายาสิทธ์ที่มีเนื้อไม้สีแดงว่าเป็นไม้ที่ทรงพลังจาก หนึ่งใน สามไม้ที่ทรงพลังที่สุดในโลก  ไม้กายาสิทธ์เอลเดอร์ ไม้กายาสิทธ์เดทธอร์  และไม้กายาสิทธ์เรดเมเปิล ไม้ทั้ง 3 นี้ไม่มีแกนเวทย์มนต์ หนังสือบรรยายถึง คุณสมบัติเฉพาะของไม้กายาสิทธ์นี้ว่าทรงพลังในการรักษาผู้ที่โดนคำสาปได้ดีที่สุด

มิลีเซ็นส์  :  พระเจ้าพวกมันตามหาสิ่งนี้

 

 

คามิลา : พวกนักต้อนใช่มั้ย

มิลีเซ็นส์  :  ใช่  มันฆ่าเค้าเพราะต้องการสิ่งนี้

คามิลา : แล้วทีเนี้ยเธอจะทำยังไง

มิลีเซ็นส์  : เด็กคนนี้จะต้องโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีและเค้าต้องไม่รับรู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นในวันนี้

 

 

12 ปี ต่อมา

 

 

 

   อากาศยามเช้ามีน้ำค้างหยดจากหลังคาลงสู่กระถางต้นลินลี่หน้าบ้านของ  มิลีเซ็นท์ มีแสงแดดบางๆส่องรอดผ่านหน้าต่างกระจกทะลุถึงบันไดบ้านชั้นสองขนาดที่ มิลีเซ็นท์ ล้างจานอยู่นั้นมีเสียงวิ่งลงบันไดจากชั้นสอง เสียงดัง ตึกๆๆ   เด็กผู้หญิงผมยาวตาโตน่าตาน่ารัก วัย  12  ปี เธอชื่อ  อริส   เธอวิ่งลงบันไดพร้อมพูดขึ้น

อริส : คุณป้าค่ะวันนี้วันเกิดหนูคุณป้าจะพาหนูไปซื้อของขวัญในเมืองใช่มั้ยค่ะ

มิลีเซ็นส์  :  จ้า หลานรักป้าไม่ลืม แต่เราต้องทานอาหารเช้ากันก่อนนะ

มิลีเซ็นท์ พูดและยิ้มเล็กน้อย

มิลีเซ็นส์  :  แล้วหนูอยากได้อะไรเป็นพิเศษมั้ยจ๊ะ   

มิลีเซ็นท์ถามอริสแต่ในใจก็นึกถึงของที่พ่อของอริสฝากไว้ก่อนตายเพื่อมอบให้อริสเมื่อถึงเวลาอันควร   และทั้งสองคนก็ทานอารหารเช้าต่อ    09.10 น. มิลีเซ็นท์และอริสขี่ไม้กวาดมาถึงในเมืองระยะทางจากบ้านของเธอถึงในเมือง นั้นห่างกันแค่ 20 กิโลเมตร อริสรู้สึงตื่นเต้นที่ได้เข้ามาเที่ยวในเมืองและได้เจอผู้คนมากมายที่เดินไปมาอย่างเนืองแน่น  อริสและป้ามิลีเซ็นท์เดินผ่านร้านขายของวิเศษและสัตว์วิเศษ มิลีเซ็นท์พาอริสเดินเข้าไปในร้านขายสัตว์วิเศษมีสัตว์มากมายให้อริสเลือก  เจ้าของร้านขายสัตว์วิเศษคือ  มาดาม ฟลิน ไรเดอร์

มาดาม ฟลิน : อรุณสวัสดิ์มิลีเซ็นท์มีอะไรให้ฉันช่วยหรือป่าว มิลีเซ็นท์

มิลีเซ็นส์  :  จ๊ะแน่นอน  

มาดาม ฟลิน :ให้ตายนั้น อริส ใช่มั้ยจ๊ะโตเป็นสาวสวยเชียวหนูกำลังมองหาสัตว์เลี้ยงวิเศษคู่ใจ ใช่มั้ยจ๊ะ

อริส : ค่ะ มาดาม ฟลิน

และอริสก็เดินมองดูสัตว์เลี้ยงวิเศษไปเรื่อยๆจนเจอกับแมวเปอร์เซียสีขาวน่ารักตัวหนึ่งมันมองอริสด้วยสายตาออดอ้อนและร้องเงี่ยวๆๆ  อริสรู้สึกเอ็นดูแมวตัวนั้น

มาดาม ฟลิน : ฉันว่ามันชอบเธอนะอริสดูมันทำสิ

อริส : คุณป้าค่ะหนูชอบแมวตัวนั้นคะ

มิลีเซ็นส์  :  จ้าป้าว่ามันเหมาะกับหนูนะหนูจะได้มีเพื่อนเวลาที่ป้าไม่อยู่

และมิลีเซ็นท์ก็ซื้อแมวเปอร์เซียตัวนั้นให้อริสเป็นของขวัญวันเกิดและทั้งคู่ก็เดินออกจากร้านขายสัตว์เลี้ยงวิเศษและเดินไปตามทางเดินในเมือง มีของมากมายให้เลือกซื้อทั้งร้านขายไม้กวาดวิเศษ ตำราเวทย์มนต์ต่างๆและไม้กายาสิทธิ์ระหว่างทางที่เดินนั้นมีคนเดินเข้ามาพูดคุยกับมิลีเซ็นท์เธอชื่อ คามิลลา เป็นเพื่อนที่ทำงานในกระทรวงเวทย์มนต์ คามิลลาจึงชวนมิลีเซ็นท์ไปหาที่คุยพวกเธอเดินผ่านร้านน้ำชาและตัดสินใจเข้าไปนั่งคุยกันในร้าน..พวกเธอเดินเข้าไปนั่งที่โต๊ะในสุดของร้านแต่ระหว่างที่เดินผ่านโต๊ะตรงกลางร้านก็เจอหญิงชราคนหนึ่งนั่งบ่นอะไรงึมงัมเบาๆพวกเธอไม่ได้สนใจมากนักแต่หญิงชรามองอริสแบบแปลกๆทั้งสามได้ที่นั่งแล้วและสั่งเครื่องดื่มและน้ำชาอริสเอยปากถามมิลีเซ็นท์

อริส : คุณป้าค่ะคุณยายที่นั่งอยู่ตรงนั้นเป็นใครคะ

มิลีเซ็นส์  : อ๋อแก่เป็นคนเสียสติจ๊ะมาจากใหนก็ไม่รู้แต่แกน่าสงสารนะวันๆนั่งบ่นอยู่คนเดียวแกไม่มีเพื่อน

อริส : งั้นหนูขอคุยกับแกได้มั้ยค่ะ

มิลีเซ็นส์  : ได้จ๊ะ

อริสก็เดินเข้าไปพูดคุยกับหญิงชราคนนั้นหญิงชราแต่งตัวมีเสื้อกันหนาวเก่าๆมีรูขาดบ้างเป็นบางจุดดูจากมือของเขาเหี่ยวมากส่งสัยอายุคงมากเลยเป็นแบบนั้นทั้งสองคุยกันและทักทายกันและอริสได้ถอดผ้าพันคอของตนเองให้หญิงชราเพื่อเอาไว้กันหนาวแต่ที่อดสงสัยไม่ได้ก็คือหญิงชราคนนั้นพูดคุยกับอริสแบบคนปกติไม่ได้เสียสติแบบที่ใครๆเขาพูดกัน

หญิงชรา : มาทำอะไรที่นี่จ๊ะหนู 

อริส :  วันเกิดตนเองป้าจึงพามาเที่ยวในเมือง

จากนั้นหญิงชราจึงนั่งเงียบไปพักหนึ่งจึงเอยปากขึ้น 

หญิงชรา : ยายมีของที่จะให้หนูเป็นของขวัญนะยื่นมือมาสิ

อริสยื่นมือรับของที่หญิงชราให้มันคือสร้อยเงินและมีจี้เป็นไข่มุกขีขาวแวววาวมันสวยมากและดูเหมือนของที่มีราคาแพงอริสจึงถามหญิงชรา

อริส :   ได้มันมาจากใหนค่ะคุณยายมันสวยดีคะ

หญิงชรา :  ยายได้มันมาจากทะเลสาบเงือกอันไกลโพ้นที่ซึ่งทุกอย่างหน้ากลัวและอันตรายมากคือแบบว่ามีนางเงือกตนหนึ่งนอนเกิยตื้นใกล้จะตายคงเป็นผลจากการต่อสู้อะไรสักอย่างยายจึงเข้าไปดู นางเงือกตนนั้นบอกยายยื่นมือมารับสร้อยเอาไว้และบอกว่าเก็บมันไว้ให้ดีจากนั้นนางเงือกก็สิ้นใจยายเก็บมันเอาไว้เป็นเวลากว่า แปดสิบปี  ไม่เคยมีใครได้เห็นมัน

อริส :ว้าว หน้าทึ้งมากคะคุณยายเก็บของมีค่านี้ไว้นานกว่าอายุของหนูซะอีก.. 

มิลีเซ็นท์ : .อริสไปกันต่อได้แล้วจ๊ะหลานรัก

อริสจึงบอกลาหญิงชราคนนั้น หญิงชราบอกกับอริสว่าเก็บสร้อยไว้ให้ดีนะ

 

 

 

ตอนที่ 2 

ณ  คฤหาสน์ ของ แม่มด ธีโอดอรา  ไกลจากเมืองแบล็คเบิร์น ทางตอนใต้ ประมาณ 100  กิโลเมตร

เป็นที่อยู่ของแม่มดตระกูลดัง ธีโอดอรา แมคทิว  เธอทำงานเป็นรองรัฐมนตรีกระทรวงเวทมนตร์ เธอมีอำนาจค่อนข้างมากในกระทรวงเวทมนตร์   

วีนัทแบทเชอร์   เดินทางมาถึง คฤหาสน์ แมคทิว ทางเข้านั้นเต็มไปด้วยต้นไม้สูงตระง่ายืนต้นเต็มไปหมด

บรรยากาศเงียบไม่มีแม้แต่เสียงนกร้อง      ท่ามกลางความเงียบนั้นพวกนักต้อนเดินผ่านเข้ามามีแต่เสียงที่พวกเค้าเหยียบใบไม้เมื่อผ่านเข้าไปยังทางเดินของ คฤหาสน์ แมคทิว  วีนัทแบทเชอร์   

 พาลูกน้องเดินขึ้นไปบนชั้น 2 ของ  คฤหาสน์  ไปยังห้องโถงชั้นบน

วีนัทแบทเชอร์ : นายหญิง ข้ามีข่าว

ธีโอดอรา : พวกแกจะมาบอกฉันว่าพวกแกตามหาเด็กนั้นและไม้กายาสิทธ์เรดเมเปิลไม่เจอใช่มั้ย..

เธอพูดด้วยอารมณ์ที่โมโหเล็กน้อย

วีนัทแบทเชอร์ : ครับนายหญิง

ธีโอดอรา : พวกแกไม่สมควรกลับมาให้ฉันเห็นหน้าอีก

วีนัทแบทเชอร์ :  ข้ามีข่าวจะมาบอก คือเด็กนั้นที่หายไปลูกของ ทอมเจ้าหัวขโมย มันเป็นเด็กผู้หญิง เมื่อ 11 ปี   ก่อนพวกข้าไล่ต้อนมันไปที่เมือง แบล็คเบิร์น แต่ตอนที่ข้าเจอมันเด็กนั้นไม่อยู่กับมัน    ข้าไม่นึกว่ามันจะเอาไม้กายาสิทธ์เรดเมเปิล ให้เด็กไป..ข้ากำจัดมันและตามหาเด็กที่หายไปแต่...

ธีโอดอรา :แต่พวกแกหาเด็กนั่นไม่เจอ

วีนัทแบทเชอร์ :   แต่นั้นไม่ใช่ประเด็นที่ข้าจะมาพูดในวันนี้  วีนัทแบทเชอร์       สั่งลูกน้องนำตัว  มอเนียร์   ช่างทำไม้กายาสิทธ์ เร่ร่อน มาพบกับธีโอดอรา

ธีโอดอรา :   คนเร่ร่อนนี่เป็นใคร  วีนัท

วีนัทแบทเชอร์ :   ข้าขอแนะนำนายหญิงรู้จักกับ

วีนัทแบทเชอร์ :  มอเนียร์ ช่างทำไม้กายาสิทธ์    จากทางเหนือมันผู้นี้มีหมายจับจาก กระทรวงเวทมนตร์     และคุกอัซคาบัน มีชื่อมันติดไว้รอแล้ว แต่ข้าคิดว่ามันจะเป็นประโยชน์กับพวกเราครับข้าถึงจับตัวมันมาที่นี่ ข้าได้ยินมันอ้างถึงไม้กายาสิทธ์เดทธอร์ ที่ทรงพลังและไม้กายาสิทธ์เอลเดอร์ที่สาบสูญในตำนาน

ธีโอดอรา: พูดขึ้นใหนแกพูดให้ข้าฟังซิหน่อยซิว่าข้าจะได้ไม้กายาสิทธ์ทั้งสองได้ที่ใหน 

มอเนียร์ กล่าว ด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยมั่นใจนัก

มอเนียร์ :  คือข้าเคยได้ยิน ปู่ข้าพูดให้ฟังว่า มีเกาะอันห่างไกลที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเมืองแบล็คเบิร์นแห่งนี้นับ 1 พันกิโลเมตร  เกาะแห่งนั้นไม่มีมนุษย์หรือพ่อมดแม่มดอาศัยอยู่ ที่สำคัญไม่มีพ่อมดแม่คนใดขี่ไม้กวาดหรือหายตัวไปถึงที่นั่นได้ ต้องเดินทางด้วยเรือเท่านั้น

ว่ากันว่าเกาะแห่งนั้น มียมทูต นาม เดเนธอร์ เจ้าของผู้ครอบครองไม้กายาสิทธ์ เดทธอร์ อันทรงพลัง

ตามตำนานกล่าวไว้ เมื่อ 50 ปีก่อน 

มีมังกรดุร้ายอาศัยอยู่บนเกาะแห่งนั้นเป็นมังกรสายพันธุ์ฮังการีหางหนาม มีเกล็ดสีดำ และรูปร่างคล้ายกิ้งก่า ตาสีเหลือง เขาสีบรอนซ์ และ ตลอดหางอันยาวเหยียดของมัน ก็มีหนามแหลมสีบรอนซ์เช่นเดียวกัน พันธุ์หางหนามพ่นไฟได้ไกลที่สุด (ไกลสุดถึง 15 ฟุต) ไข่สีเทา เหมือนสีเมนต์และเปลือกแข็งมากตัวอ่อนจะเจาะเปลือกไข่ ออกมาโดยใช้หาง ซึ่งมีหนามแหลมติดตัวมาตั้งแต่เกิด พันธุ์ฮังการีหางหนาม กินแพะ แกะ และถ้าเป็นไปได้ก็จะกินมนุษย์เป็นอาหาร

ด้วยความดุร้ายของมัน จึงทำให้มีพ่อมดแม่น้อยคนนักที่จะกล้าเดินทางไปเผชิญหน้ากับมังกรตัวนี้

และเท่าที่ได้ยินมาไม่มีใครรอดออกมาจากเกาะนั้นได้เลย

จนวันหนึ่ง ยมทูต นาม เดเนธอร์ ได้ยินข่าวจากพ่อมดพูดถึงมังกรตัวนี้

เดเนธอร์ จึงเกิดความคิดที่จะ สังหารมังกรตัวนี้และนำเอาหนามอันใหญ่ที่ติดกับส่วนหัวของมันมาทำไม้กายาสิทธ์ที่ทรงพลังไม่แพ้ไม้กายาสิทธ์เอลเดอร์ที่ยมทูตตนหนึ่งได้สร้างขึ้นไว้นั้นเอง

เดเนธอร์ ได้เดินทางไปถึงเกาะและพบกับมังกรตัวนั้นและ เดเนธอร์ ได้ออกอุบายว่าจะให้รางวัลกับเจ้ามังกรที่สามารถเอาชนะพ่อมดหลายคนได้และมีชีวิตอยู่มานาน  เดเนธอร์กล่าวว่าเขามีลูกแก้ววิเศษหากผู้ใดได้กลืนกินลงท้องไปจะทำให้ได้อำนาจแห่งยมทูตติดตัวไปด้วย   มังกรได้ยินแบบนั้นจึงเกิดความคิดอยากได้ลูกแก้วนั้นจึงเอ่ยขอกับยมทูต  เดเนธอร์ได้ยินเช่นนั้นจึงยื่นลูกแก้วนั้นให้เจ้ามังกรไป

มังกรถึงจะเป็นถึงสัตว์วิเศษแต่ก็ไม่ทันความเจ้าเล่ห์ของยมทูตไปได้ มังกรได้กลืนลูกแก้วลงท้องไป

ไม่นานมันรู้สึกเหมือนถูกสาปให้เป็นให้เป็นหินเริ่มจากส่วนขาขึ้นมา แต่คำสาปยังไม่ถึงส่วนหัวของมัน

 

และยมทูตก็ใช้อาวุธคู่กายที่เป็นคล้ายกับ เกี่ยวปลายแหลมและมีด้ามจับยาว ฟังลงตรงคอขอเจ้ามังกรจนคอของมังกรขาดออกจากร่างและตกลงพื้น ยมทูตได้ตัดเอาหนามชิ้นใหญ่ส่วนหัวของมันออกมาและ

ผนึกวิญญาณ ที่ดุร้ายของมังกรตัวนั้นเข้าด้วยกันและด้วยอำนาจแห่งยมทูตเขาได้สร้างไม้กายาสิทธ์ที่ทรงพลังขึ้นมาจากหนามที่ได้จากมังกรที่ดุร้ายในตำนานนั้นเอง

มีพ่อมดหลายคนต้องการที่จะครอบครองไม้กายาสิทธ์เดทธอร์จึงเดินทางไปหายมทูต เดเนธอร์  และได้ขอ ไม้กายาสิทธ์เดทธอร์อันทรงพลังมาเป็นของตนแต่ไม้กายาสิทธ์อันทรงพลังนี้มันไม่ได้มาฟรีๆ แน่นอน  ยมทูตกล่าว ว่าผู้ใดตอบตกลงว่าจะหาดวงวิญญาณ 1000 ดวงมาให้ยมทูตได้ภายใน 30 ราตรี นั้นจะได้เป็นผู้ครอบครองไม้กายาสิทธ์เดทธอร์อันทรงพลังอันนี้ แต่ถ้าหาดวงวิญญาณ 1000 ดวง มาไม่ได้ภายใน 30 ราตรี  มันผู้นั้นจะต้องถูกดึงวิญญาณออกจากร่างแทน

จึงมีพ่อมดหลายคนเอาชีวิตไปทิ้งเพื่อแค่แลกกับไม้กายาสิทธ์อันทรงพลังอันนี้  

 ธีโอดอรา :   แกจะพาฉันไปที่เกาะนั้นได้หรือไม่

มอเนียร์ :  เราต้องมีเรือและ ม้ายูนิคอน ตัวผู้ไปด้วย  มันจะถูกใช้เป็นค่าผ่านทางเพื่อเข้าเกาะ

ธีโอดอรา :   แกไปจัดเตรียมเรือและ ม้ายูนิคอน ให้พร้อม นะวีนัทแบทเชอร์       เราจะเดินทางใน 10 วัน  

  วีนัทแบทเชอร์

วีนัทแบทเชอร์ : ได้ครับ นายหญิง

มอเนียร์เอ่ยกับ ธีโอดอรา ว่า   เขาต้องการอิสระ จากหมายจับนั้น

ธีโอดอรา :   เจ้าจะได้ตามที่เจ้าขอแต่ข้าต้องได้ ไม้กายาสิทธ์ เดทธอร์ มาครองครองเท่านั้นไม่งั้นข้าจะส่งเจ้ากลับไป คุก อัซคาบัน ซะ

วันต่อมา   ณ  กระทรวงเวทมนตร์ ใจกลางกรุงลอนดอน    ตอนเช้า มีพ่อมดแม่มดมากมายที่ทำงานที่นั้นรวมถึง ธีโอดอราด้วย

วันนั้น มิลีเซ็นต์พา อริสมาที่ทำงานด้วย มาพร้อมกับคามิลา หลังจากทำงานเสร็จพวกเธอกะว่าจะพาอริสไปเที่ยวต่อที่ ลอนดอน 1 วัน  

 

ณ ห้องทำงานของ ธีโอดอรา มีจดหมายวางอยู่ จดหมายจาก ทาร์ทารลอฟ ซิคเตอร์

รัฐมนตรีกระทรวงเวทมนต์ ธีโอดอรา เธอเปิดอ่านจดหมายดู ท่านรัฐมนตรีไดเชิญเธอไปที่ห้องทำงานเป็นการส่วนตัว

ธีโอดอรา กล่าวทักทาย ท่านรัฐมนตรี

ธีโอดอรา : ท่านรัฐมนตรี มีธุระด่วนอะไรกับดิฉันหรอค่ะ

ทาร์ทารลอฟ  : วันก่อนทางสายตรวจแห่งกระทรวงเวทมนต์ได้เห็นคนของคุณจับตัวนักโทษตามหมายจับของกระทรวงเวทมนต์ไปแล้วเขาไปอยู่ที่ใหนแล้วหล่ะ  ธีโอดอรา ตอบ ปฏิเสธทันทีว่าไม่รู้เรื่อง

ทาร์ทารลอฟ  :   ธีโอดอรา แต่มีคนเห็นลูกน้องของคุณพาคนร้ายเข้าไปที่บ้านของคุณนะ

ธีโอดอรา ทำสีหน้าตกและตัวสั่นนิดๆ เธอจึงพูดขึ้น

ธีโอดอรา :ว่าถ้าฉันไม่ให้หล่ะ

ทาร์ทารลอฟ :  ไม่เอาหน่ะ ธีโอดอรา ว่ารอฟังคำตอบจากคุณและหวังว่าคุณจะงส่งผู้ร้ายให้กับผม

ธีโอดอรา กล่าวขึ้นแบบเสียงที่จริงจัง

ธีโอดอรา :คนตายย่อมพูดไม่ได้ใช่มั้ย  จะไม่มีใครรู้เรื่องนี้

ทาร์ทารลอฟ : นั่นคุณพูดอะไร แล้วคุณจะทำอะไร

เธอยกไม้กายาสิทธ์ของเธอขึ้นมาชี้ไปทาง ทาร์ทารลอฟ  แล้วเสกคำสาปพิฆาต อะวาดา เคดาฟรา  ลำแสงสีเขียวพุ่งตรงเข้าใส่ ทาร์ทารลอฟอย่างจัง  มิลีเซ็นต์ เปิดประตูเข้ามาเจอพอดี

 

ตอนที่ 3

วินาทีนั้นไม่มีอะไรที่จะน่ากลัวไปกว่าการที่ได้เห็นคนถูกคำสาบ พิฆาต ต่อหน้าต่อตา มิลีเซ็นต์ เธอยืนอึ้งสักพัก
จากนั้น ธีโอดอรา เธอเองก็ตกใจที่เห็น มิลีเซ็นต์ เช่นกันเธอพูดขึ้น

 

ธีโอดอรา :  มิลีเซ็นต์ นี่เธอเห็น ... ฉันจำเป็นต้องทำ 

ธีโอดอราเธอทำสีหน้าเย็นชาและเธอยกไม้กายาสิทธิ์ขึ้นชี้ไปทาง มิลีเซ็นต์ และเสกคำสาบ พิฆาต ใส่มิลีเซ็นต์อย่างจัง
เธอยังไม่ทันได้ตั้งตัว ลำแสงสีเขียววิ่งผ่านร่างของเธออย่างรวดเร็ว ร่างของเธอแน่นิ่งและดวงตาที่ยังค้างอยู่ก็ล้มลงกับพื้น
จากนั้นมีเสียงวิ่งมาจากทางด้านหน้าของประตู และมีเสียงตะโกนว่าเกินอะไรขึ้น ธีโอดอรา เธอไม่รอช้าเธอรีบเอาไม้กายาสิทธิ์
ของมิลีเซ็นต์ออกมาและเอาใส่มือของ มิลีเซ็นต์ ทันทีและเธอเสกคาถาใส่ตังเองให้บาดเจ็บเช่นกันและเธอล้มลง
จากนั้น คนของทางกระทรวงก็เปิดประตูเข้ามาทุกคนตกใจและหันหน้าไปมา แล้วเอ่ยถาม

มือปราบมาร : เกิดอะไรขึ้น กับท่านรัฐมนตรี 

ธีโอดอรา : มิลีเซ็นต์ เป็นคนฆ่าท่านรัฐมนตรีและเธอจะฆ่าฉันด้วย 

ทุกคนในห้องอึ้งกับสิ่งที่ไดยินมาก วีนัทแบทเชอร์ ก็ยืนอยู่ในกลุ่มของมือปราบมารและเค้าก็มองหน้าธีโอดอรา เค้ารู้
ว่าต้องทำยังไง 
เค้าหันไปพูดกับมือปราบมาร แบบเสียงที่เข้มแข็งมาก 
วีนัทแบทเชอร์ :  พวกแกได้ยินแล้วใช่มั้ย ว่านายหญิงของข้าบอกว่า
มิลีเซ็นต์ เป็นคนฆ่าท่านรัฐมนตรีกระทรวงเวทมนต์ รีบไปแจ้งข่าวให้ปลัดอวุโสทราบเร็วเข้า

จากนั้น วีนัทแบทเชอร์ ก็เข้าไปช่วยผยุง ธีโอดอรา ยืนขึ้น แล้วค่อยๆเดินไปนังเก้าอี้รับรองแขก
วีนัทแบทเชอร์ เอ่ยขึ้น

วีนัทแบทเชอร์ :   นายหญิง เป็นยังไงบ้าง 

ธีโอดอรา :  ฉันไม่เป็นไรมาก แกรู้ใช้มั้ยว่าต้องทำยังไง

วีนัทแบทเชอร์ : ครับนายหญิง ข้าจะจัดการต่อเอง 

                 

                ณ ห้องโถงศูนย์กลางกระทรวงเวทมนต์ ผู้คนต่างแตกตื่นกับข่าวที่ออกไปในเวลาที่กำลังวุ่นวายนั้น คามิลาและอริสก็ตกใจกับข่าว
การตายของ รัฐมนตรีกระทรวง เช่นกัน แต่พวกเธอยังไม่รู้ว่า มิลีเซ็นต์ก็ถูกสังหารและยังตกเป็นฆาตกรอีกด้วย
ไม่กี่นาทีต่อมา ท่านปลัดกระทรวงเวทมนต์ ก็ได้ออกแถลงการข่าวการตายของ ทาร์ทารลอฟ ซิคเตอร์ รัฐมนตรีกระทรวงเวทมนต์
ได้เสียชีวิตแล้ว ฆ่าตกรที่สังหาร ทาร์ทารลอฟ ซิคเตอร์ รัฐมนตรีกระทรวงเวทมนต์ ก็คือ มิลีเซ็นต์ เจมส์ เบลลาทริกซ์ 
ทุกคนต่าง ส่งเสียงดังฮือฮา วุ่นวาย กันพักใหญ่ อริสและคามิลา ยังคงตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น 
ปลัดกระทรวงตะโกนขึ้นให้ผู้คนเงียบ และเขาได้กล่าวต่อว่า

ปลัดกระทรวง:  มิลีเซ็นต์ ได้พยายามฆ่า ท่านรองรัฐมนตรี อีกด้วยตอนนี้เธอก็ได้รับบาดเจ็บเช่นกันส่วน 
มิลีเซ็นต์ เธอเสียชีวิตในการต่อสู้ 


อริสร้องไห้เมื่อได้ยินเช่นนั้น คามิลารู้ทันทีว่าต้องทำยังไงเธอรีบจับมืออริส และวิ่งตรงไปยัง
เตาเผาเวทมนต์ แต่ก็ไม่ง่ายนักเพราะมือปราบมารได้มองเห็นเธอและอริสพวกเขาจึงตะโกนและวิ่งเข้าหาเพื่อ จับกุม
แต่ คามิลาเธอได้เสกคาถาสกดนิ่ง ใส่มือปราบมารล้มไปหลายคน ผู้คนแตกตื่นกันยกใหญ่ เธอจับมืออริสวิ่งไปตรงไปยังเตาเผาเวทมนต์
เพื่อหนี เธอวิ่งไปถึงเธอรีบเข้าไปข้างในและวาปหนีไป ส่วนทางด้าน ปลัดกระทรวงเวทมนต์ได้ออกคำสั่งให้ ตามล่าคามิลาและเด็กอริส
ทันที ทางด้านหนังสือพิมพ์เดลี่พรอเฟต ได้ตีพิมพ์ ข่าวการตายของ รัฐมนตรีกระทรวงเวทมนต์ ว่าถูกฆ่าตกรรมโดย 
มิลีเซ็นต์ เจมส์ เบลลาทริกซ์ คนของกระทรวงเอง

กลับมาทางด้าน คามิลาและอริส พวกเธอวาปมาโผล่ที่ริมแม่น้ำใกล้กับตัวเมือง แบล็คเบิร์น อริสเธอร้องไห้ไม่หยุด
คามิลา เธอก็เสียใจเช่นกันเธอทำอะไรไม่ถูก


เธอเอ่ยกับอริส: ฉันไม่เชื่อว่า มิลีเซ็นต์ จะทำแบบนั้น 

เธอบอกกับอริสว่า ทางกระทรวงจะต้องออกตามล่าตัวเธอกับอริสเป็นแน่ เธอจึงวางแผนให้อริสหนีไปเมืองอื่น
แต่อริส อายุแค่นี้เองเธอจะเอาตัวรอดได้เช่นไร คามิลา นึกขึ้นได้อริสยังไม่มีไม้กายาสิทธิ์ ติดตัวเลย

เธอย้อนกลับไปยังบ้านของ มิลีเซ็นต์อีกครั้งก่อนที่คนของทางกระทรวงจะมาค้นบ้าน เธอมาถึงบ้านของ มิลีเซ็นต์แล้ว
ทั้งคู่รีบเข้าไปในบ้านเธอขึ้นไปบนชั่น 2 ของบ้านและเข้าไปในห้องของ อริส เธอมองหาตู้กระจก มิลีเซ็นต์ เคยบอกคามิลา เอาไว้
ว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเธอให้เอาไม้กายาสิทธิ์ เรดเมเปิล ให้กับอริส มันซ่อนอยู่ในกระจกในห้องอริส
เธอพูดขึ้นมา

คามิลา :  อริส ถอยออกห่างจากกระจกสิ 

เธอเสกคาถาทำลาย ใส่กระจกแตกละเอียด 
กล่องไม้เก่าสีดำก็หล่นลงพื้น เธอรีบหยิบขึ้นมาด็แล้วเปิดออก มันเป็นกล่องไม้กายาสิทธิ์ เธอยื่นมันให้กับ อริส

อริส ถามคามิลาด้วยความสงสัย เธอจึงตอบอริส

คามิลา : ไม้กายาสิทธิ์ อันนี้มันเป็นของเธอ 

อริสทำสีหน้างงเพราะไม่เคยเห็น
คามิลาบอกอริส เราไม่มีเวลาแล้วเราต้องรีบไป 
ทั้งคู่ รีบวิ่งลงมาจากชั้นบนกำลังจะออกประตูหน้าบ้าน แต่มีคนยืนอยู่หน้าบ้าน 2 คน ทันใดนั้นมีเสียงจากคนที่ยืนอยู่ข้าง
นอกตะโกนเข้ามา ว่า อริส . อริส คนที่เรียกชื่อ อริส นั้นคือ แดเนียล เพื่อนบ้านของเธอนั่นเอง
อริสและคามิลา ดีใจที่เจอคนรู้จัก แดเนียล เอ่ยขึ้น ว่า

แดเนียล : ฉันกับพ่อได้ข่าวจากในเมือง คือเราไม่เชื่อว่าป้ามิลีเซ็นต์ จะทำแบบนั้น 
เธอต้องถูกใส่ร้ายแน่ และฉันกับพ่อคิดว่าเธอกำลังต้องการความช่วยเหลือ 


คามิลา :  ใช่เราต้องการความช่วยเหลือ ฉันต้องพา อริส หนี 

ทันใดนั้นมีเสียงตะโกนมาจากหน้าหมู่บ้าน
พวกนักต้อนมาถึงแล้ว วีนัทแบทเชอร์ นำทีม มือปราบมารนับ 10 คนมาด้วยเขาตะโกนว่า

วีนัทแบทเชอร์ :  จับพวกมันให้ได้ 

นักต้อน ต่างยิงคาถา สกดนิ่ง ใส่พวก คามิลา พวกเธอวิ่งหลบ เธอบอกให้แดเนียลพาอริสหนีไป สก๊อตแลนด์
อริส : ป้าคามิลา ต้องไปกับพวกเรา 

คามิลา : เธอต้องหนีไป ฉันจะถ่วงเวลาพวกมันไว้แล้วจะตามไป 

แดเนียลรีบจับแขน อริส และเขาทั้ง 3 คนรวมถึงพ่อของ
แดเนียล ก็หายตัวไป 
ทางด้านคามิลา หันกลับมาต่อสู้กับพวกนักต้อน แต่เธอก็เสียท่า วีนัทแบทเชอร์ เธอโดนคาถา สกดนิ่ง เข้าอย่างจัง
เธอล้มลง พวกนักต้อนรีบจับตัวเธอไว้

 

 

กลับมาทางกระทรวงเวทมนต์ หลังจากเหตุการณ์ร้ายที่เกิดขึ้นกับ ทาร์ทารลอฟ ซิคเตอร์ รัฐนมต์ตรีกระทรวงเวทมนต์ 
ในห้องประชุมเหล่าพ่อมดแม่มดและปลัดอวุโสต่างพากันประชุมอย่างเคร่งเคลียด และในที่สุดสภาก็มีมติเห็นชอบแต่งตั้ง
ธีโอดอรา พอล แมคทิว เป็น รัฐนมต์ตรีกระทรวงเวทมนต์ คนต่อไป เป็นไปตามที่คิดไว้เพราะเธอมีอิทธิพลมากในกระทรวง
ดังนั้นพ่อมดแม่มดที่ทำงานอยู่ในกระทรวงจึงเกรงต่ออำนาจของเธอมากเช่นกัน 
เวลา 15.30 นมีเสียงดังเหมือนคนทะเลาะกันมาจากทางด้านประตู้ห้องประชุม เจ้าหน้าที่เปิดประตู บรรยากาศ
ในห้องประชุมเงียบสงบลง ทุกคนหันไปมองที่ทางเข้าประตู วีนัทแบทเชอร์ กับพวกนักต้อนพร้อมกับมือปราบมาร
เดินเข้ามาในห้องประชุม พร้อมกับนักโทษ สมคบคิด คดีสังหาร ทาร์ทารลอฟ ซิคเตอร์ รัฐนมต์ตรีกระทรวงเวทมนต์

 

ธีโอดอรา : มาได้จังหว่ะ ทำได้ดีมาก แกจับนักโทษกลับมาได้ถึงได้แค่ 1 คนก็ตาม วีนัทแบทเชอร์ แกสมควรที่จะได้รับรางวัล ดิฉันในฐานะ

รัฐมนตรีกระทรวงเวทมนต์ จะขอแต่งตั้ง วีนัทแบทเชอร์ เป็นหัวหน้ามือปราบมาร 

 

จากนั้นมีการไต่สวนคดี ฆ่าตกรรม ทาร์ทารลอฟ ซิคเตอร์ รัฐนมต์ตรีกระทรวงเวทมนต์ 
เบิก จำเลยคนที่ 1 มิลีเซ็นต์ เจมส์ เบลลาทริกซ์ *เสียชีวิตแล้ว*
เบิกตัวจำเลยคนที่ 2 คามิลา แบรรี่ *นักโทษจับกุม*
เบิกตัวจำเลยคนที่ 3 อริส เจมส์ เบลลาทริกซ์ *นักโทษหลบหนี*

 

ฟังดูแล้วแทบไม่อยากจะเชื่อว่า ธีโอดอรา เธอจะคิดแผนการอันชั่วร้ายสังหารรัฐมนตรีคนก่อนแล้วยังโยนความผิดให้
คนบริสุทธิ์ อีก 3 คนได้ 
การไต่สวน เป็นไปด้วยความเคร่งเคลียดเพราะยังมีคนที่ไม่เชื่อกับสิ่งที่เกิดขึ้น คามิลา ถูกจับกุมและถูกตั้งคำถามต่างๆ
เธอปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา 
จนกระทั่ง ธีโอดอรา เธอใช้อำนาจที่มี ตัดสิน ให้นักโทษทั้ง 3 ต้องรับโทษจำคุก อัซคาบัน 
สิ้นคำตัดสินพ่อมดแม่มดก็โวยวายกันวุ่นวาย

 

ธีโอดอรา :  เงียบ !! เดี๋ยวนี้ 

ทุกคนเงียบและนั่งลง เธอกล่าวกับเจ้าหน้าที่ควบคุมตัว 

ธีโอดอรา : เอาตัวนักโทษ ไปยัง คุก อัซคาบัน เดี๋ยวนี้

หลังจากเสร็จสิ้นการตัดสินเธอก็ประกาศจับ นักโทษที่ยังหลบหนี และตั้งรางวัลนำจับ อริส อีกด้วย พวกเหล่านักต้อนต่าง
ตื่นเต้นกับเงินรางวัลนำจับมาก ทั้งนี้เธอยังได้สั่งให้ทางกระทรวงยึดบ้านของ มิลีเซ็นต์ เจมส์ เบลลาทริกซ์ และคามิลา แบรรี่ 
อีกด้วย

 

 


* กลับมาที่อริส * 
กลางป่าที่มีต้นไม้สูงไม่มีลมพัดใดๆ เสียเดินของคนเป็นระยะ อริสกับแดเนียลและพ่อของเขา ทั้ง 3 คนเดินอย่างเหนื่อยล้า
เสียแรงไปกับการหนีพวกนักต้อนแดเนียลเอ่ยขึ้น

 

แดเนียล : พ่อ ครับเมื่อไหร่จะถึง ...พวกเราเดินกันมาไกลแล้วนะครับ 

เขาพูดด้วยเสียงที่เหนื่อยล้า ส่วนอริสเธอเดินและเงียบไม่พูดจากับใครเลย
จอน  พ่อของแดเนียลจึงบอกกับแดเนียลและอริส

จอน :  เราจะพักข้างแม่น้ำข้างหน้า

 

เมื่อทั้ง 3คนเดินมาถึงแม่น้ำทุกคนนั่งพักอย่างหมดแรง 
แดเนียล :ธอเป็นไงบ้าง .. คือฉันเสียใจด้วยนะเรื่องป้าเธอ 

อริส :  ขอบคุณ แดเนียล  

จอน : คืนนี้เราจะพักกันที่นี่ พรุ่งนี้เราจะออกเดินทางกันต่อ ... เดี๋ยวฉันจะไปเสกคาถาป้องกัน

จากนั้น จอน ก็ไปเสกคาถาป้องกันบริเวณเพื่อพรางตาพวกนักต้อน เขาทั้ง 3 คนนั่งข้างกองไฟ 
บรรยากาศที่เย็นและเงียบทำให้ป่านั้นน่ากลัวเลยทีเดียว 
แดเนียล : ฉันเห็นเธอถือกล่องนั่น ไม่ยอมวางมันคืออะไรหรอ 

อริส: กล่องไม้กายาสิทธิ์ 

เธอเปิดกล่องออกมาแล้วหยิบไม้กายาสอทธิ์ ขึ้นมาให้แดเนียลดู แดเนียลทำหน้างง เพราะไม่เคยเห็นไม้กายาสิทธิ์ที่มีสีแดง
ดูแปลกตามาก

จอน:  ขอฉันดูใกล้ๆ ซิ 

อริส ยื่นไม้กายาสิทธิ์ ให้กับ จอน เขาจับมันด้วยมือที่สั่นจากนั้นเขาเอ่ยขึ้นทันที
จอน : พระเจ้า เธอได้มันมายังไง 

อริส : คามิลาเธอบอกว่าป้าหนูเก็บไว้ให้หนูคะ ... ทำไมหรอค่ะ

จอน :  ก็มันคือไม้กายาสิทธิ์ที่หายากและทรงพลังที่สุดจากหนึ่งในสาม ไม้กายาสิทธิ์ที่สาบสูญ นี่อาจเป็นเหตุที่พวกนั้นตามล่าเธอ เธอจงใช้มันให้ดีๆและเก็บมันไว้ให้ดี 

 

จากนั้นมีเสียงคล้ายคนกำลังเดินทางริมแม่น้ำ พวกเขาจึงดับไฟแล้วนั่งเงียบๆ และแอบมองไปยังทางริมแม่น้ำ
พวกนักต้อนพร้อมกับหมาป่า ตัวโต พวกมันเดินตรงมาแล้วหมาป่าหยุดแล้วทำท่าทางดมกลิ่น หัวหน้ากลุ่มนักต้อนจึงสั่ง
ให้ลูกน้องหยุดและเงียบ หมาป่าตัวโต เห่าขึ้นและหันหน้ามาทาง ที่ซ่อนของ อริส 

หัวหน้ากลุ่มจึงเอ่ยขึ้น
ชีร่า แกได้กลิ่นอะไรรึ มีอะไรอยู่ตรงนั้นใช่มั้ย 

ถึงจะมีคาถาเสกป้องกันไว้อย่างไรก็มิอาจจะป้องกันการดมกลิ่นของหมาป่าได้ หัวหน้ากลุ่มนักต้อนจึงยกไม้กายาสิทธิ์ขึ้น
และยิงคาถา

อินเซนดิโอ 

ลูกไฟพุ่งตรงไปยังริมแม่น้ำกระทบเข้ากับเกราะเวทมนต์ที่ จอนได้เสกไว้ทำให้พวกนักต้อน
เห็นกำแพงเวทมนต์ที่มีคนเสกเพื่ออำพรางตาไว้ หัวหน้านักต้อนจึงเสกคาถาทำลายใส่เกราะเวทมนต์นั้นพังไป
แล้วเผยสิ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังกำแพงนั่น

จอนทำหน้าตกใจแล้วหันมาบอก แดเนียลกับอริสวิ่ง .. .. 

หัวหน้ากลุ่มนักต้อนจึงสั่ง หมาป่าของเขา

ชีร่า จับพวกมันมาให้ได้ 

หมาป่าตัวโต วิ่งอย่างรวดเร็ว ทั้งพวกนักต้อนก็วิ่งเช่นกัน

 

เป็นภาพประกอบเท่านั้น

จอนบอกให้แดเนียลและอริสวิ่งหนีไปส่วนเขาหันกลับมาสู้กับหมาป่าตัวโต โดยลำพัง เขายกไม้กายาสิทธิ์ของเขาขึ้นแต่ยังไม่ทันได้เสกคาถา
ป้องกันตัว หมาป่า พุ่งโจมตีเขาอย่างแรงไม้กายาสิทธิ์หลุดออกจากมือของเขา หมาป่าเหวี่ยงร่างของเขากระเด็นไปชนกันต้นไม้อย่างแรง
แดเนียลวิ่งเข้าไปหาพ่อของเขา แดเนียลพยุ่งร่างของพ่อเขาขึ้นมาบนตัก 
จอน : หนีไป 

แดเนียล: ไม่ผมจะไม่ทิ้งพ่อไปใหน 

หมาป่า แยกเขี่ยวกระโดดจู่โจมแดเนียล 
อริส จึงยกไม้กายาสิทธิ์เรดเมเปิลเสกคาถา 
สตูเปฟาย
ชี้ไปทางหมาป่า ตัวนั้น ลำแสงสีแดงพุ่งไปใส่หมาป่าอย่างจัง ร่างของมันกระเด็น
ไปหลายเมตร และแน่นิ่งไป

 

ตอนที่ 4 

 

ความรู้สึกตื่นเต้นของเธอเมื่อเสกคาถาจากไม้กายาสิทธิ์ที่ทรงพลังอันนึงในโลก ส่วน ชีร่า หมาป่าตัวนั้น
นอนนิ่งไป เธอวิ่งเข้าไปหาแดเนียลและดูอาการของ จอน เขาบาดเจ็บมากเพราะหมาป่าตัวนั้นกัด จอน
เข้าที่ต้นคอ เลือดของเขาไหลออกมากแดเนียลและอริสไม่รู้จะช่วย จอน ยังไงเพราะทั้งคู่ยังเด็กไม่เก่งพอที่จะเสกคาถา
เพื่อช่วย จอน ได้เลย มีเสียงตะโกนมาจากริมแม่น้ำ พวกนักต้อนวิ่งมาและต้องหยุดชะงักเพราะ ชีร่า หมาป่าตัวโตและดุร้าย
ได้นอนแน่นิ่งอยู่ตรงหน้า พวกนักต้อนโกรธมากทุกคนยกไม้กายาสิทธิ์ขึ้นพร้อมโจมตี อริส 
หัวหน้านักต้อนเอ่ยขึ้น

"แกนังเด็กตัวแสบแกฆ่าหมาฉัน แกตายซะเถอะ " เขาพูดด้วยอารมณ์โกรธแค้นมาก

 

สายตาของพวกนักต้อนดูดุร้ายมาก 
พวกนักต้อนทั้ง 8 คนต่างเสกคาถาทำลายต่างๆ ใส่อริส ลำแสงจากปลายไม้กายาสิทธิ์ของพวกนักต้อน
ต่างพุ่งตรงไปทาง อริส เธอทำอะไรไม่ถูกเพราะเธอยังเด็ก ในวินาทีเธอทำอะไรไม่ได้เธอยกไม้กายาสิทธิ์
เรดเมเปิล ขึ้นป้องกัน ไม้กายาสิทธิ์ ของเธอเรืองแสงสีแดงจ้าขึ้นและปล่อยอานุภาพคล้ายเกราะสีแดง
ขึ้น ส่วนลำแสงที่เสกจากไม้กายาสิทธิ์ของพวกนักต้อน ไม่สามารถผ่านม่านเกราะสีแดงไปได้
แต่กลับสะท้อนคืนไปยังพวกนักต้อน ส่วนพวกนักต้อนต่างบาดเจ็บเพราะโดนคาถาของตัวเอง
บางคนถึงกับกระอักเลือด พวกนักต้อนถึงกับงงว่าเหตุใดจึงทำอะไรเด็กนั่นไม่ได้ 
อริส และแดเนียลมีโอกาศหนีพวกเขาช่วยกันประคอง จอน ลุกขึ้นและวิ่งแต่ไม่เร็วเท่าไรนัก พวกเขาวิ่งเขาไปในป่า
พวกนักต้อนที่บาดเจ็บไม่มากก็เริ่มลุกขึ้นรวมทั้งหัวหน้ากลุ่ม แล้วเขาตะโกนสั่งลูกน้องที่เหลือ

"ตามมันไป ฉันต้องได้ไม้กายาสิทธิ์นั่น " เขาดูโกรธมากเพราะเอาชนะเด็กไม่ได้

คนที่เหลือวิ่งตาม อริสและแดเนียลไปในป่า ทันใดนั้นมีลมพัดผ่านเยือกเย็นมากต้นไม้ใบไม้เริ่มแข็งตัว
พวกนักต้อนหยุดวิ่ง ทุกคนต่างมองหน้ากันและคิดว่าเกิดอะไรขึ้น

ทางด้านอริสและแดเนียลก็หยุดวิ่งเช่นกันเพราะ จอน พ่อของแดเนียลเหมือนจะไปไม่ไหวแล้ว
แดเนียลเอ่ยขึ้น

"พ่อทำใจดีๆไว้นะครับเราต้องรอดออกจากตรงนี้ " สีหน้าของแดเนียลดูไม่หมั่นใจในสิ่งที่เขาพูด

อริสพูดขึ้น

"แดเนียลเกิดอะไรขึ้น ดูสิ "

ใบไม้ที่พื้นเริ่มแข็งตัวและมีน้ำแข็งจับตัวขึ้น ทางพวกนักต้อนต่างกลัวในสิ่งที่กำลังจะผ่านเข้ามา
พวกเขามองขึ้นไปบนฟ้า แล้วต้องตกใจ

 

ผู้คุมวิญญาณ นับ 30 ตน มุ่งเข้ามาหาทุกคนในที่นั่น ผู้คุมวิญาณโจมตีพวกนักต้อน ทุกคนต่างวิ่งหนีเอาตัวรอด
เสียงร้องด้วยความกลัว หัวหน้ากลุ่มนักต้อนตะโกนบอกลูกน้องให้รวมกลุ่มกันไว้แต่ในนาทีนั้นพวกเขาไม่มีสติพอที่
จะป้องกันตัวเองได้เลย

 

พวกเขาเหล่านั้นถูกผู้คุมวิญญาณทำร้ายและสูบพลังชีวิต หัวหน้ากลุม เสกคาถาผู้พิทักษ์ ขึ้น 
แต่ไม้กายาสิทธิ์ของเขาไม่มีพลังพอที่จะต้านผู้คุมวิญญาณจำนวนมากขนาดนั้นได้เขาเสียท่าให้ผู้คุมวิญญาณ
ผู้คุมวิญญาณจัดการกับพวกนักต้อนเสร็จ พวกมันมุ่งมาทางอริส เธอไม่มีทางสู้แน่นอนเพราะเธอและแดเนียลยังเด็ก
และไม้รู้จักคาถา ผู้พิทักษ์ แน่นอน

อริสพูดขึ้น

"แดเนียล มันคือตัวอะไร น่ากลัวจัง " เธอพูดและทำสีตกใจเพราะเธอไม่เคยเห็นสิ่งที่กำลังมุ่งเข้ามา

 

แดเนียลตอบ 
"แต่มันกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ เราแย่แน่ " แดเนียล ก็รู้สึกกลัวเช่นกัน

 

ทันใดนั้นในความมืดและความเยือกเย็น กลับมีแสงส่วางสีขาว บริสุทธิ์ เปล่งรัสมีมาจากด้านข้างของพวกเขา
แสงสว่างมาก รัสมีของแสงนั่นไล่พวกผู้คุมวิญญาณทั้งหมดกระจายและหนีไป สิ้นแสงสว่างลงบรรยากาศเริ่ม
เข้าสู่สภาวะปกติมีเสียงเดินคล้ายคนจำนวนมากเดินตรงเข้ามาทางอริส 
ทันใดนั้นมีเสียงเอ่ยขึ้น

"เป็นยังไงบ้าง พวกเธอโอเค หรือป่าว"

เสียงนั้นคือเสียงของ คนแคระพวกเขามีกัน 7 คน ** คนแคระทั้ง 7 คือผู้พิทักษ์ แห่งป่า เซนโทเปียร์ **
อริสรู้สึกกลัวและงง ที่เห็นคนแคระ
หนึ่งในคนแคระนั้นเอ่ยขึ้น

"ดูเธอจะกลัวพวกเรามากกว่า ผู้คุมวิญญาณนะ " แล้วพวกที่เหลือก็หัวเราะขึ้น 

หัวหน้ากลุ่มคนแคระจึงพูดขึ้น 
"มีคนบาดเจ็บ ดูเขาอาการไม่ดีเลย"

แดเนียลจึงร้องขอกับพวกคนแคระให้ช่วยพอของตน หัวหน้ากลุ่มคนแคระจึงถามแดเนียลว่า

"เขาไปโดนอะไรมา "

แดเนียลตอบ 
"พ่อผมโดนหมาป่ากัด มันตัวโตมาก "

หัวหน้าคนแคระจึงพูดขึ้น
"โอ้..แย่แล้ว เขาอาจจะตายได้เราต้องพาเขาไปหาแม่มดขาวเดี๋ยวนี้ "

อริสจึงพูดขึ้น
"แม่มดขาวคือใคร "

หนึ่งในคนแคระจึงตอบออกไป

"เธอ คือหัวหน้า ผู้พิทักษ์ แห่งอาณาจักร เซนโทเปียร์ ..อยากรู้อะไรเดี๋ยวข้าจะเล่าให้ฟังทีหลังนะจ๊ะหนู
ตอนนี้เราต้องรีบพาชายคนนี้ไปให้แม่มดขาวรักษาก่อนดีกว่า"

จากนั้นพวกคนแคระก็ช่วยกันแบกร่างของ จอน ขึ้นเปล ที่เสกขึ้นมา พวกเขาเดินทางไปยังบ้านของแม่มดขาว
ที่อยู่ใกล้กับตัวเมือง เซนโทเปียร์ ระหว่างทางพวกเขาต่างพูดคุยกันถึงเรื่อง ที่ผู้คุมวิญญาณ โจมตีคนในเขต
ของ อาณาจักร เซนโทเปียร์

ในระหว่างที่เดินทางหัวหน้ากลุ่มคนแคระก็ได้ แนะนำตัวเพื่อนๆให้กับอริสได้รู้จัก

"ข้าขอแนะนำตัวเอง ข้าคือ ด๊อก โดปี้ หัวหน้ากลุ่ม ส่วนที่แบกเปลคนแรกคือ สลิปปี้
คนต่อไปคือ กรัมปี้ สนิ๊กซี่ แฮปปี้ โลซี่ และคนสุดท้าย แบซฟูล พวกข้าทั้ง 7
คือผู้ช่วยของแม่มดขาว "   ด๊อก โดปี้ กล่าว

อริสเธอจึงแนะนำตัวกับพวกคนแคระ

"ฉันชื่อ อริส เจมส์ เบลลาทริกซ์ ส่วนคนนี้คือ แดเนียลชาร์ค และพ่อของเขา จอน ชาร์ค "

 

พวกเขาพูดคุยกันไปเรื่อยๆจนมาถึงบ้านของ แม่มดขาวบ้านของเธอดูเงียบๆ และมีแสงสว่างมาจากในบ้าน
แน่นอนต้องมีคนอยู่แน่ๆ ด๊อก โดปี้ เคาะประตู และเรียกแม่มดขาว จากนั้นแม่มดขาวก็มาเปิดประตู
และทันใดนั้นประตูบ้านก็เปิดออก แม่มดขาวเธอจึงกล่าวทักคนแคระทั้ง 7

" สวัสดี มีอะไรให้ฉันช่วยหรือป่าวถึงมากันตอนนี้ .." เธอกล่าวกับคนแคระ

ด๊อก โดปี้ จึงตอบไปว่า

"เรามีคนบาดเจ็บ เขาถูกหมาป่ากัด และถูก ผู้คุมวิญญาณทำร้ายด้วย "

แม่มดขาวเอ่ยขึ้น

"โอ้ว...พาพวกเขาเข้ามาข้างในก่อน "

จากนั้นแม่มดขาวก็ทักทายอริส

"ไงสาวน้อย ฉันคือเอลิน่า เนอร์เทนรี่ แม่มดขาวแห่ง เซนโทเปียร์ เธอคือใครหรอ "

อริสตอบไปว่า

"หนูชื่อ อริส เจมส์ เบลลาทริกซ์ ส่วนคนนี้คือ แดเนียลชาร์ค และพ่อของเขา จอน ชาร์ค 
แต่จอนกำลังแย่เขาบาดเจ็บมากคุณช่วยจอนได้หรือป่าวค่ะ "


เอลิน่า ตอบอริส

"จ๊ะ แน่นอนฉันช่วยเขาได้ แต่ต้องรีบพาจอนเข้าไปข้างในก่อน "

และพวกเขาก็เข้าไปในบ้านของแม่มดขาว บ้านของเธอดูสดาตามาก มีชั้นวางหนังสือที่ใหญ่และเรียบร้อยมาก
ถัดมาเป็นห้องรับแขกและมีโซฟา 3-4 ตัว มีเตาผิง ถัดไปอีกห้องน่าจะเป็นห้องที่ใช้ผสมยาเพราะมองดูแล้ว
มีขวดยาเต็มไปหมด เอลิน่า จึงบอกพวกคนแคระว่า

"วางเขาลงโซฟาตรงนั้น "

จากนั้นเธอก็เดินไปหยิบขวดยาจากห้องที่ใช้ผสมยาของเธอมาแล้วเทยาลงบนแผลที่คอให้กับจอน ทันทีที่น้ำยาถูกหยดลง
แผลก็มีควันสีขาวออกมาจากแผล เธอจึงบอก แดเนียลว่า

"นี่คือยาแก้ พิษหมาป่า มันจะทำให้จอนหายจากบาดแผลได้ แต่ต้องใช้เวลา 2-3 วันกว่าจะหายดี และจอนเขาต้องการนอน
พักผ่อน"

 

ทุกคนก็ไปนั่งรวมกันที่หน้าเตาผิงและอริสก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้กับคนแคระและ เอลิน่า ฟัง อริสพูดถึงเรื่อง
ไม้กายาสิทธิ์ของเธอ เอลิน่า จึงเอ่ยขึ้นทันที

"เธอพูดว่าไงนะ ไม้กายาสิทธิ์สีแดงงั้นรึ ขอฉันดูไม้กายาสิทธิ์ของเธอหน่อย " เอลิน่าทำหน้างงและส่งสัยเล็กน้อย

จากนั้นอริส เธอก็หยิบไม้กายาสิทธิ์ของเธอขึ้นมา ทันทีที่เอลิน่าเห็นไม้กายาสิทธิ์เรดเมเปิล เธอก็ตกใจและถามว่า

"เธอได้ไม้กายาสิทธิ์เรดเมเปิล อันนี้มากจากใหน "

อริสจึงตอบว่า

"ป้า มิลีเซ็นต์ ของหนู บอกกับ คามิลา เพื่อนของเธอว่า ทอม พ่อของหนูฝากไว้ให้หนู ก่อนพ่อจะเสียชีวิต "

เอลิน่า เธอได้ฟังเช่นนั้นเธอถึงกับน้ำตาร่วง เธอร้องให้ออกมาและโอบกอด อริส น้ำตาของเธอไหลออกมาตามแก้ม
พวกคนแคระต่างพากันตกใจและซุบซิบกันไปมา

อริส จึงเอ่ยถาม

"เกิดอะไรขึ้นค่ะ "

เอลิน่า จึงพูดทั้ง น้ำตาว่า

"เจ้าของไม้กายาสิทธิ์เรดเมเปิล คือ ทอม เนอร์เทนรี่ เขาเป็นพี่ชายของฉันเอง อริสเธอคือหลานของฉันเอง" แล้วเธอกอดอริส

อริสจึงพูดขึ้น

"คุณเป็นอาจริงๆของหนูหรอค่ะ " อริสก็กอดเอลิน่า

หลังจากพูดคุยกันเสร็จพวกเขาทั้งหมดก็กินอาหารเย็นกัน และแยกย้ายกันเข้านอน อริสและเอลิน่าพวกเธอนอนห้องเดียวกัน
เอลิน่าเอารูปถ่ายของ ทอม เนอร์เทนรี่ กับ เจสสิก้า เทนรี่ พ่อและแม่ของอริสให้อริสดูเธอดูภาพแล้วเธอรู้สึกมีสีหน้ามีความสุขมาก
ทั้งคู่นอนคุยกันเอลิน่า ก็เล่าเรื่องของพ่อและแม่ของอริสให้อริสฟังจนเธอนั้นหลับไป

เช้าวันต่อมา เป็นวันที่อากาศดีทุกคนต่างตื่นนอนกันแต่เช้า เอลิน่าเธอออกไปหาของในป่าเพื่อเอามาทำยา
ส่วน จอน พ่อของ แดเนียล ก็อาการดีขึ้นแดเนียลรู้สึกดีใจที่พ่อของตัวเองรอดตาย แต่เขาก็ต้องนอนพักอีกหลายวัน
อริสรู้สึกเป็นห่วง คามิลา ที่ยังถูกคุมขังอยู่ที่ คุก อัซคาบัน เธอมืดแปดด้านไม่รู้ว่าจะหาวิธีใหนที่จะไปช่วย คามิลาได้เลย
เอลิน่า กลับมาจากการเดินป่า เธอเห็นอริสนั่งทำหน้าซึมเธอจึงเข้าไปถามอริส

"ไง อริส เธอโอเค มั้ย มีปัญหาอะไรหรอ " เอลิน่า ถาม อริส

"หนูอยากไปช่วย คามิลา เธอไม่มีความผิดอะไร แต่เธอต้องถูกคุมขัง ที่ อัซคาบัน " อริสกล่าว

จากนั้น เอลิน่า เธอได้เล่าเรื่อง คุก อัซคาบัน ให้อริสฟัง

อัซคาบันเป็นสถานที่ที่น่ากลัวมาก นักโทษเหล่านั้นจะถูกคุมขังโดยผู้คุมวิญญาณ มันเป็นสิ่งชีวิตที่น่าขยะแขยงเป็นที่สุด
หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งคือมันเป็นปีศาจที่ร้ายมองไม่เห็นที่คอยดูดกลืนวิญญาณของผู้คน อาหารของมันคือความรู้สึกที่ดีๆของมนุษย์
เมื่อมันเข้ามาใกล้นักโทษ นักโทษผู้นั้นจะสัมผัสได้ถึงความกลัว และเหมือนกับว่าพวกเขาจะไม่รู้สึกสนุกหรืออยากมีชีวิตอยู๋อีกต่อไปเลย 
พวกนักโทษจะถูกบังคับให้จมดิ่งอยู่กับเหตุการณ์ในอดีตที่มืดมิดและเลวร้าย และเป็นความทรงจำที่น่ากลัวที่สุดในชีวิตของพวกเขา 
บางครั้งมันทำให้พวกนักโทษบ้าไปเลย ไม่อย่างนั้นก็เกิดความรู้สึกไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อหรือตายเลยทันที
มันคือเหตุที่ไม่มีใครอยากไปยัง คุกอัซคาบัน เพราะหากไปแล้วอาจจะไม่ได้กลับมา

"อีกอย่าง เธอยังเด็กนะ อริสเธอเอาชนะ ผู้คุมวิญญาณ ที่ชั่วร้ายเหล่านั้นไม่ได้หรอก" เอลิน่า กล่าว

"คุณ สอนหนูได้ หนูจะเรียนวิชาการเสกคาถา กับคุณ " 

อริสพูดแบบเชื่อมั่น

จากนั้น เอลิน่า เธอรู้สึกถึงความกล้าหาญในตัวของอริสเธอมีความกล้าเหมือนพ่อของเธอ

บ่ายวันนั้นเอลิน่า รวมทั้ง คนแคระ ทั้ง 7 และแดเนียล ด้วย ทุกคนรวมตัวกันที่ สนามหญ้าหน้าบ้านของเอลิน่า
เอลิน่า และกลุ่ม คนแคระ พวกเขาจะเป็น ครูฝึกสอนให้กับอริสและแดเนียล ทั้งคู่รู้สึกตื่นเต้นกับการเรียนเวทมนต์

 

เอาแค่นี้ก่อนไว้เจอกันตอนหน้า          ขอกำลังใจให้ผู้แต่งด้วยนะครับ  เอาไว้เจอกันใน ตอนที่ 5 นะครับ

 

 

เจ้าของไดอารี่

กำลังทำอะไรอยู่
ไม่ได้อัพเดทสถานะมาช่วงหนึ่งแล้ว
4 วันที่ผ่านมา

I AM THOR
ความสนใจ:
เพลง, ภาพยนต์, คอมพิวเตอร์, อินเตอร์เน็ต, แชต/หาเพื่อน/หาแฟน, เกมส์, หนังสือ, โทรศัพท์มือถือ, การศึกษา, แฟชั่น/ช๊อปปิ้ง
<<พฤศจิกายน 2557>>
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
      1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
30

สถิติผู้เยี่ยมชม

ผู้เยี่ยมชมวันนี้ 2 คน
ผู้เยี่ยมชมทั้งหมด 2,952

ไดอารี่เพื่อนบ้าน

I AM THOR ยังไม่มีไดอารี่เพื่อนบ้าน

อัลบัมโหวตของ I AM THOR

I AM THOR ยังไม่มีอัลบัมโหวต

ไดอารี่ที่อัพเดทล่าสุด

โดย พงษ์ศักดิ์ หิรัญเขต