หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
ดูรายการโปรด เพิ่มเป็นรายการโปรด

ในวันที่ฉันตัดสินใจส่งเงินกลับบ้าน

วันที่ 2 กันยายน 2563

ผ่านไปสองอาทิตย์กว่ากับการที่แม่เอ่ยปากว่า พ่อแม่อยู่ได้ด้วยเบี้ยยังชีพคนชรา และสองเดือนที่ผ่านมาอยู่ได้เพราะถูกหวยคำพูดเหล่านั้นบาดลึกลงไปที่ใจคนเป็นลูกทันที ต้องยอมรับว่าการที่เอาไม่เอาไหนอยากเปลี่ยนอาชีพและทำอะไรหลายอย่างแต่ก็ไม่ได้ดีอย่างที่คิด ชีวิตติดลบขนาดที่ว่าต้องงดอาหารให้เหลือวันละมื้อ แต่ลูกคนนี้ก็ดีใจที่ได้ต่อสู้เพื่อออกจากจุดนี้ แต่ทว่าเมื่อได้ยินคำพูดของแม่แล้ว เราเป็นลูกที่แย่มาก แค่สามปีที่เราไม่ได้ส่งเงินให้บ้าน แม่ต้องลำบากขนาดนั้นเลยเหรอ  ทั้งที่รู้ว่าพ่อแม่มีเงินเก็บเหลือกินจนตาย แต่ความคิดทำให้แม่บอกว่าเกิดมาเงินที่ใช้จ่ายต้องไม่ใช่เงินเก็บ ถ้าพ่อแม่รู้เรื่องที่เราดิ้นรนแล้วขาดทุน แม้เพียงครั้งเดียวพ่อแม่จะตัดสินว่าเราไม่เอาไหน ตลอดชีวิตท่านจะไม่ให้อะไรเลยกลัวตอนแก่ไม่มีกิน ถามว่าผิดไหมก็ไม่ผิดหรอกเพราะพ่อแม่ลำบากมาเยอะแล้วกว่าจะเลี้ยงเรามา เราก็ไม่ได้หวังอะไร ขอแค่เวลาที่เราจะสร้างตัว...แต่เราคิดใหม่แล้วว่าเพื่อความสุขของแม่เราจะทำให้ดีขึ้น จะส่งเงินกลับบ้าน ถึงแม้เราจะติดลบสักเท่าไหร่ก็ตาม เราก็จะทำอย่างที่เราเคยทำมาตลอด ครั้งนี้จะไม่ให้ห่างแม้แต่เดือนเดียวถึงแม้จะไปกู้ยืมเงินเพิ่มก็ตาม

        มันเป็นมุมมืดที่ลูกไม่สามารถพูดต่อใครได้ เราเคยโดนเพื่อนพูดต่อหน้าว่าดูแลพ่อแม่บ้าง เพราะพ่อเราขยันมากทำงานเหมือนหาเช้ากินค่ำตลอดถึงแม้เราจะส่งเงินให้แบบพอกินพอใช้ก็ตาม เราก็สับสนเหมือนกันว่าอะไรคือความรักของพ่อแม่แบบไม่มีเงื่อนไข อาจเป็นเพราะพ่อแม่หาเงินอย่างเดียวจึงไม่ได้สนิทกัน ไม่ได้เข้าใจกันอย่างแท้จริง แต่อย่างน้อยก็ดีใจในวันที่เดินทางกลับมา แม่มายืนคุยว่าถ้าไม่มีก็ไม่ต้องส่ง พ่อแม่มีเงินพอใช้ เหลือด้วยซ้ำ...น้ำตาแม่คลอเบ้าในวันที่รู้ว่าจะเสียลูกคนนี้ไปเพราะเรื่องเงิน คงมีความรู้สึกผิดในใจเพราะเราไม่เคยเลยที่จะทอดทิ้งพ่อแม่ เพิ่งมาไม่ดูแลก็ตอนที่คิดได้ว่าเราไม่มีเงินเก็บเลย เราเดินหลงทาง เราทุกข์กับทางที่เลือกเดิน ณ วันที่หมุนเงินไม่ทัน วันนั้นหันหน้ากลับไปคุยกับพ่อแม่เพื่อขอยืมเงิน แต่แม่กลับต่อว่า สักพักถึงคิดได้และจะให้เงิน เราก็ไม่เอา ชีวิตเราไม่คิดที่จะทำให้พ่อแม่ลำบาก ถ้าการยืมเงินครั้งแรกมันลำบากมาก ต่อไปจะไม่ทำอีก เงินที่ยืมแค่แสนเดียว ตั้งแต่ส่งเงินให้แม่จะถามแม่ตลอดว่าทำไมไม่ใช้ แม่บอกว่าเก็บไว้ให้เรา แต่ในวันที่เราลำบากแม่กลับต่อว่าและตอนแรกจะไม่ให้ ตอนนั้นที่เงินขาดมือเพราะเราไปทำประกันชีวิตสะสมทรัพย์แล้วยังให้ที่บ้าน ใช้ชีวิตเหมือนเดิมแล้วชักหน้าไม่ถึงหลัง 555++ ...

       ถึงเราจะอยู่ไกลจากพ่อแม่ เมื่อใดก็ตาม พ่อแม่ พี่สาว เข้า รพ. เราจะลางานไปอยู่ด้วยให้นานที่สุด สองอาทิตย์ หรือมากกว่านั้น เราก็เต็มที่ เมื่อก่อนนอกจากให้เงินแม่แล้ว การกลับบ้านทุกครั้งจะไปซื้อของเข้าบ้าน นานๆ ทีเงินเหลือก็จะให้เป็นเงินสดกับพ่อแม่ไว้ พี่สาวเราก็ผ่านชีวิตที่สร้างตัวช่วงนั้นพี่เราก็ไม่เอาอะไรเลย ระหว่างนั้นก็มีเรานี่หละดูแลพ่อแม่ตลอด พี่สาวเราเคยถูกพ่อแม่กระทำโดยเรื่องพวกนี้มาก่อน ทำให้พี่สาวเราจะดีต่อแม่สามีมากแต่ไม่ค่อยดูแลบ้านเรา จนมีลูกมาให้พ่อแม่เลี้ยงถึงดีขึ้น แต่กระนั้นก็คิดถึงแค่สามีและครอบครัวสามีเป็นอันดับแรก มีครั้งหนึ่งที่พี่สาวเราผ่าตัดใหญ่ ตอนนั้นสามีเราไปส่ง แต่ทว่าว่นเค้าลาได้ไม่นานเท่าเรา เราเลยจะให้เค้ากลับลงมาทำงานสัก 3 วัน แล้วค่อยกลับขึ้นไปหา เราขับรถพี่สาวไม่ได้ไม่ถนัด กะจะเอารถไว้ใช้ไปเฝ้าพี่ รับส่งพ่อแม่ เลยขอยืมรถพี่สาวให้สามีขับลงมาทำงาน พี่สาวไม่ให้บอกน้องชายสามีใช้ เรางงมากทั้งที่บ้านพี่สาวมีรถจอดอยู่เฉยๆ 2 คัน สามีเราก็รู้จักกันมา 20 กว่าปี พวกเราทำงานสุจริต และนี่มาเฝ้าพี่เราเอง สุดท้ายเลยต้องให้สามีขับรถเรากลับมา (การนั่งรถทัวร์ไม่สะดวก) ไปๆมาๆ เกือบเดือน ดูแลทุกอย่างเสมือนพยาบาลประจำตัว ไม่ใช่แค่นอนเฝ้า

         ณ เวลานี้หมดศรัทธากับสถาบันครอบครัว แต่ต้องทำในสิ่งที่เรียกว่าหน้าที่ ถึงแม้จะโดนศึกในก็ตาม พี่สาวก็รับรู้ปัญหาของเรา พ่อแม่ก็บอกเท่าที่บอกได้ ไม่งั้นแม่คงวิตกจริต นอนไม่หลับ จริงๆ แล้วขอแค่แม่ปล่อยวางและหยุดเล่าเรื่องที่ลูกทำผิดแค่ครั้งเดียว และลูกไม่ได้ส่งเงินให้คนอื่นฟัง มองกลับไปดูแล้วจะรู้ว่าลูกไม่เคยทอดทิ้งพ่อแม่เลย พี่ชายแม่ (ลุง)เสียเรารีบกลับบ้าน ไปช่วยงาน ใส่ซอง มอบพวงหรีดให้ ให้สมศักดิ์ศรีบ้านเรา เรายังจำคำพูดแม่ได้ แม่บอกว่าจะใส่ซองให้เค้าเยอะทำไม เค้าทำณาปกิจเยอะแยะและมีเงินมากกว่าเรา เราไม่เคยคิดว่าใครมีเงินมาก เค้าคือลุงเรา ในฐานะหลานทำอะไรให้ได้บ้างในครั้งสุดท้ายในชีวิต เราก็จะทำ เราตกใจมากกับคำพูดแม่ นี่พี่ชายแม่นะ เข้าใจว่าแม่อาจจะห่วงเรา กลัวเราไม่มีเงิน แต่ทว่าถ้าทำแล้วเราไม่ได้ลำบากเราก็ทำ มาคิดทีหลังมันย้อนเวลากลับไปไม่ได้หรอก

       เป็นมุมมืดของบ้านเรา ที่ทำให้เราเศร้าใจทุกครั้งที่คิดถึงมัน ณ ตอนนี้เราตัวคนเดียว เราแค่หวังว่าเราจะออกจากจุดนี้ไปได้ และมีเงินเยอะๆ ดูแลพ่อแม่ พาพ่อแม่ไปเที่ยว เราอยากพาพ่อแม่ไปสวิตเซอแลนมันคงเป็นภาพที่ประทับใจของพ่อแม่ ก่อนที่ท่านจะจากเราไป 

 

เจ้าของไดอารี่

กำลังทำอะไรอยู่
ยังไม่ได้เขียนอะไร

Umm
ความสนใจ:
ยังไม่ได้ระบุ
<<กันยายน 2563>>
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
  12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930

ไดอารี่วันอื่นๆ

5 กรกฎาคม 2563
3 มิถุนายน 2562
19 กุมภาพันธ์ 2562

สถิติผู้เยี่ยมชม

ผู้เยี่ยมชมวันนี้ 4 คน
ผู้เยี่ยมชมทั้งหมด 1,027

ไดอารี่เพื่อนบ้าน

Umm ยังไม่มีไดอารี่เพื่อนบ้าน

อัลบัมโหวตของ Umm

Umm ยังไม่มีอัลบัมโหวต

ไดอารี่ที่อัพเดทล่าสุด

โดย พงษ์ศักดิ์ หิรัญเขต